----ขออนุญาตเก็บสคริปต์งานในการจัดรายการวิทยุไว้ที่นี่ค่ะ อาจจะมีสาระที่เป็นประโยชน์------

KKU Library knowledge sharing

ออกอากาศวันที่       ทาง FM 103 Mhz.

เฟรชชี่หน้าใหม่ ปรับตัวอย่างไรในรั้วมหาวิทยาลัย

ผู้ดำเนินรายการ: สิริพร ทิวะสิงห์   

          สวัสดีค่ะท่านผู้ฟังทุกท่าน ท่านกำลังอยู่กับสถานีเสียงที่จะทำให้ท่านตกหลุมรักการอ่านและการเรียนรู้ตลอดชีวิตกับรายการ  The KKU Library life long learning for all ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงมหาวิทยาลัยขอนแก่น FM 103 Mhz. กับพี่ตุ่น  สิริพร ทิวะสิงห์ และสำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยขอนแก่น ศูนย์กลางการเรียนรู้สำหรับทุกๆคนค่ะ     วันนี้พี่ตุ่นมีเรื่องราวที่เหมาะจะนำมาพูดคุยในช่วงของการเปิดภาคการศึกษาใหม่นะคะ เป็นเรื่องราวของนักศึกษาใหม่ในชื่อ Ep.ที่ว่า "การปรับตัวในรั้วมหาวิทยาลัย"

วันนี้พี่ตุ่นมาในโมเม้นท์มนุษย์แม่ นักศึกษาปีที่ 1 อายุน่าจะประมาณ 16-18 ปี บางคนอาจจะเป็นการเดินทางไกลครั้งแรก ข้ามภูมิภาคมาเลย เป็นการออกจากบ้านมาใช้ชีวิตตามลำพัง เป็นการใช้ชีวิตร่วมกับคนแปลกหน้า ที่จะต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่งในการปรับจากคนแปลกหน้าเป็นเพื่อน และต้องบริหารจัดการการเรียนด้วยตนเอง ตั้งแต่ลงทะเบียน ชำระค่าธรรมเนียม ทำรายงาน ควบคุมตัวเอง  หลายๆคน สบายๆ กับสิ่งแปลกใหม่นี้ นักศึกษาหลายคนก็อาจจะไม่มั่นใจกับสังคมใหม่ วันนี้ค่ะพี่ตุ่นเอาวิธีการปรับตัวมาฝากนะคะ และหากสัญญาณกระจายเสียงไปถึงยังผู้ปกครองนะคะ ก็จะได้สบายใจว่าทุกหน่วยงานของมหาวิทยาลัยดูแลบุตรหลานของท่านเป็นอย่างดี 

เด็กๆ สมัยนี้เก่งค่ะ เค้าเอาตัวรอดได้อยู่แล้ว และทางมหาวิทยาลัยก็มีหน่วยงาน อาจารย์ รุ่นพี่ และกลุ่มกิจกรรมช่วยสนับสนุน ดูแลกันและกันค่ะ พี่ตุ่นไม่แน่ใจว่าจะมีนักศึกษาใหม่คนที่จะตื่นเช้าและสะดวกฟังรายการวิทยุนี้ แต่พี่ตุ่รก็ยังอยากจัดเนื้อหานี้นำมาออกอากาศ เพื่อแสดงว่ามหาวิทยาลัยขอนแก่น และสำนักหอสมุดมีความห่วงใยบุตรหลานของท่าน เราอยากให้นักศึกษาทุกคนมีความสุขในรั้วมหาวิทยาลัย ดังนั้นไม่ว่าจะมีนักศึกษาตื่นมาได้ฟังหรือไม่ พี่ตุ่นก็ยังอยากเอาเรื่องของการเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการก้าวเข้าสู่การเรียนในมหาวิทยาลัยมาแบ่งปันค่ะ ไม่ใช่เฉพาะมหาวิทยาลัยขอนแก่นนะคะ พี่ตุ่นนำเสนอในภาพรวมน้องๆนักศึกษาสามารถนำไปใช้ได้เลยค่ะ

