เอกพาเราเดินออกจากอนุสรณ์สถานลินคอล์นฝ่าแดดแจ่ม
เงาที่อยู่ข้างหน้าหดสั้นเหลือห่างจากเท้าไม่ถึงหนึ่งเมตร
“หิวข้าวรึยัง” เอกหันหน้ากลับมาถามพวกเรา
“หิวรึยังพี่” หน่อยถามซ้ำ
“ยัง” ป้าเขมตอบสั้นๆ
“ไปกินที่ National Museum of the American Indian ใกล้ๆ กับรัฐสภา”
เอกบอก
ขณะนั้นเราเดินมาถึงอนุสาวรีย์ทหารสามนาย อันเป็นตัวแทนของชาติพันธุ์ในกองทัพสหรัฐ คือ ทหารผิวขาว ทหารผิวสี และทหารผู้มีเชื้อสายสเปน สายตาของสามทหารจ้องมองไปยังรายชื่อสหายร่วมรบที่จารึกบนกำแพงห่างออกไป
“ถ่ายรูปไหม” ผมหันไปทางป้าเขม
“ไม่ สงสารพวกเขา” ปฏิเสธยังไม่พอ ป้าเขมเดินหนีแทบไม่มองรูปปั้น
ขวามือห่างราว 50 เมตร มีรูปปั้นสตรีในเครื่องแบบ คนหนึ่งนั่งบนกระสอบทราย ตักของเธอมีทหารบาดเจ็บหนักนอนหงายแขนขวาห้อย คนหนึ่งยืนมือขวาจับข้อศอกเพื่อนคล้ายให้กำลังใจ ใบหน้าเงยสู่ท้องฟ้าเหมือนมองหาเฮลิคอปเตอร์ อีกคนนั่งคุกเข่าก้มหน้าในมือซ้ายถือหมวกเหล็ก ทั้งสามคนหันหลังชนกัน
ป้าเขมจับมือหน่อยเดินลิ่ว เอกและผมต้องเดินตาม พี่กับน้องเดินผ่านอนุสรณ์สถานทหารผ่านศึกเวียดนามแทบไม่มอง
อนุสณ์สถานมองเป็นกำแพงก็ได้ หรือจะมองเหมือนตัดดินเป็นหน้าผาแล้วก่อแนบด้วยหินสีดำใสมันวาวราวกระจก สะท้อนภาพผู้ไปเยือนอย่างชัดเจน
บนกำแพงสลักรายชื่อทหารผู้เสียชีวิต และผู้สูญหายในสงครามเวียดนาม 58,159 นาย
ผมเดินผ่านชาวอเมริกันหลายคนกำลังอ่านชื่อบนกำแพง บางคนนำกุหลาบแดงและขาว วางไว้ด้านล่าง
มีกลุ่มหนึ่งหลากหลายวัย มองดูชายหนุ่มที่กำลังฝนดินสอลงบนกระดาษขาวที่ทาบกับกำแพงบนชื่อของผู้จากไป ทุกคนมีใบหน้าเคร่งขรึม
นี่กระมังที่ทำให้ป้าเขมกับหน่อยเดินจากไปอย่างรวดเร็ว
ผมพลอยหดหู่ไปด้วย จึงไม่มีอารมณ์ถ่ายภาพ หันไปมองเอกที่เดินคู่กัน เขาเดินก้มหน้านิ่ง เหมือนส่งใจรำลึกถึงเหตุการณ์สงครามเวียดนาม
เราทันสองสาวที่ Statue of Albert Einstein ซึ่งรถเราจอดอยู่ใกล้ๆ
รูปปั้นไอน์สไตน์ด้วยทองสัมฤทธิ์ นั่งพักผ่อนบนม้านั่งสามขั้นของหินแกรนิตสีเขียวมุก สายตามองต่ำ
ผมยืนหันหน้าไปทางรูปปั้นเพื่อถ่ายภาพให้สองสาว พลันผมมีความรู้สึกเหมือนได้สบตากับไอน์สไตน์ มือซ้ายของรูปปั้นถือสมุดบันทึกสมการ ซึ่งสรุปความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ที่สำคัญที่สุดสามประการของไอน์สไตน์
ความคิดชั่ววูบทำให้ผมปีนขึ้นไปดูจารึกสมการทั้งสาม ความรู้สึกช่วงนั้นเปี่ยมด้วยความปิติ แต่เมื่อปรากฏภาพถ่ายผมกับรูปปั้น ผมเกิดความรู้สึกขัดแย้ง ผมไม่ควรปีนและเหยียบลงบนสมการอันลือลั่นนี้เลย



