ช่วงเช้าเป็นการทบทวนเสริมแต่งร่าง PL 1-3 และ PS ทั้ง ๑๕ รายการ
ขอทบทวนว่า ชื่อการประชุม PMAC 2025 คือ ใช้เทคโนโลยีในยุค เอไอ เพื่อสร้างโลกที่มีสุขภาวะดียิ่งขึ้น สื่อความหมายว่า ต้องใช้เทคโนโลยีเพื่อประโยชน์ หรือเป็นนายเทคโนโลยี ไม่ใช่ตกเป็นทาสเทคโนโลยี มุ่งจัดการเทคโนโลยีเพื่อผลทางบวก
PL-1 (Plenary 1) นวัตกรรมเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาระบบสุขภาพและเพื่อบรรลุการคุ้มครองสุขภาพถ้วนหน้า ประกอบด้วย 5 PS (Parallel Sessions) คือ (๑) ใช้เทคโนโลยีช่วยให้จ่ายค่าสุขภาพอย่างฉลาด (๒) ผู้ปฏิบัติงานด้านสุขภาพเก่งขึ้นโดยใช้เทคโนโลยี (๓) เทคโนโลยีหนุนให้คุณภาพบริการสุขภาพยกระดับขึ้นเรื่อยไป (๔) เสียงของคนหนุ่มสาว (๕) ใช้พลังของข้อมูล
PL-2 ความเสมอภาค จริยธรรม และการหนุนกลุ่มด้อยโอกาส ประกอบด้วย 5 PS คือ (๑) สร้างสภาพแวดล้อมให้เกิดความเสมอภาคทางเทคโนโลยี (๒) ใช้เทคโนโลยีช่วยให้เกิดผลลัพธ์ดานสุขภาพที่เสมอภาค เน้นบทบาททั้งภาครัฐและภาคเอกชนและประชาชน (๓) อนาคตของเทคโนโลยี ที่มีผลสร้างสรรค์ (ไม่ใช่ทำลาย) (๔) เอาชนะการครอบงำด้วยข้อมูล (๕) ผลกระทบของเทคโนโลยีด้านสุขภาพต่อสภาพแวดล้อมและภูมิอากาศ
PL-3 การกำกับดูแล นโยบาย และกลไกหนุน ประกอบด้วย 5 PS คือ (๑) สภาพด้านภูมิศาสตร์การเมือง (๒) กำกับข้อมูล (๓) ควบคุมผลที่ไม่ต้องการ (๔) ป้องกันอสมมาตรด้วยธรรมาภิบาล (๕) กลไกกำกับดูแลระดับประเทศ ที่ได้เห็นจุดเน้นจากการประชุม ว่าต้องเป็น participatory governance คือ stakeholders ร่วมกันกำหนดและพัฒนา ที่ผมคิดต่อว่า ต้องพัฒนาและเรียนรู้เป็นวงจรยกระดับอย่างต่อเนื่องไม่หยุดยั้ง
ช่วงเช้าประชุมห้องใหญ่เพื่อรับฟังกัน บ่ายประชุมกลุ่มย่อย เพื่อหาทางให้ PMAC 2015 เป็นการประชุมคุณภาพสูง และนำสู่ผลกระทบอย่างแท้จริง จุดจ้องของผมคือ จะมีโจทย์อะไรบ้างสำหรับพัฒนาโดยและเพื่อประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน ไอเดียแรกที่โผล่ ก่อนพักดื่มกาแฟ คือ พัฒนาโมเดลการใช้ AI ช่วยพัฒนาเจ้าหน้าที่สาธารณสุขชุมชน โดยทีมศิริราชร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข สำหรับเป็นที่ทำ Study Visit แต่ อ. หมอประพัฒน์บอกว่า คงทำไม่ทัน ผมว่าไม่ทันก็ไม่เป็นไร ขอให้เริ่มมีการพัฒนาเป็นตัวอย่าง
แปลกมากที่ผู้นำเสนอ ทั้งสาม subtheme เป็นคนชาติอินเดียทั้งหมด คือ Saudamini Dabak แห่ง HITAP, Mandeep Dhaliwal แห่ง UNDP, Alain Labrique แห่ง WHO
ข้อเรียนรู้ของผม หลังประชุมช่วงเช้าคือ การดำเนินการให้เทคโนโลยีสุขภาพก่อผลบวกมากกว่าผลลบ ต้องดำเนินการเป็น D&L – Development and Learning - จัดให้มีวงจรแห่งปัญญา เพื่อเรียนรู้จากประสบการณ์ – Experiential Learning หมุนวงจร Kolb’s Experiential Learning Cycle เพื่อสร้างหลักการจากการปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง
ช่วงบ่ายเป็นการประชุมกลุ่ม ๒ ชั่วโมง ตามด้วยรายงานผลต่อที่ประชุมใหญ่อีกชั่วโมงเศษๆ เป็นการประชุมที่เอาจริงเอาจังมาก เกิดการเชื่อมโยงภาพใหญ่ และเชื่อมโยงระหว่าง subtheme อย่างดี ผมสังเกตเห็นชื่อหน่วยงานและตัวบุคคลหน้าใหม่หลายคน เมื่อค้นจึงพบว่าเป็น NGO ด้าน digital health technology หรือ AI ได้แก่ PATH, AeHIN, Transform Health, HealthAI ถาม อ. บุ๋มว่า เราต้องสนับสนุนค่าใช้จ่ายให้คนขององค์กรเหล่านี้เข้าร่วมประชุมไหม คำตอบคือไม่ PMAC ได้เครือข่ายเพิ่มขึ้นแล้ว
ตอนเย็นและค่ำ เป็นงานเลี้ยงต้อนรับ ที่ภัตตาคาร Caveau des Vignerons
นอกจากทำงานด้านเตรียมจัดประชุม แล้ว ผู้มาประชุมเกิด networking อย่างเข้มข้น ผู้ใหญ่ฝ่ายไทยก็ได้ทำกิจกรรม networking กัน รวมทั้งหาทางทำให้ความสัมพันธ์ MOPH - PMAC ราบรื่นด้วย
วิจารณ์ พานิช
๒๓ พ.ค. ๖๗
ห้อง ๔๒๘ โรงแรม Royal Plaza, Montreux, Switzerland