12 ตอน การเสริมพลังการแบ่งปันและสรรพลวัตปัญญาหมู่
แนวบริหารพลวัต ‘ศิลปะสุนทรียพลานามัย กระบี่โมเดล’ 

ประเด็นคิดกรณีจะรื้องานศิลปะกลางแจ้งขายเป็นเศษเหล็ก ประติมากรรมเหล็กชุดมโนทัศน์นามธรรม ‘โครงสร้างแห่งชีวิต’ ผลงานโดย ศราวุธ ดวงจำปา ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์  เพื่อจัดการพื้นที่การใช้สอยให้เป็นลานจอดรถ ออกแบบระบบ Universal Design รองรับประชาชนกลุ่มเปราะบางเข้าใช้บริการทางสุขภาพ และเพิ่มการสนับสนุนประสิทธิภาพการจัดบริการแก่สาธารณชน ของโรงพยาบาลชุมชน เทศบาลเมืองกระบี่ แต่เกิดกระแสมวลชนความเห็นต่างๆ ทั้งสิ่งที่มีความละเอียดอ่อน แหลมคม ลำดับความสำคัญต่างภาคส่วน ความแตกต่างทางการรับรู้ และประเด็นเชิงเทคนิค เกินจะตัดสินใจดำเนินการทางหนึ่งใดของท้องถิ่น 

ความยุ่งยากและเกิดเป็นกระแสความสนใจวงกว้างดังกล่าว มีแนวโน้มว่าจะกระทบเสียหายต่อท้องถิ่นและอีกหลายฝ่ายในวงกว้าง ทำให้ทางจังหวัดและภาครัฐในพื้นถิ่นโดยผู้ว่าราชการจังหวัด สั่งให้ระงับดำเนินการ และท้องถิ่นจึงจะหาทางบริหารการตัดสินใจร่วมกันให้เป็นที่ยอมรับ สมเหตุสมผล โดยเสนอแนวคิดจัดเวทีระดมความคิด ประชาพิจารณ์ และร่วมกันตัดสินใจว่า ประติมากรรมเหล็กชุดมโนทัศน์นามธรรม ‘โครงสร้างแห่งชีวิต’ ที่ติดตั้งอยู่บนพื้นที่สาธารณะในความรับผิดชอบของเทศบาลเมืองกระบี่นี้ ‘เป็นกรรมสิทธิ์ของใคร ?’ และมีทางเลือกว่า ‘จะรื้อหรือจะไม่รื้อ ?’ หากเป็นกรรมสิทธิ์ของศิลปิน และเสียงประชาชนส่วนใหญ่มีความเห็นที่จะรื้อเพื่อเป็นพื้นที่ใช้สอยสำหรับโรงพยาบาลชุมชน ก็จะขอให้ศิลปินรื้อไปเก็บไว้เป็นผลงานของตน แต่หากเห็นว่าเป็นของท้องถิ่น องค์กรท้องถิ่นและผู้บริหาร ก็จะมีเหตุผลมาสนับสนุนให้สามารถตัดสินใจดำเนินการต่างๆกันต่อไปได้อย่างชอบธรรมมากขึ้น

ประติมากรรมเหล็กชุดมโนทัศน์นามธรรม ‘โครงสร้างแห่งชีวิต’ ผลงานโดย ศราวุธ ดวงจำปา ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์  สร้างขึ้นเป็นองค์ประกอบงานศิลปะ ติดตั้งรอบตัวอาคารศูนย์ข้อมูล Thailand Biennale Krabi 2018 เมื่อปี 2561 มีความเป็นแบบฉบับบอกเอกลักษณ์สมัยใหม่ของเมืองกระบี่ มีชิ้นเดียวในโลก อีกทั้งเป็น Functional Arts ของเทศกาลศิลปะโลกเพื่อการท่องเที่ยวพลวัตเศรษฐกิจสังคม ที่มีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกับทุกสิ่งของเมือง มีคุณค่าสุดประมาณที่จะสามารถออกแบบกระบวนการอีกหลายอย่างให้งอกงามออกไปจากสิ่งที่เมืองกระบี่ ได้มีเป็นของตนเองอยู่นี้ 