  1. ทำความรู้จักมหาวิทยาลัยในแบบของตัวเอง นอกจากทำความรู้จักตัวเอง การทำความรู้จักสิ่งแวดล้อมรอบตัวก็สำคัญ ลองเปิดใจเรียนรู้เรื่องราวของคณะและมหาวิทยาลัย ไม่ว่าจะอ่านประวัติ  การศึกษากฎระเบียบ ทดลองนั่งรถ Shuttle bus ดู หรือออกสำรวจพื้นที่ต่างๆ ทั้งในและรอบมหาวิทยาลัย อาจจะค้นพบสิ่งใหม่ๆ ความสนุกบางอย่างที่ซ่อนอยู่ เช่น ห้องสมุดน่านั่งทำงาน อ้อมีหลายห้องสมุดด้วยนะ ชมรมน่าสนใจ ร้านอาหารอร่อยนอกคณะ สวนสาธารณะและลานกีฬา บึงสีฐาน สระพลาสติก ศูนย์สุขภาพมีที่ไหนได้ เป็นต้น อย่าปล่อยให้มหาวิทยาลัยขอนแก่นเป็นที่ต้องไปแทบทุกวันเป็นหน้าที่และแค่ความเคยชิน แต่ทำให้มหาวิทยาลัยมีความหมายมากกว่าเดิม
  2. ตอบคำถามตัวเองที่ว่า " ทำไมต้องเรียนมหาวิทยาลัย" ? เพื่อที่จะได้เป็นแรงผลักดันให้กับตัวเอง ทำให้ตนเองได้คำตอบว่า เวลา 4 ปี นี้ ตัวเองจะทำอะไรบ้าง ต้องลงเรียนวิชาอะไรเพิ่มเติม ซึ่งคำตอบไม่ตายตัว สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามสภาพแวดล้อมและทัศนคติที่เปลี่ยนไป ถ้าทบทวนตัวเองก็จะทำให้ได้ใช้ช่วงเวลาที่มีเรียนรู้อย่างเต็มที่ ดีกว่ามาสมัครคอร์สเรียนภายหลัง เพราะค่าเรียนสำหรับผู้ใหญ่อาจแพงกว่ามาก
  3. ฝึกเรียนรู้ด้วยตนเอง  การเรียนในสมัยนี้เปลี่ยนแปลงไปมาก มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว หลากหลายรูปแบบ แตกต่างจากการเรียนในระดับมัธยมศึกษา ฝึกนิสัยให้เป็นผู้รักการเรียนรู้ แบบการเรียนรู้ตลอดชีวิต หรือ life long Learning เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนรู้เพิ่มเติมจากการเรียนในห้องเรียน หลายๆหน่วยงานมีการอบรมตลอดทั้งปี ส่วนใหญ่ฟรี เช่น ห้องสมุด สำนักเทคโนโลยีดิจิทัล นักศึกษาก็เลือกเรียนรู้ในหัวข้อที่ตนเองชอบ
  4. ฝึกสร้างวินัยรับผิดชอบ การเรียนในมหาวิทยาลัยเป็นการเตรียมความพร้อมเข้าสู่วัยทำงาน และเป็นการมาเรียนที่หลายคนอาจจะต้องแยกมาจากครอบครัว ความรับผิดชอบในการเรียน ต่อตัวเองและสังคมจึงสำคัญ เช่น  การรับผิดชอบต่อการบ้าน การเรียน การสอบ  รับผิดชอบในการอยู่ร่วมกันกับรูมเมท หลายๆเคสที่เกิดขึ้นที่พบบ่อยๆ เช่น ลืมส่งหนังสือห้องสมุดทำให้มีค่าปรับ  ลืมกุญแจรถมอเตอร์ไซค์ไว้ที่รถ 
  5. รู้จักแบ่งเวลาให้เป็น  ในมหาวิทยาลัยมีอะไรให้ทำเยอะ ทั้งในเรื่องของการเรียน และการใช้ชีวิต ทั้งในและนอกหาวิทยาลัย นักศึกษาจึงต้องบริหารจัดกาเวลาให้ดี รู้จักจัดเรียงความสำคัญ เพื่อให้ตัวเองได้ทำให้สิ่งที่ตนเองชอบโดยไม่เกิดผลเสีย เช่น การเล่นกีฬา เล่นละครเวที การทำงานพิเศษ การไปสนุกสนานกับเพื่อน นอกจากใบปริญญาแล้วนักศึกษาควรจะได้ประสบการณ์ในมิติต่างๆ ได้ด้วย อย่างที่ได้ยินกันว่า Work life balance
  6. ทำกิจกรรมทั้งในและนอกคณะ เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับตนเอง สร้างควาสัมพันธ์เพื่อนรุ่นพี่รุ่นน้องและเพื่อนต่างคณะเป็นการเปิดโลกกว้างเรียนรู้ทักษะการทำงาน การเข้าสังคม และความเชี่ยวชาญบางอย่างที่ส่งผลต่อการทำงาน เพราะการแลกเปลี่ยนความคิดช่วยขยายมุมมอง
  7. สนิทกับอาจารย์สักคน อย่ากลัวอาจารย์นะคะ สมัยเป็นเด็กพี่ตุ่นกลัวอาจารย์มาก พอโตขึ้นมาจึงจะบอกว่า การคุยกับครูบาอาจารย์เป็นสิ่งสำคัญมาก คำแนะนำหรือความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่ที่ไว้ใจได้ อาจทำให้เรามองเห็นเส้นทางการเรียนชัดเจนขึ้น รับมือกับอุปสรรคได้ดีขึ้น รวมถึงได้ข้อมูลต่างๆ ที่มีประโยชน์ เลือกอาจารย์ในดวงใจไว้สักคนนะคะ ในมุมกลับอาจารย์เองก็คงจะปลื้มใจด้วยแหล่ะค่ะที่มีนักศึกษาให้ความสนิท ไว้วางใจ
  8. ใช้ความป็นนักศึกษาให้คุ้มค่า นักศึกษานับเป็นเยาวชน สังคมภายนอกมหาวิทยาลัยได้มอบสิทธิพิเศษให้เยาวชน นักศึกษาจะได้รับการลดหย่อนค่าบัตรโดยสาร ค่าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์หรือสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ทั้งในไทยและทั่วโลก หรือบางครั้งอาจได้สิทธิประโยชน์มาฟรีๆ เลยด้วยซ้ำ ร้านอาหารต่างๆ ก็ชอบจัดโปรโมชันสำหรับคนในวัยเรียน ตักตวงช่วงเวลาที่มีบัตรนักศึกษานะคะ
  9. รู้จักบุคลากรในคณะ นอกจากอาจารย์กับ  นักศึกษา มหาวิทยาลัยยังมีเจ้าหน้าที่จำนวนมากที่สนับสนุนขับเคลื่อนสถาบัน การทำความรู้จักสมาชิกในรั้วเดียวกัน ทำให้ชีวิตในมหาวิทยาลัยไม่รายล้อมด้วยคนแปลกหน้า เมื่อรู้จักบรรณารักษ์ พี่ๆฝ่ายการศึกษา น้าร้านถ่ายเอกสาร ป้าแม่บ้าน หรือพี่ รปภ. 
  10. ฝึกงาน นอกตำราเรียนยังมีประสบการณ์มากมายให้ทดลองเรียนรู้ ไม่ว่าแผนการเรียนจะบังคับหรือไม่ การฝึกงานทำให้ค้นพบสิ่งที่ชอบ จริตของตนกับสายงาน ที่อาจจะปรับเปลี่ยนตัวเองได้ ได้ประสบการร์จริง รับประกันได้ว่าประสบการณ์ทำงานจะเป็นพอร์ตยอดเยี่ยมสำหรับการสมัครงานครั้งแรก และสอนอะไรมากมายเกี่ยวกับการทำงานในโลกของผู้ใหญ่
  11. ทำงานพิเศษ อีกขั้นของการฝึกงานคือการหาเงินด้วยตนเอง นี่ล่ะความท้าทายของจริงที่จะทำให้เติบโตไปอีกขั้น ไม่ว่าจะเป็นการทำงานร้านค้าหลังเลิกเรียน ช่วยอาจารย์ทำงานวิจัย หรือสอนพิเศษเด็กในวันเสาร์-อาทิตย์ ทุกอย่างคือบทเรียนที่จะทำให้น้องๆเก่งขึ้น อดทนขึ้น รับผิดชอบมากขึ้น เข้าใจหลายสิ่งได้ดีขึ้นโดยไม่ต้องรอใครมาสอน ที่สำคัญยังช่วยแบ่งเบาภาระของครอบครัว ได้เก็บเงินเพื่อซื้อหาสิ่งต่างๆ ด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง และประสบการณ์ที่ไม่ทำไม่รู้คือเปิดโอกาสให้เข้าใจผู้ปกครองมากขึ้นในวันที่ใกล้เป็นผู้ใหญ่เต็มตัว
  12. ไปเที่ยวต่างจังหวัดกับเพื่อน ใช้ชีวิตกับเพื่อนให้สนุก ความทรงจำที่ดีจะฮีลใจได้ค่ะ หากจบไปทำงานแล้วหาเวลาว่างตรงกันยาก และเพื่อนในสังคมการทำงานก็ไม่สนิทใจเท่ากับเพื่อนที่เรียนมาด้วยกัน 
  13. รักตัวเองให้เป็น โดยรู้จักเป้าหมายของตนซึ่งอาจจะแตกต่างจากเพื่อนแม้จะเป็นเพื่อนสนิทก็ตามทานอาหารเช้า หลายๆคนยกเลิกการทานข้าวเช้า เพราะสาย เพราะขี้เกียจ เอาจริงอาหารเช้าสำคัญนะคะ พักผ่อนให้เพียงพอ รู้จักปฏิเสธหากตกอยู่ในสถานการณ์ที่มีความเสี่ยงและอึดอัด บริหารงานเงินให้เกิดประโยชน์สูงสุด เคารพกฎจราจรเพื่อลดอุบัติเหตุบนท้องถนน

