ว่าด้วย คนมีปัญญาบริโภค

พาโลวาทชาดก

พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๙ [ฉบับมหาจุฬาฯ]

ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑

๖. พาโลวาทชาดก (จากพระไตรปิฎก ลำดับเรื่องที่ ๒๔๖)

ว่าด้วยการโอวาทคนพาล

             (กุฎุมพีผู้หนึ่งแกล้งฤๅษีโพธิสัตว์ จึงกล่าวกับพระโพธิสัตว์ว่า)

             [๑๙๒] บุคคลผู้ไม่สำรวมประหารสัตว์ก็ดี เบียดเบียนสัตว์ก็ดี ฆ่าสัตว์ก็ดี แล้วให้ทาน สมณะใดบริโภคอาหารเช่นนี้ สมณะนั้นย่อมแปดเปื้อนบาปด้วย

             (พระโพธิสัตว์ฟังแล้ว จึงกล่าวว่า)

             [๑๙๓] บุคคลผู้ไม่สำรวมถึงจะฆ่าบุตรภรรยาแล้วให้ทานก็ตามที ผู้มีปัญญาบริโภคอาหารนั้นก็ไม่แปดเปื้อนบาปเลย

พาโลวาทชาดกที่ ๖ จบ

----------------------------

คำอธิบายเพิ่มเติมนำมาจากบางส่วนของอรรถกถา 

พาโลวาทชาดก

ว่าด้วย คนมีปัญญาบริโภค

               พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ ณ กูฏาคารศาลา เสด็จเข้าไปอาศัยกรุงเวสาลี ทรงปรารภสีหเสนาบดี ตรัสพระธรรมเทศนานี้ ดังนี้.
               ความย่อมีอยู่ว่า สีหเสนาบดีนั้นถึงพระผู้มีพระภาคเจ้า ว่าเป็นที่พึ่งแล้วนิมนต์ไปถวายภัตตาหารปรุงด้วยเนื้อ. พวกนิครนถ์ฟังข่าวแล้วไม่พอใจ ใคร่จะเบียดเบียนพระตถาคตเจ้า จึงกล่าวใส่ไคล้ว่า พระสมณโคดมเสวยเนื้อที่เขาอุทิศถวายทั้งที่รู้อยู่.
               ภิกษุทั้งหลายสนทนากันในโรงธรรมว่า ดูก่อนอาวุโสทั้งหลาย นิครนถนาฏบุตรกับพวกบริษัทเที่ยวใส่ใคล้ว่า พระสมณโคดมเสวยเนื้อที่เขาอุทิศถวายทั้งที่รู้อยู่.
               พระศาสดาสดับเรื่องนั้นแล้วตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย นิครนถนาฏบุตรนินทาเราว่าบริโภคเนื้อที่เขาอุทิศถวายแต่ในบัดนี้เท่านั้นก็หามิได้ แม้ในกาลก่อนก็ได้ติเตียนแล้วเหมือนกัน ทรงนำเรื่องอดีตมาตรัสเล่า.
               ในอดีตกาล ครั้งพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติอยู่ในกรุงพาราณสี พระโพธิสัตว์บังเกิดในตระกูลพราหมณ์ ครั้นเจริญวัยแล้ว ออกบรรพชาเป็นฤๅษี มาจากป่าหิมพานต์เพื่อต้องการเสพรสเปรี้ยวเค็มในกรุงพาราณสี.
               รุ่งขึ้นจึงเที่ยวภิกษาจารไปในพระนคร ครั้งนั้น กุฎุมพีผู้หนึ่งคิดว่า เราจักแกล้งดาบสให้ลำบาก จึงนิมนต์ให้เข้าไปสู่เรือน นิมนต์ให้นั่งบนอาสนะที่จัดปูไว้แล้ว อังคาสด้วยปลาและเนื้อ ครั้นเสร็จภัตตกิจแล้วนั่ง ณ ส่วนข้างหนึ่ง กล่าวว่า เนื้อนี้ข้าพเจ้าฆ่าสัตว์ปรุงเป็นอาหารเฉพาะท่านโดยตรง ขออกุศลนี้อย่าได้มีแก่ข้าพเจ้าเลย จงตกเป็นของท่านเถิด
               แล้วกล่าวคาถาที่ ๑ ว่า :-
               บุคคลผู้ไม่สำรวมประหารสัตว์ เบียดเบียนและฆ่าสัตว์ให้ทานแก่สมณะใด สมณะนั้นบริโภคภัตรเช่นนี้ ย่อมเข้าไปติดบาปด้วย.
               พระโพธิสัตว์ฟังแล้ว จึงกล่าวคาถาที่ ๒ ว่า :-
               ถ้าสมณะผู้มีปัญญาแม้บริโภคทานที่บุคคล ผู้ไม่สำรวม ฆ่าบุตรและภรรยาถวาย ก็ไม่เข้าไปติดบาปเลย.
               พระโพธิสัตว์แสดงธรรมแก่กุฎุมพีอย่างนั้นแล้ว ลุกจากอาสนะหลีกไป.
               พระศาสดาทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ทรงประชุมชาดก.
               นิครนถนาฏบุตร ได้เป็นกุฎุมพี
               ส่วนดาบส คือ เราตถาคต นี้แล.

               จบ อรรถกถาพาโลวาทชาดกที่ ๖               
               -----------------------------------------------------