ในทางศิลปะนั้น ทุกองค์ประกอบในเทศกาลศิลปะโลก ก็เป็นการยึดโยงองค์ประกอบทั้งหมดอย่างบูรณาการเป็น ‘โครงสร้างแห่งชีวิต’ ที่จะสามารถสื่อสัมผัสซาบซึ้งต่อทุกสิ่งบนโลกและในสังคมไทย ได้ ณ เมืองกระบี่ เห็นแล้วก็เข้าใจและมีคุณค่าของการเป็นหน่วยบรรจุเหตุการณ์ ที่สร้างมูลค่าและเพิ่มคุณค่าให้กับทุกอย่างเกินจะหาได้เป็นจำนวนมาก แต่หากให้ท้องถิ่นรับผิดชอบดูแลในท่ามกลางความจำเป็นอีกมากมายอย่างอื่น ที่ยึดโยงคุณค่าและมูลค่าเพิ่มต่างๆเข้าเสริมส่งกันไม่ได้ ก็จะเป็นทุกขลาภจำยอมอันเต็มไปด้วยความสูญเปล่า หากให้ศิลปินรับผิดชอบรื้อออกไป ก็เชื่อว่าจะสร้างความลำบาก สิ้นค่าใช้จ่าย เป็นภาระไม่มีที่เก็บ บาดเจ็บทางจิตวิญญาณคนสร้างงานศิลป์ ยิ่งกว่าเงินทองและค่าใช้จ่ายที่จะต้องเสียไปไม่ว่าจากทางใด 

แต่จะรื้อและจ้างให้ศิลปินทำขึ้นใหม่ แม้จะให้เงินเป็น 10 ล้าน หรือมากกว่าที่เคยให้ค่าใช้จ่ายและค่าตอบแทนเมื่อครั้งศิลปินได้สร้างงานชิ้นนี้ขึ้นมา อีกหลายเท่า ก็เชื่ออีกเช่นกันว่า ไม่มีทางที่จะได้งานอย่างนี้จากศิลปิน และแม้จะสร้างทดแทนขึ้นได้แบบเดิมทุกประการ ก็จะไม่มีทางได้องค์ประกอบ ‘ภูมิชีวิตและโครงสร้างแห่งชีวิต’ อันเป็นจิตวิญญาณของแผ่นดิน สังคมไทย ศิลปิน และผู้คนทั่วโลก ในงานศิลปะชิ้นนี้ ที่สูญสลายไปอย่างแน่นอน นับเป็นความสูญเสียโอกาสและอนาคตการพัฒนาระยะยาว อยู่ในสิ่งก่อเกิดสั่งสมในห้วงเวลาเหนือความสามารถสร้างขึ้นได้ของมนุษย์ 

หากศึกษากรณีรัฐบาลญี่ปุ่นทุ่มเทวิทยาการ ทรัพยากร กำลังคน และอีกหลายประการ รักษาต้นสนสามใบที่เหลือรอดมาจากวิกฤติสึนามิ เมื่อปี 2554 และต่อมาอีก เกือบ 7 ปี หลังยืนต้นตายจากการแช่น้ำทะเล ก็ทำพิธีตัดและสร้างเป็นประติมากรรมไม้ ติดตั้งตบแต่งเป็นสวนสาธารณะ ซึ่งการใช้ภูมิปัญญา จิตใจสาธารณะของสังคม เงิน กาลเวลา และทรัพยากร จำนวนมากนี้ หากพิจารณาเป็นเพียงการไปซื้อต้นสนมาปลูกใหม่ ก็จะได้ต้นสนมีชีวิตและสิ้นเปลืองทุกสิ่งน้อยกว่าอย่างเทียบกันไม่ได้ ทว่า เนื่องจากสิ่งที่ได้รักษานั้น ไม่ใช่ไม้ต้นสน แต่เป็นหมายเหตุความทรงจำร่วมกันของยุคสมัย ของชาวญี่ปุ่นและของชาวโลก ‘การเป็นสื่อประจักษ์ของจริง’ ในต้นสน จึงเป็นสิ่งที่ต้องรักษาไว้ให้ได้มากที่สุด หลังจากนั้น ชาวญี่ปุ่นและผู้คนจากทั่วโลก เมื่อมีโอกาสผ่านไปก็จะไปเยือนชมสนต้นนี้ และ ณ ที่แห่งนั้นของเมือง ทั้งที่สนสามใบแบบเดียวกันนั้น มีอยู่ดาดดื่นทั่วโลก คุณค่าและความหมายในภูมิชีวิต ดังกล่าวนี้ เห็นด้วยวัตถุภายนอกและจินตนาการเอาแต่โดยลำพังไม่ได้ แต่จะเห็นและเข้าถึงได้ด้วยความหมายกระทบใจ อารมณ์ ความรู้สึก ทางจิตวิญญาณของมวลมนุษย์ ที่ซึ่งทุกคนแม้พูดและแสดงเหตุผลให้ตายตัวร่วมกันออกมาไม่ได้ แต่มนุษย์ทุกคนที่มีอารมณ์และจิตใจ ก็จะรู้ด้วยตนเองทุกคนว่าพลังดังกล่าวนั้น มีความหมายส่งผ่านถึงตนเองโดยตรงว่าอย่างไร การพลวัตทุกมิติของเศรษฐกิจสังคมด้วยพลังทางศิลปะและสุนทรียปัญญา ทำงานอยู่เบื้องหลังของชีวิตและทุกสิ่ง อย่างนั้น  

