รุจิรชาดก
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๙ [ฉบับมหาจุฬาฯ]
ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑
๕. รุจิรชาดก (จากพระไตรปิฎก ลำดับเรื่องที่ ๒๗๕)
ว่าด้วยเรื่องนกกาที่น่ารัก
(พระโพธิสัตว์กล่าวคาถาเหล่านี้ว่า)
[๗๓] นกยางตัวนี้ช่างน่ารักเสียนี่กระไร มาอาศัยอยู่ในรังกา นั่นเป็นรังของกาดุร้ายสหายของเรา
(กากล่าวว่า)
[๗๔] ท่านรู้จักเราดีมิใช่หรือ พิราบเพื่อนรัก ผู้มีข้าวฟ่างและลูกเดือยเป็นอาหาร เราไม่เชื่อฟังคำของท่าน ท่านจงมาดูเถิด เรากลายเป็นกาขนเกรียนไปแล้ว
(พระโพธิสัตว์กล่าวว่า)
[๗๕] เพื่อนเอ๋ย เจ้าจักประสบความชั่วร้ายเช่นนี้อีก เพราะปกติของเจ้าเป็นเช่นนั้น อาหารของมนุษย์เป็นของที่นกไม่ควรกิน
รุจิรชาดกที่ ๕ จบ
-------------------------
คำอธิบายเพิ่มเติมนำมาจากบางส่วนของอรรถกถา
รุจิรชาดก
พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน ทรงปรารภภิกษุโลเลรูปหนึ่ง จึงตรัสเรื่องนี้ ดังนี้.
เรื่องทั้งสองเรื่อง คือ เริ่มเรื่องกับเรื่องในอดีต เป็นเหมือนกับเรื่องแรกนั่นแหละ.
แต่คาถาต่างกัน มีคาถาติดต่อเป็นอันเดียวกันว่า :-
พระโพธิสัตว์ว่า -
อย่างไร นกยางขาวน่ารักตัวนี้จึงมาอยู่ในรังกาเช่นนี้ และที่เป็นรังของกาผู้ดุร้ายสหายของเรา.
กากล่าวว่า -
ดูก่อนนกพิราบผู้สหาย ท่านเป็นทิชาชาติ มีข้าวฟ่างเป็นอาหาร ย่อมรู้จักข้าพเจ้ามิใช่หรือ เราไม่ได้ทำตามคำของท่าน ท่านกลับมาแล้วจงมองดูข้าพเจ้าซึ่งมีตัวลุ่นๆ เถิด.
พระโพธิสัตว์ว่า -
ดูก่อนสหาย ท่านจะได้รับทุกข์อีก เพราะปกติของท่านเป็นเช่นนั้น แท้จริง เครื่องบริโภคของมนุษย์ไม่ควรที่นกจะพึงบริโภค.
แม้ในเรื่องนี้ พระโพธิสัตว์ก็กล่าวว่า บัดนี้ ตั้งแต่นี้ไป เราไม่อาจอยู่ในที่นี้ ดังนี้ แล้วบินไปอยู่ในที่อื่น.
พระศาสดา ครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ทรงประกาศสัจจะ แล้วทรงประชุมชาดก ในเวลาจบสัจจะ ภิกษุผู้เหลาะแหละดำรงอยู่ในอนาคามิผล.
กาเหลาะแหละในครั้งนั้น ได้เป็น ภิกษุผู้เหลาะแหละในบัดนี้
ส่วนนกพิราบคือ เราตถาคต ฉะนี้แล.
จบ อรรถกถารุจิรชาดกที่ ๕
-----------------------------------------------------