          เวลาของรายการใกล้มาถึงช่วงสุดท้ายแล้วค่ะ พี่ตุ่นขอเอาหลักปรัชญาพอเพียงมาแชร์อีก 1 เรื่องค่ะ เพื่อเอามาเป็น ฐานในการดำเนินชีวิตประจำวันของน้องๆ นักศึกษา คนโตคนทำงานก็สามารถนำไปใช้ได้นะคะ ความพอเพียง คือ การดำเนินชีวิตแบบทางสายกลาง โดยตั้งอยู่บนหลักสำคัญสามประการ คือ ความพอประมาณ ความมีเหตุผล และการมีภูมิคุ้มกันที่ดี  3 เส้าแห่งความพอเพียงนี่เป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้น่องๆ นักศึกษาดำเนินชีวิตได้ถูกที่ถูกทาง  พี่ตุ่นอยากจะพูดถึง การมีภูมิคุ้มกันที่ดีอีก 1 โมเดล หลายๆคน น่าจะรู้จักดีกับชมรม to be number 1  โครงการในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ที่เป็นโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ก็จะมีการสร้างภูมิต้านทายทางจิตใจ และการสร้างเครือข่าย ในรายละเอียดพี่ตุ่นก็จะหมายถึง การคบเพื่อนที่ชวนกันไปทำกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ 