อีกด้านหนึ่งนั้น การที่ผู้นำและองค์กรภาคสาธารณะของท้องถิ่น ได้มีวิสัยทัศน์ต่อสิ่งสำคัญด้านสุขภาพ คุณภาพชีวิต ศิลปกรรม และการจัดการระบบสังคมที่เอื้อต่อประชากรกลุ่มเปราะบาง รวมทั้งเปิดใจรับฟัง ยอมรับเปลี่ยนแปลงการตัดสินใจ และหาแนวทางดำเนินการที่เปิดสู่การมีส่วนร่วมในการเป็นเจ้าของร่วมกันมากยิ่งๆขึ้น ในขณะที่โดยทั่วไปนั้น จะคิดริเริ่มได้จากสิ่งที่เห็นง่ายๆ สร้างคะแนนเสียงทางการเมือง และได้ผลประโยชน์ตอบแทน การมีผู้นำท้องถิ่นและองค์กรท้องถิ่น เล็งเห็นประเด็นส่วนรวมทางสุขภาพ คุณภาพชีวิต และความผาสุกของสังคม จึงเป็นสิ่งที่นับว่าหาได้ยากมาก ซึ่งทั้งสังคมไทยและมวลประชาชาติของสังคมโลกต่างก็เห็นความสำคัญ ด้วยจะนำไปสู่สวัสดิภาพอันทั่วถึงคนส่วนใหญ่และก่อเกิดผลดีต่อสังคมด้วยประสิทธิภาพของท้องถิ่น ที่ระบบขนาดใหญ่ในกระแสหลักของโลกตอบสนองไม่ได้ จึงมุ่งสร้างเสริมและส่งเสริมให้สิ่งที่ก่อเกิดได้ยากนี้ ได้ก่อเกิดแพร่หลายมากยิ่งๆขึ้น 

การที่ท้องถิ่นตัดสินใจทำเพื่อความจำเป็นของตน แม้นมีความต่างจากความคาดหวังของสังคมภายนอกและระบบที่เหนือกว่าขึ้นไป แต่ต้องเผชิญกับกระแสกดดันภายนอกขนาดใหญ่กว่าพลังการสื่อสารตอบโต้ได้ของหน่วยสังคมท้องถิ่นขนาดเล้ก กระทั่งทางจังหวัดต้องช่วยแสดงเป็นผู้ระงับ แม้จะรักษาสิ่งที่มีความหมายต่อสังคมส่วนใหญ่ไว้ได้ ซึ่งก็มีคุณค่ามากดังที่กล่าวมา แต่สิ่งที่หายไปและมีคุณค่ามากยิ่งกว่าเสียอีกก็คือ การที่ท้องถิ่นสูญเสียพลังอำนาจบนความเป็นนายตน การเป็นเจ้าของสิทธิอำนาจ ทั้งดังปรากฏในรัฐธรรมนูบ กฏหมาย การรับรู้ถึงการมีส่วนร่วม ความเชื่อมั่น ที่จะสามารถริเริ่มและสร้างสังคมได้จริงด้วยตนเองของท้องถิ่น เป็นอาทิ ซึ่งก็เป็นโครงสร้างและภูมิชีวิตอันสำคัญ อีกทั้งเป็นศิลปะมีชีวิตของท้องถิ่น มีความหมาย มีคุณค่า และมีความสำคัญ ไม่น้อยไปกว่ากัน แต่ก็สั่นคลอนและเสียไป เกินจะหาสิ่งใดทดแทนได้เช่นกัน

