ปี 2555 ท่าเรือ South Ferry เป็นอาคารโล่งที่กว้างใหญ่มาก พอเดินเข้าไปสิ่งที่เจอก่อนคือแผงขายสิ่งของเครื่องใช้ตลอดจนเสื้อผ้า ยาวไปตามแนวด้านหน้าจนสุด ตรงกลางเป็นเก้าอี้ยาว นั่งได้ประมาณ 100 คน แต่ขณะนั้นมีคนนั่งไม่ถึง 20 คน ส่วนใหญ่จะยืนเกร่อยู่บริเวณด้านหลังฝั่งซ้ายที่เป็นประตูออกไปขึ้นเรือ ส่วนฝั่งขวาโล่งเป็นทางที่ขึ้นมาจากเรือ
ป้าเขมนั่งลงบนเก้าอี้ยาวตัวหนึ่ง
“ดื่มน้ำไหม” ผมถาม
ผมเห็นบูธขายเครื่องดื่มอยู่กลางอาคาร ไม่รอคำตอบเดินไปแค่ 2-3 ก้าว ก็ได้ยินประกาศให้ขึ้นเรือทางประตู 3 จึงเดินกลับ
เรือเฟอร์รี่ออกทุกครึ่งชั่วโมง แต่หากเป็นชั่วโมงเร่งด่วน จะออกทุก 15-20 นาที
“ขึ้นชั้นสองดีกว่า” ป้าเขมเดินลิ่วนำหน้า
คนส่วนใหญ่กรูขึ้นไปชั้นสอง บนระเบียงด้านนอกกาบขวา เราโชคดีที่มีที่นั่ง แต่ไม่อยู่ชิดกาบเรือ
เรือออกจากท่าเพียงไม่ถึง 10 นาที ผู้คนที่นั่งต่างลุกขึ้นเสียงจอแจ ผมลุกขึ้นบ้าง พยายามชะเง้อและหาช่องว่างมองลอดฝรั่งที่สูงใหญ่
“คุณป้าตัวเขียวอยู่โน่น” ผมหมายถึงเทพีเสรีภาพ แต่ป้าเขมนั่งเฉย คงประเมินว่าลุกขึ้นก็มองไม่เห็น
“ลงไปข้างล่างเถอะ หนาว” ป้าเขมกอดกระเป๋าถือลุกขึ้นเดิน ผมรีบเดินตาม
หนาวจริงๆ ครับ แจ็คเก็ตตัวหนาก็เอาไม่อยู่ ผมถึงกับห่อตัวเดิน
พอเราเข้ามาในห้องชั้นล่าง รู้สึกดีขึ้น มีที่นั่งชิดหน้าต่างกระจก ไม่มีผู้คนบังแต่มุมมองแคบกว่าชั้นบนเท่านั้นเอง
เรายังมองเห็นเทพีเสรีภาพ ไกลออกไปเป็นสะพาน Brooklyn และตึกระฟ้าของ Wall Street
“ดื่มน้ำไหม” ผมถาม “มีเครื่องดื่มและอาหารขายบนเรือด้วย”
“ไม่ละ หนาว” ป้าเขมยังไม่หายหนาว
ผมใช้สายตาสำรวจบริเวณรอบตัว เรือ Staten Island Ferry ใหญ่มาก ตอนที่เราลงเรือผมใช้วิชาลูกเสือคำนวณจำนวนคนได้ 600 คน แต่ผมมองเห็นตอนนี้ไม่ถึง 50 คน
30 นาที ไม่ขาดไม่เกินเรือก็มาถึงเกาะ Staten Island
“ต้องลงไหม” ป้าเขมถาม ผมยังไม่ตอบ แต่พยายามฟังที่เขาประกาศ
“ลง เขาบอกทุกคนต้องออกจากเรือ”
“แล้วจะกลับยังไง” ป้าเขมยังสงสัย
“ต้องไปขึ้นเรืออีกลำกระมัง”
เราลงเรือเกือบเป็นชุดสุดท้าย ผมไม่มีเวลาสำรวจท่าเรือบนเกาะ เพราะด้านขวามือเห็นกลุ่มคนเข้าแถวยาวเพื่อขึ้นเรือกลับแมนฮัตตัน
ป้าเขมเดินลิ่วเข้าห้องชั้นล่างด้านซ้ายของเรือ ได้ที่นั่งชิดกระจกตามต้องการ แต่ไม่ดูวิวหรอก กลับหลับตามือทั้งสองยังกอดกระเป๋าถือแนบอก
ผมเสียดายที่คิดผิด เอากล้องใหญ่ยัดใส่เป้ฝากไว้ที่ JFK ไม่งั้นคงได้ภาพสวยๆ หลายภาพ ผมใช้กล้องคอมแพค หรือ กล้องปัญญาอ่อน ได้ภาพไม่สวยไม่ถูกใจ คงเป็นเหตุที่ทำให้ภาพหาย แม้จะหาจากฮาร์ดดิสก์เก็บภาพก็หาไม่เจอ
เรือกลับมาถึง South Ferry ใช้เวลา 30 นาที เท่ากับขาไป ซึ่งเวลานั้นเที่ยงเศษแล้ว
“กินข้าวที่นี่นะ พักก่อนแล้วค่อยไปต่อ” ผมบอกและให้ป้าเขมหาที่นั่ง และได้ค่อนข้างกลางอาคาร ใกล้ๆ กับบูธขายอาหารและเครื่องดื่ม และถัดไปใกล้กับทางเดินไปประตูขึ้นเรือ มีวงดนตรีเล็กๆ ขับกล่อมเบาๆ เครื่องดนตรีหลายชิ้นทำด้วยไม้ไผ่คล้ายแคนของชาวอีสาน
เราซื้อพิซซ่าถาดเล็กถาดเดียว และไก่ทอดมากินด้วยกัน พิซซ่าแม้จะเป็นถาดเล็กก็ยังใหญ่อยู่ดี ป้าเขมกินนิดเดียว ไก่ทอดก็กินน้อย เป็นภาระที่ผมต้องจัดการให้หมด แต่ดีที่กินไปด้วยฟังดนตรีไปด้วย
“ไปสะพานบรูคลิน” ผมบอกเมื่อเดินออกจาก South Ferry
