ลุงกับป้าเที่ยวนิวยอร์ก ตอนที่ 19 อนุสรณ์สถานลินคอล์น


ผมหันหลังให้อนุสาวรีย์วอชิงตัน ด้านหน้าของผมราว 200 เมตร เป็นเขตอนุสรณ์สถานลินคอล์น มีธงชาติอเมริกาสองฝั่ง ถัดไปเป็นน้ำพุซ้ายขวา มีสระสี่เหลี่ยมทอดยาว จรดวิหารสีขาวนวล ตัดกับฉากท้องฟ้าสีครามและทิวไม้เขียวชอุ่ม ช่วยขับให้วิหารสวยเด่น และแฝงไว้ด้วยความน่ายำเกรง

แสงแดดสิบโมงทำให้อากาศอบอุ่นขึ้น ฝรั่งหลายคนเริ่มถอดเสื้อแจ๊คเก็ต เอกกับหน่อยก็ถอดแล้วเอาแขนเสื้อมัดเอว เดินพาป้าเขมล่วงหน้าไปก่อน ผมยังคงสนุกกับการเก็บภาพบรรยากาศโดยรอบ

ผมเดินผ่านเด็กวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งกำลังเล่นฟุตบอลบนสนามหญ้า และเมื่อผมเดินข้ามถนนเข้าเขตอนุสรณ์สถาน ผมก็ได้เป็นส่วนหนึ่งของชายหญิงหลายคน ที่บ้างนั่งบ้างยืน จับกลุ่มคุยกัน แทบทุกคนหันหน้าไปตะวันตก

เบื้องหน้าเป็นสระใหญ่ยาวรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าน้ำใสราวกระจก น้ำพุที่ผมมองเห็นแต่ไกลนั้น เมื่อมาถึงกลับสูงใหญ่มาก ทางเดินหลังน้ำพุเป็นลานโค้งมีเสาสูงหลายต้น สำหรับวางพวงมาลา

ผมเริ่มรู้สึกร้อนจึงรีบเดินเข้ามาภายในวิหาร พอพ้นแสงแดดความเย็นพลันเข้าจู่โจมผม แต่สิ่งที่ทำให้ผมเสียววูบเย็นทั่วกาย คือ รูปปั้นของอับราฮัม ลินคอล์น นั่งอยู่บนเก้าอี้สูงเด่นกลางวิหาร ใบหน้าสงบสายตามองตรงไปข้างหน้า มือซ้ายกำแน่น แต่มือขวาเปิดกว้างและผ่อนคลาย

ผมไปยืนหน้ารูปปั้นและหันหน้าไปทางเดียวกับรูปปั้น จึงได้รู้ว่า อับราฮัม ลินคอล์น มองไปที่อนุสาวรีย์วอชิงตัน

เอกพยายามบรรยายให้ผมฟัง สรุปว่า เสาดอริกสถาปัตยกรรมกรีกโบราณ ที่มีโคนเสาใหญ่และเรียวขึ้นไปจนถึงยอด ตามลำเสาเป็นร่องเว้านั้น มีร่อง 36 ร่อง เป็นตัวแทนของ 36 มลรัฐ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ลินคอล์นเป็นประธานาธิบดี

หินที่ใช้ก่อสร้างมีหลายชนิดมาจากทุกรัฐในอเมริกา เช่น อาคารภายนอกใช้หินอ่อนสีขาวจากโคโลราโด ผนังภายในใช้หินปูนจากอินเดียนา พื้นใช้หินอ่อนสีชมพูจากเทนเนสซี เพดานใช้หินอ่อนจากอลาบามา

มือซ้ายของลินคอล์นที่กำแน่น แสดงถึงความมุ่งมั่นที่จะต่อสู้กับสงครามกลางเมืองให้จบลงแม้ว่าจะมีการนองเลือดอย่างต่อเนื่องก็ตาม

มือขวาที่เปิดกว้างและผ่อนคลาย หมายถึง เมื่อสงครามสิ้นสุด ลินคอล์นต้องการนำรัฐทางใต้กลับเข้าสู่สหภาพโดยสันติวิธีและไม่ต้องการแก้แค้น

เราเข้าไปชมห้องที่เก็บของส่วนตัวของลินคอล์น ส่วนใหญ่เป็นหนังสือเก่าๆ นับพันเล่ม และหนังสือพิมพ์ที่เป็นเรื่องราวของลินคอล์น

ออกจากห้องพิพิธภัณฑ์ผมมายืนอ่านสุนทรพจน์ที่อยู่ข้างรูปปั้น สุนทรพจน์นี่เองที่ตอนหนึ่งกล่าวว่า

“เราจะไม่ให้การตายของพวกท่านสูญเปล่า ณ ประเทศนี้ ที่อยู่ภายใต้การคุ้มครองของพระเจ้าจะต้องมีอิสรภาพที่จะเกิดใหม่ โดยรัฐบาลประชาชน ของประชาชน และเพื่อประชาชน จะยังคงอยู่บนโลกต่อไป”

ก่อนลงจากวิหารผมมายืนที่ขั้นบันได และนึกถึงการปราศรัยของมาร์ติน ลูเทอร์ คิง ต่อหน้ามวลชนกว่า 250,000 คน เขากล่าวว่า

"ข้าพเจ้ามีความฝันว่า วันหนึ่งประเทศนี้จะลุกขึ้นยืนหยัดและจรรโลงความหมายที่แท้จริงของบทบัญญัติแห่งความเท่าเทียมกันของมนุษย์"

เราเดินจากอนุสรณ์สถานแด่ผู้ยิ่งใหญ่ รัฐบุรุษที่คนอเมริการักและเคารพ ทั้งยังเป็นสัญลักษณ์ของความมุ่งมั่น ความกล้าหาญ ความรักชาติ และความเป็นอเมริกัน

เรากำลังเดินไปที่ อนุสาวรีย์ทหารผ่านศึกเวียดนาม และ Vietnam Women's Memorial

 

หมายเลขบันทึก: 718465เขียนเมื่อ 10 มิถุนายน 2024 15:01 น. ()แก้ไขเมื่อ 10 มิถุนายน 2024 15:01 น. ()สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี
ClassStart Books
โครงการหนังสือจากคลาสสตาร์ท