เมื่อกว่า 20 ปีมาแล้ว ในขณะเป็นอาจารย์และผู้ช่วยผู้อำนวยการ สถาบันพัฒนาการสาธารณสุขอาเซียน มหาวิทยาลัยมหิดล ผู้เขียน ทีมวิจัย และทีมวิชาการ ของสถาบัน นำโดย รองศาสตราจารย์ ดร.บุญยง เกี่ยวการค้า เมธีวิจัย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว) และเป็นผู้อำนวยการของสถาบัน ได้ไปทำกรณีศึกษาถอดบทเรียนเสริมพลัง การพัฒนาระบบสุขภาพปฐมภูมิและสุขภาพชุมชน ของชุมชนระดับอำเภอ ทั้งจังหวัดของจังหวัดกระบี่ ส่งเสริมและสนับสนุนทางวิชาการในการเป็นพื้นที่จังหวัดนำร่องของประเทศในเชิงปฏิรูปหลายมิติ ทั้งระบบสุขภาพ และการบูรณาการมิติสุขภาพสู่การพัฒนาในมิติอื่นๆ จากฐานคุณภาพชีวิตและสุขภาวะสังคมจากฐานชุมชน รวมทั้งได้เป็นปฏิบัติการสร้างทีมวิจัยสหวิทยาการ สะท้อนยึดโยงกับระบบสุขภาพปฐมภูมิของพื้นถิ่นภูมิภาค และพัฒนาข้อมูลแนวคิด ในการสร้างกลไกสนับสนุนทางวิชาการพัฒนาเครือข่ายสถาบันวิชาการสาธารณสุข 17 แห่งทั่วประเทศ สู่การเป็นผู้นำสร้างสุขภาพและเป็นแหล่งสร้างผู้นำในทุกระดับ ในการพัฒนาอย่างบูรณาการทางสุขภาพในกระบวนทัศน์อย่างใหม่เชิงรุก สร้างนำซ่อม ดังที่เห็นพัฒนาการสืบเนื่องอย่างกว้างไกลในปัจจุบัน จึงให้ความสนใจและเล็งเห็นความสำคัญมากต่อกรณีนี้ เชื่อว่าจะเป็นข้อมูลอันก่อเกิดประโยชน์ต่อหลายฝ่าย ที่ต้องมองข้ามฟากจากหลายภาคส่วนและจากหลายมิติที่เกี่ยวข้องอย่างลึกซึ้งใคร่ครวญ ซึ่งเวทีสาธารณะ เครื่องมือทำงานข้อมูล การวิจัย และเครื่องมือต่างๆ จะยังมีข้อจำกัดมากต่อประเด็นร่วมในลักษณะนี้

ความสำคัญและจุดหมาย

จากกรณีนี้ หากนำเอาหลายแนวคิดและหลายมุมมองมาพิจารณาชี้ขาด แม้ไม่ต้องศึกษา ทบทวน ปรึกษาหารือ และสร้างแนวคิดแนวตัดสินใจกันใหม่ ก็จะพบว่าเต็มไปด้วยประเด็นเห็นต่างและล้วนสามารถแสดงเหตุผลสนับสนุนในแนวทางที่หาข้อยุติได้ยาก อีกทั้งเกิดความสูญเปล่า สูญเสีย สั่นคลอนและสลายสาระสำคัญของสังคมอีกเป็นจำนวนมาก

การได้ทบทวนประเด็นศึกษา เรียนรู้ รวบรวมแนวคิดและข้อมูล สำรวจตำแหน่งแห่งหนและนัยสำคัญของสิ่งต่างๆกันใหม่ให้รอบด้านสร้างนั่งร้าน พากันดำเนินสู่ระเบียงทรรศน์ ให้สามารถเห็นทัศนียภาพรอบด้านที่ดีกว่าเดิม จะให้แนวคิดและแนวปฏิบัติในมุมที่สังคมทั่วไปยากจะสามารถเห็นได้จากการแยกส่วนคิดแยกส่วนทำ จึงเป็นจุดหมายของชุดความรู้นี้ แนวบริหารพลวัต ‘ศิลปะสุนทรียพลานามัย กระบี่โมเดล’แปรการทำลายทิ้งบางอย่าง เลือกบางอย่าง สู่การยกระดับเรียนรู้ใหม่ ริเริ่มจากสินทรัพย์และศักยภาพที่มี โดยเฉพาะ ‘แบรนด์ทางสังคม’ รวมสื่อพลังแห่งคุณค่า ความหมาย และนัยสำคัญ จากกาลเวลาและปรากฏการณ์สั่งสมอันหาไม่ได้จากสิ่งทดแทน อื่นใด

สร้างองค์ประกอบหยั่งประมาณฐานชีวิต ยึดโยงและครอบคลุมการบรรลุผลดีได้ทุกอย่าง พร้อมกับก่อเกิดสิ่งใหม่ที่ยิ่งดีกว่าเดิม ทุกฝ่ายต่างเป็นผู้ชนะและได้ร่วมกันเลิกตอบโจทย์เป็นกิจกรรมฝึกหัดหาคะแนนผิดถูกอันจำกัด ไปมุ่งเปิดออกสู่การใคร่ครวญสร้างมรรคผลด้วยทำอย่างแยบคายของพลังปัญญาหมู่ พัฒนาการเรียนรู้มวลชน สร้างมณฑลพหุลักษณ์การบ้านการเมืองสาธารณะเอาธุระต่อการสร้างและสั่งสมภูมิปัญญาความเจริญงอกงามตามภาวะความเป็นจริง ที่ยิ่งกว้างขวาง คุณค่าลึกซึ้งยืนนาน  ทั้งที่เลือกกำหนดได้และต้องปรับตัวให้พอดีอย่างพลวัต พอเพียง ไม่เบ็ดเสร็จตายตัว ของมนุษย์กับธรรมชาติ

