ผมคิดหาวิธีป้องกันไม่ให้เขาพาออกนอกเส้นทาง

“ขอ iPad” ผมคิดว่าวิธีนี้น่าจะช่วยได้

ป้าเขมส่ง iPad ที่กอดแนบอกให้ผมพร้อมคำถาม

“จะโทร. หาต้อยรึ”

ผมพยักหน้ารับ iPad และชำเลืองมองคนขับที่กำลังมองผมทางกระจกส่องหลัง เขาหลบสายตาหันไปมองถนน

ผมใช้ iPad ถ่ายภายในรถเน้นไปที่ชื่อ ภาพถ่ายและเบอร์โทร. ของคนขับที่ติดอยู่คอนโซลหน้า แล้วโทร. หาต้อย

“Hello! สวัสดีค่ะ อยู่ไหนพี่” เธอรับสายโดยที่สัญญาณครั้งแรกยังไม่จาง และยิงคำถามเหมือนจะรอสายผมอยู่

ผมเปิดลำโพง iPad ตั้งใจให้คนขับได้ยินด้วย แม้ว่าเขาจะฟังไม่เข้าใจ แต่เขาต้องรู้ว่าเรามีคนรู้ความเคลื่อนไหวของเรา

“อยู่ในแท็กซี่ กำลังไปโรงแรม Super 8” ผมตอบ

“ถึงเร็วนี่ พี่นิดสบายดีนะคะ” ต้อยเป็นห่วงพี่สะใภ้ ผมเลยยื่น iPad ให้ป้าเขม

น้องสาวผมกับป้าเขมคุยกันยังไม่วางสาย รถแท็กซี่จอดหน้าโรงแรมแล้ว

ก่อนลงจากรถ ผมมองดูมิเตอร์เห็นขึ้นเลข 17 เหรียญ และเศษเล็กน้อย

คนขับดึงสลักเปิดฝากระโปรงหลัง แต่ไม่ลงจากรถ ผมต้องยกเป้และกระเป๋าป้าเขมเอง แล้วหยิบแบงก์ยี่สิบเหรียญให้คนขับ เขารับเงินพร้อมกับแสะยิ้ม

“Thank you!” ผมกล่าวขอบคุณ แต่ไม่มีคำพูดใดๆ หลุดจากปากเขา

ผมหันกลับมือซ้ายหิ้วเป้ มือขวาลากกระเป๋าเดินเข้าไปในโรงแรม ในขณะที่แท็กซี่เคลื่อนตัวจากไปบนถนนที่โล่ง มีรถไม่กี่คัน

“ไม่มีน้ำใจเลยนะ” ป้าเขมที่เดินตามผมกล่าวเบาๆ ผมหัวเราะ

“อาจเป็นธรรมเนียมของที่นี่ก็ได้ ไม่เป็นไรหรอก” ผมตอบ

ขณะที่ผมรอกุญแจห้องจากพนักงาน ป้าเขมที่อยู่ข้างๆ ก็สะกิดแขนผมให้มองดูแผ่นป้ายด้านหลังเคาน์เตอร์ ผมอ่านแล้วขำตัวเอง

“บริการรถ รับ-ส่ง สนามบิน JFK เที่ยวแรกเวลา 08.00 น.......”

เอาเถอะ... วันนี้ไม่ได้ใช้บริการ วันพรุ่งนี้ขอใช้บริการส่งละกัน

เราได้ห้องพักที่ดีกว้างพอสมควร มีตู้โต๊ะแต่งตัว โซฟา 2 ตัว สุขภัณฑ์ทันสมัยสะอาด

“หิวไหม ลงไปหาอะไรกินก่อนไหม” ป้าเขมถามพร้อมออกความเห็น ผมเห็นด้วย จึงพากันลงจากชั้น 3 มาหาอะไรกินก่อนนอน

เวลา 21.30 น. ของนิวยอร์กซิตี้ ยังมองเห็นแสงอาทิตย์จางๆ ที่ขอบฟ้า ไฟส่องสว่างริมถนนเหมือนกลางวัน

ตรงข้ามโรงแรมมีตึกแถวสองชั้น มีห้องหนึ่งคล้ายร้านอาหาร เห็นมีรูปภาพอาหารจีนแปะด้านบนขอบประตู

เราข้ามถนนสบายๆ เพราะนานๆ จะมีรถยนต์ผ่านมา เป็นร้านอาหารจีนตามคาด เขากำลังจะปิดร้านแล้ว เราจึงซื้อใส่กล่องขึ้นไปกินบนโรงแรม ผมสั่งข้าวผัดหมู ป้าเขมสั่งอะไรผมจำไม่ได้แล้ว

ขณะที่รออาหาร ป้าเขมสวมวิญญาณแม่บ้านคุยกับพนักงานขาย ส่วนผมเลี่ยงออกมายืนเล่นริมถนนรับลมหนาวที่พัดเอื่อยๆ แต่เย็นจับขั้วหัวใจ

ป้าเขมเล่าให้ผมฟังตอนกลับห้องพักว่า ร้านอาหารนี้เป็นธุรกิจครอบครัว ย้ายมาจากจีนทั้งครอบครัว เมื่อสิบกว่าปีมาแล้ว

เรากลับมาห้องพัก ผมรีบแกะข้าวกับหมูผัด แต่เพียงแค่หิ้วข้ามถนนแล้วขึ้นลิฟท์มาห้องที่อยู่ชั้น 3 ไม่น่าเชื่อหมูผัดไม่มีไอร้อนเหลืออยู่เลย

ผมทนกินไปครึ่งกล่อง ก็กลืนอีกไม่ลง แต่ก็อิ่มเพราะกล่องใหญ่มาก แทบจะ 3 เท่าของอาหารกล่องเมืองไทย

ส่วนป้าเขมก็กินได้ไม่ถึงครึ่งกล่อง

“มีตู้เย็นไหม” ป้าเขมยังถามหาตู้เย็น เพื่อเอาอาหารเหลือเก็บ

“ไม่มี” ผมตอบพร้อมกับยื่นน้ำขวดที่เปิดแล้วให้ป้าเขม

ก่อนนอนเราวางแผนไว้ว่า แปดโมงวันรุ่งขึ้นจะใช้บริการรถของโรงแรมไปสนามบิน JFK ฝากกระเป๋าแล้วไปเที่ยวตามที่ตั้งใจไว้