อารามทูสกชาดก
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๙ [ฉบับมหาจุฬาฯ]
ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑
๘. อารามทูสกชาดก (จากพระไตรปิฎก ลำดับเรื่องที่ ๒๖๘)
ว่าด้วยลิงทำลายสวน
(พระโพธิสัตว์เห็นกิริยาของลิง จึงกล่าวว่า)
[๕๒] ลิงตัวที่ได้รับสมมติว่าประเสริฐที่สุดกว่าลิงทั้งปวงที่มีชาติเสมอกัน ยังมีปัญญาเพียงแค่นี้ ส่วนลิงนอกจากนี้จะมีปัญญาเช่นไร
(พวกลิงได้ฟังคำของพระโพธิสัตว์แล้ว จึงกล่าวว่า)
[๕๓] ท่านผู้ประเสริฐ ท่านยังไม่รู้จึงได้ติเตียนอย่างนี้ พวกเราไม่เห็นรากแล้วจะรู้ได้อย่างไรว่า ต้นไม้หยั่งรากลงลึกแค่ไหน
(พระโพธิสัตว์กล่าวว่า)
[๕๔] เราไม่ติเตียนพวกเจ้าที่เป็นลิงป่าหรอก แต่ผู้ที่ควรถูกตำหนิคือพระเจ้าวิสสเสนะ ที่พวกเจ้าปลูกต้นไม้ให้
อารามทูสกชาดกที่ ๘ จบ
---------------------------
คำอธิบายเพิ่มเติมนำมาจากบางส่วนของอรรถกถา
อารามทูสกชาดก
ว่าด้วย เหตุที่นายอุยยานบาลจะถูกติ
พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ ณ ทักขิณาคีรีชนบท ทรงปรารภบุตรของนายอุยยานบาลคนหนึ่ง จึงตรัสเรื่องนี้ ดังนี้.
ได้ยินว่า พระศาสดาทรงออกพรรษาแล้ว เสด็จออกจากพระวิหารเชตวัน เสด็จเที่ยวจาริกไปในทักขิณาคีรีชนบท. ครั้งนั้น อุบาสกคนหนึ่งนิมนต์ภิกษุสงฆ์ มีพระพุทธเจ้าเป็นประธาน ให้ประทับนั่งในสวน ให้ทรงอิ่มหนำด้วยยาคูและของควรเคี้ยวทั้งหลาย จึงกล่าวว่า พระผู้เป็นเจ้าทั้งหลายประสงค์จะเที่ยวไปในสวน ขอจงเที่ยวไปกับนายอุยยานบาลผู้นี้ แล้วสั่งนายอุยยานบาลว่า ท่านพึงถวายผลไม้น้อยใหญ่ในสวนแก่พระผู้เป็นเจ้าทั้งหลาย. ภิกษุทั้งหลายเดินเที่ยวไปเห็นที่เป็นหลุมแห่งหนึ่ง จึงถามว่า ที่นี้เป็นหลุมไม่มีต้นไม้งอกขึ้น เป็นเพราะเหตุไรหนอ? ลำดับนั้น นายอุยยานบาลจึงบอกแก่ภิกษุทั้งหลายว่า ได้ยินว่า มีบุตรของนายอุยยานบาลคนหนึ่ง เมื่อจะรดน้ำต้นไม้ที่ปลูกใหม่ คิดว่า จักรดน้ำโดยเอารากเป็นประมาณ จึงถอนขึ้นมาแล้วรดน้ำเฉพาะราก ด้วยเหตุนั้น ที่นั้นจึงเป็นหลุม. ภิกษุทั้งหลายมาเฝ้าพระศาสดาแล้วกราบทูลเนื้อความนั้นให้ทรงทราบ.
พระศาสดาตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย มิใช่ในบัดนี้เท่านั้น แม้ในกาลก่อน กุมารนั้นก็เป็นผู้ทำลายอาราม ภิกษุเหล่านั้นทูลอ้อนวอน จึงทรงนำเอาเรื่องในอดีตมาสาธก ดังต่อไปนี้ :-
ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าวิสสเสนะครองราชสมบัติอยู่ในพระนครพาราณสี เมื่อเขาป่าวประกาศการเล่นมหรสพ นายอุยยานบาลคิดว่าจักเล่นมหรสพ จึงบอกลิงทั้งหลายที่อยู่ในสวนว่า สวนนี้มีอุปการะมากแก่พวกเจ้า เราจักเล่นมหรสพ ๗ วัน พวกเจ้าจงรดน้ำต้นไม้ที่ปลูกใหม่ตลอด ๗ วัน. พวกลิงรับคำว่าได้. นายอุยยานบาลจึงมอบกระออมหนังให้แก่ลิงเหล่านั้นแล้วก็จากไป. ลิงทั้งหลายเมื่อจะรดน้ำ จึงรดน้ำที่ต้นไม้ซึ่งปลูกใหม่ๆ.
ลำดับนั้น ลิงจ่าฝูงได้กล่าวกะลิงเหล่านั้นว่า พวกท่านจงรอก่อน ธรรมดาว่าน้ำมิใช่จะหาได้ง่ายตลอดทุกเวลา น้ำนั้นควรจะรักษา ควรที่พวกเราจะถอนต้นไม้ที่ปลูกใหม่ รู้ขนาดประมาณของรากแล้ว ต้นที่มีรากยาวรดให้มาก ต้นที่มีรากสั้นรดแต่น้อย. ลิงเหล่านั้นพากันรับคำว่าดีละ บางพวกเดินถอนต้นไม้ที่ปลูกใหม่ บางพวกปลูกแล้วรดน้ำ.
ในกาลนั้น พระโพธิสัตว์ได้เป็นบุตรของตระกูลหนึ่งในนครพาราณสี พระโพธิสัตว์ได้ไปสวนด้วยกรณียกิจบางอย่าง เห็นลิงเหล่านั้นกระทำอยู่อย่างนั้น จึงถามว่า ใครให้พวกเจ้ากระทำอย่างนี้ เมื่อพวกลิงตอบว่า หัวหน้าวานร จึงกล่าวว่า ปัญญาแห่งหัวหน้าของพวกเจ้า ยังเท่านี้ก่อน ส่วนปัญญาของพวกเจ้าจักเป็นเช่นไร
เมื่อจะประกาศเนื้อความนั้น จึงกล่าวคาถาที่ ๑ ว่า :-
ลิงตัวใดสมมติกันว่า เป็นใหญ่กว่าฝูงลิงเหล่านี้ ปัญญาของลิงตัวนั้นมีอยู่เพียงอย่างนี้เท่านั้น ฝูงลิงที่เป็นบริวารนอกนี้ จะมีปัญญาอะไร.
วานรทั้งหลายได้ฟังถ้อยคำของพระโพธิสัตว์นั้นแล้ว จึงกล่าวคาถาที่ ๒ ว่า :-
ข้าแต่ท่านผู้ประเสริฐ ท่านยังไม่รู้อะไร ไฉนจึงด่วนมาติเตียนเราต่างๆ อย่างนี้เล่า เรายังไม่เห็นรากไม้แล้ว จะพึงรู้ต้นไม้ว่ารากหยั่งลงไปลึกได้อย่างไรเล่า.
พระโพธิสัตว์ได้ฟังดังนั้นจึงกล่าวคาถาที่ ๓ ว่า :-
เราไม่ติเตียนเจ้าทั้งหลาย เพราะพวกเจ้าก็เป็นแต่ลิงไพรอาศัยอยู่ในป่า แต่คนเช่นพวกเจ้าปลูกต้นไม้ เพื่อประโยชน์แก่พระราชาองค์ใด พระราชาองค์นั้น คือพระเจ้าวิสสเสนะ จะพึงถูกติเตียนได้.
พระศาสดา ครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ทรงประชุมชาดกว่า
หัวหน้าวานรในกาลนั้น ได้เป็น กุมารผู้ทำลายต้นไม้ในสวนในบัดนี้
ส่วนบุรุษผู้เป็นบัณฑิตในกาลนั้น ได้เป็น เราตถาคต ฉะนี้แล.
จบ อรรถกถาอารามทูสกชาดกที่ ๘
------------------------------