จะแบ่งเนื้อหาเป็น 12 ตอน 

(1) รู้จักงานศิลปะ เทศกาลศิลปะโลกแห่งเมืองกระบี่ และความเป็นมาของประเด็น
(2) ทบทวนบริบทสังคมและวางประเด็นร่วมใหม่ของ ‘ศิลปะ สุขภาพ เศรษฐกิจสังคม ภาวะผู้นำและประสิทธิภาพระบบท้องถิ่นกับขั้วยึดโยงสิทธิอำนาจ และการนำพลวัตยุคสมัยด้วย ‘ศิลปวิทยวัฒนธรรมวิวัฒน์’
(3) ‘ศิลปะ สุขภาพ โรงเรียนของลูก จานข้าว และคุณภาพแห่งชีวิต’ : ภาวะก่อเกิดปัญหาและความจำเป็นเชิงระบบ ต้องอ่านและสามารถระบุประเด็นยึดโยงเชิงระบบ
(4) สุขภาพ ศิลปะ : การแตกกระจาย กาย ชีวิตด้านใน จิตใจ และสังคม องค์ประกอบพื้นฐานด้วยธรรมชาติของชีวิต ที่ต้องมุ่งคืนสู่ฐานชีวิต
(5) ต้นทุนท้องถิ่นกระบี่ ‘พลวัตสุขภาวะเศรษฐกิจสังคมท้องถิ่นฐานสุนทรียพลานามัย และนำปฏิรูปสร้างสรรค์สุขภาพ
(6) รูปแบบและข้อแนะนำ ‘สถานศิลปะสุนทรียพลานามัยและโรงสร้างสุขภาพองค์รวม’ กระบี่โมเดลฐานสังคมไทย
(7) การออกแบบองค์ประกอบแนวคิดที่งดงามลงตัว และภาพร่างจินภาพใหม่
(8) การสร้างคน สร้างทีม ชุมชนปัญญาปฏิบัติ สุนทรียปัญญากร และข่ายนัยสำคัญความร่วมมือภาคสุนทรียปัญญา
(9) การออกแบบองค์กรและวงจรการบริหารเชิงพลวัตจากฐานรากสังคมโดยท้องถิ่นในบริบทใหม่ของสังคม
(10) ระบบกองทุน ปัจจัยอุดหนุน และพลังเกื้อกูลห้อมล้อม เสริมพลังความริเริ่มของท้องถิ่น
(11) ‘ควรและไม่ควรทำ’ ข้อคำนึงเพื่อโอกาสเสริมพลังกระจายการวิวัฒน์ของสังคมแบบหยั่งยึดโยง
(12) การพัฒนาใหม่เชิงความหมายและคุณค่า Social Literacy ศิลปวิทยวัฒนธรรมวิวัฒน์ ของท้องถิ่นและสังคมไทยนำสังคมโลก เพื่อสุขภาวะของทั้งมวลภายใต้การสะท้อนวาระความจำเป็นและภาวะวิกฤติที่ต้องเผชิญกันทั้งโลก Wellbeing Glocal for All, All Look Foreward to Local

แสดงจินตภาพการศึกษาและพัฒนาการเรียนรู้มวลชนสู่ยุคสมัย ‘ศิลปวิทยวัฒนธรรมวิวัฒน์’ หลังความก้าวหน้าก้าวกระโดดของการศึกษา วิทยาการ เทคโนโลยี และระเบียบโลกบนสายธารพลวัตความหลากหลายซับซ้อน ผสมผสาน

เป็นแบบจำลองปฏิบัติการ มหาสถานเชิงปฏิบัติการสุนทรียปัญญาสรรพวิทยาการออนไลน์และออฟไลน์จากกรณีท้องถิ่น ‘พลวัตสุขภาวะเศรษฐกิจสังคมท้องถิ่นฐานสุนทรียพลานามัย และนำปฏิรูปสร้างสรรค์สุขภาพ’ การสร้างจังหวะคลื่นพลวัตสังคมไทยและสังคมโลกจากด้านหยั่งฐานความงอกงามด้วยภูมิชีวิตท้องถิ่น.