        ทฤษฎีดังกล่าวก็แค่ทฤษฎีนะคะ การเข้าใจ มีชีวิต ใช้ชีวิตสำคัญกว่า แต่พี่ตุ่นก็อยากให้กรอบความคิดเหล่านี้เป็นแนวทางให้นักศึกษาใหม่ทุกคน ได้เรียนเล่นเป็นสุข ใช้ชีวิตสมวัย มีประสบการณ์ที่เป็นความทรงจำที่ดี เพราะเวลาหมุนไปข้างหน้าไม่สามารถหวนคืนได้

          เวลาของรายการหมดลงแล้ว  สำนักหอสมุด มข. พร้อมเป็นแหล่งสนับสนุนการศึกษาที่จะอยู่เคียงข้างนักศึกษานะคะ มีกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ที่หลากหลาย   ใช้บริการได้แบบออนไซต์และออนไลน์ จาก เว็บไซต์ WWW.library.kku.ac.th นอกจากนั้นยังสามารถเป็นคอนแทคส์กันผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียต่างๆ ทั้งไลน์ เฟสบุ๊ค อินสตาแกรม ได้เลยนะคะ   สำหรับวันนี้พี่ตุ่นและสำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยขอนแก่นต้องขอลาทุกท่านไปก่อน   พบกับรายการ  KKU Library life long learning for all ใหม่ในทุกๆเช้าวันอังคารและวันพฤหัสบดี เวลา 7.35 ถึง 8.00 น.   ขอให้วันนี้เป็นวันที่รอยยิ้มตลอดวันสำหรับทุกท่านค่ะ  สวัสดีค่ะ

cr:

https://news.npru.ac.th/userfiles/LIBRARY/nm_files/20160703210938_PR%2023.pdf

https://www.trueplookpanya.com/knowledge/content/67981/-blog-blo-new-edu-otherknowledge-

https://readthecloud.co/scoop-8/