เพชรบูรณ์ เมืองแห่งพืชพันธุ์ธัญญาหาร (10)วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดพิษณุโลก
วันสุดท้ายของทริป เพชรบูรณ์ เมืองแห่งพืชพันธุ์ธัญญาหาร แวะเที่ยวพิษณุโลกก่อนเดินทางกลับบ้าน สถานที่สำคัญของจังหวัดพิษณุโลกที่มีความสำคัญทางด้านประวัติศาสตร์และศิลปศาสตร์ ทำให้พลาดไม่ได้เมื่อมาท่องเที่ยวภาคเหนือตอนล่าง เป็นวัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองของพิษณุโลกหรือเมืองสองแคว
วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร หรือ วัดพระพุทธชินราช
วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร หรือชื่อที่คนส่วนใหญ่เรียกกันว่า "วัดใหญ่" ตั้งอยู่ที่ถนนพุทธบูชา ริมฝั่งแม่น้ำน่านด้านทิศตะวันออก ตรงข้ามกับศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดวรมหาวิหาร เป็นที่รู้จักโดยทั่วไปในฐานะสถานที่ประดิษฐานพระพุทธชินราช พระพุทธรูปที่ได้รับการยกย่องว่างดงามที่สุดในประเทศไทย เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวเมืองและศรัทธาของผู้คนจากทั่วสารทิศ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหารเป็นวัดที่มีประวัติยาวนานมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย มีสถาปัตยกรรม ศิลปกรรม และประติมากรรมที่งดงามยิ่ง ถือได้ว่าเป็นมรดกทางศิลปวัฒนธรรมอันล้ำค่าของเมืองพิษณุโลก
วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหารไม่ปรากฏหลักฐานว่าสร้างเมื่อใด สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นก่อนสมัยสุโขทัย และเป็นพระอารามหลวงมาแต่เดิม เพราะได้พบหลักฐานศิลาจารึกของพ่อขุนรามคำแหงมีความว่า " พ่อขุนศรีนาวนำถมทรงสร้างพระทันตธาตุสุคนธเจดีย์..."
ส่วนในพงศาวดารเหนือกล่าวไว้ว่า" ...ในราวพุทธศักราช 1900 พระเจ้าศรีธรรมไตรปิฎก(พระมหาธรรมราชาที่ 1) เป็นพระมหากษัตริย์ครองกรุงสุโขทัย ทรงมีศรัทธาเลื่อมใสในบวรพุทธศาสนาเป็นอย่างยิ่ง ทั้งยังได้ทรงศึกษาพระไตรปิฎกและคัมภีร์ศาสนาอื่นๆ จนแตกฉาน หาผู้ใดเสมอเหมือนได้ยาก พระองค์ได้ทรงสร้างวัดพระศรีรัตนมหาธาตุในฝั่งตะวันออกของแม่น้ำน่าน มีพระปรางค์อยู่ตรงกลาง มีพระวิหาร 4 ทิศ มีพระระเบียง 2 ชั้น และทรงรับสั่งให้ปั้นหุ่นหล่อพระพุทธรูปขึ้น 3 องค์ เพื่อประดิษฐานเป็นพระประธานในพระวิหารทั้ง 3 หลัง
ต่อมาเมื่อปีพ.ศ. 2458 พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ยกขึ้นเป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดวรมหาวิหาร เมื่อ พ.ศ. 2458 ปัจจุบันจึงมีชื่อเต็มว่า วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร
พระวิหารหลวงประดิษฐานพระพุทธชินราช
พระวิหารพระพุทธชินราช เป็นวิหารทรงโรง เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธชินราช ซึ่งนับถือกันว่าเป็นพระพุทธรูปที่งดงามที่สุดองค์หนึ่งในโลก ตัวพระวิหารสร้างมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย และได้รับการบูรณะให้มีสภาพดีมาจนถึงสมัยปัจจุบัน พระวิหารหลังนี้จึงเป็นสถาปัตยกรรมสมัยสุโขทัยที่มีความสง่างามสมส่วน และยังคงสภาพสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของไทย
พระเหลือ
หลังจากสร้างพระพุทธชินราช พระพุทธชินสีห์ และพระศรีศาสดาแล้ว พระยาลิไทรับสั่งให้ช่างนำเศษทองสัมฤทธิ์ที่เหลือนำมารวมกันหล่อพระพุทธรูปปางมารวิชัย ขนาดเล็ก หน้าตักกว้าง 1ศอกเศษ เรียกชื่อพระพุทธรูปนี้ว่า "พระเหลือ" เศษทองยังเหลืออยู่อีกจึงหล่อพระสาวกยืนอีก 2 องค์ ส่วนอิฐที่ก่อเตาสำหรับหลอมทองในการหล่อพระพุทธรูปนำมารวมกันบนชุกชี พร้อมกับปลูกต้นมหาโพธิ์ 3 ต้นลงบนชุกชี เรียกว่า โพธิ์สามเส้า ระหว่างต้นโพธิ์ได้สร้างวิหารน้อยขึ้นมา 1 หลัง อัญเชิญพระเหลือกับสาวกเข้าไปประดิษฐานอยู่ เรียกว่า พระเหลือ
พระวิหารพระเจ้าเข้านิพพาน
เป็นวิหารขนาดกลางตั้งอยู่ทางทิศใต้ของวิหารพระพุทธชินราชนอกเขตระเบียงคต ภายในประดิษฐานหีบปิดทองบรรจุพระบรมศพองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทำด้วยศิลา ตั้งอยู่บนจิตรากาธาน ประดับด้วยลวดลายลงรักปิดทองร่องกระจกสวยงาม ที่ปลายหีบมีพระบาททั้งสองยื่นออกมา และบริเวณด้านหน้า หรือด้านท้ายของหีบพระบรมศพมีพระมหากัสสปเถระนั่งนมัสการพระบรมศพ ซึ่งนับว่าเป็นโบราณวัตถุที่สำคัญโดยผู้สร้างถือคติว่าเป็นการจำลองสังเวชนียสถานของพระพุทธเจ้า คาดว่ามีเพียงแห่งเดียวในประเทศไทย
พระวิหารพระอัฏฐารส
บริเวณหลังวิหารพระพุทธชินราชมีพระอัฏฐารส ซึ่งเป็นพระพุทธรูปยืนปางห้ามญาติ สูง 18 ศอก หรือประมาณ 10 เมตร สร้างในสมัยเดียวกับพระพุทธชินราช ในราว พ.ศ. 1800 เดิมประดิษฐานอยู่ในวิหารใหญ่ แต่วิหารได้พังไปจนหมดเหลือเพียงเสาที่ก่อด้วยศิลาแลงขนาดใหญ่ 3-4 ต้น และเนินพระวิหารบางส่วน เรียกว่า " เนินวิหารเก้าห้อง" ในปัจจุบันกรมศิลปากรได้ทำการบูรณะขุดแต่งทางโบราณคดีในบริเวณที่เรียกว่าเนินวิหารเก้าห้อง ซึ่งขุดพบฐานพระวิหารเดิมและพระพุทธรูปวัตถุโบราณจำนวนหนึ่ง
- ผศ.ประทีป เล้ารัตนอารีย์ แห่ง มศว.ประสานมิตร วิทยากรพิเศษประจำทริปเพชรบูรณ์-ศรีเทพ-ภูทับเบิก
- มิตรไมตรีจากเพื่อนร่วมเดินทางทุกท่าน
บันทึกต่อไป
เพชรบูรณ์ เมืองแห่งพืชพันธุ์ธัญญาหาร (10) ศูนย์ประวัติศาสตร์พระราชวังจันทน์





































