การที่คู่ชีวิต​คุณไม่เก็บข้าวของให้เป็นที่เป็นทาง ทิ้งๆขว้างๆนั้น มันเป็นความเคยชินเคยและเคยตัวที่ถูกสั่งสมมาเป็นเวลานานแล้ว ว่าไปแล้ว  ตัวคุณเองก็มีปมที่คุณเปลี่ยนแปลงยากเหมือนกัน

ข้อคิด...ของคนหลังเกษียณ 

        บทแปลข้อคิดจากท่านจูหยงจี อดีตนายกรัฐมนตรี​จีน  ผู้ได้เกษียณ​อายุราชการ​มามากกว่า 10 ปี มีผู้มาขอสัมภาษณ์​ท่านว่าด้วยการปฎิ​บัติตน ทั้งหมดมี  10 ประการด้วยกัน ดังนี้​ คือ : 

1.  การที่คุณมีอายุมากไม่ได้แปลว่าคุณจะดีเด่นหรือควรได้รับอภิสิทธิ์​มากกว่าคนอื่น

​      หมายความว่า ในใจคุณ​เอง  อย่าไปตั้ง​เงื่อนไข​อะไรมากมายในเรื่องราวต่างๆ  ทั้งหลาย​ว่า 'อะไรควร'​ และ  'อะไรไม่ควร'

​ ​     หากมีคนเรียกคุณ​ว่า 'ตาแก่'​ ​ ก็ไม่เห็นจะแปลกอะไร  และ หากมีคนเรียกคุณ​ว่า 'คุณตา'​ ​  ก็แค่แปลว่าคนเรียกนั้นมีพื้นฐาน​มาจากการอบรมบ่มเพาะที่ดี ​ หรือ  หากมีใครลุกขึ้นให้คุณนั่ง  คุณจะต้องขอบคุณ​เขา เพราะนั่นแปลว่าคุณ​โชคดีที่ได้เจอคนมีน้ำใจ

2.  โปรดตะหนักไว้ในใจตัวเองว่า​ ไม่ใช่ทุกคนยินดีที่จะฟัง 'เรื่องราวในอดีต'​ ของคุณ

​      ยุคปัจจุบัน​ไม่ใช่ยุคสมัยที่ผู้คนจะมา 'หวนรำลึกถึงอดีตอันขมขื่น​และมัวขอบคุณ​ปัจจุบัน​ที่หอมหวน'​ ​​  ไม่มีใครสนใจเกียรติ​ประวัติ​หรือความล้มเหลว​ที่ผ่านมาของคุณหรอก​ ยุคสมัยได้แปรเปลี่ยน​ไปแล้ว   

      ผักหญ้าตามป่าเขาที่ครั้งหนึ่งคุณเคยกล้ำกลืนให้ลงคอเพื่อประทังชีวิต​ในยามยากในยุคของคุณนั้น  บัดนี้ได้กลับกลายเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ​ที่มีราคาแพง

      การทุ่มแรงกายแรงใจของคุณลงในการถางป่าถอนพงในยุคที่คุณต้องดิ้นรน​เพื่อเลี้ยงชีวิต​ให้รอด  บัดนี้อาจถูกมองว่าเป็นการทำลายสิ่งแวดล้อม

​     ดังนั้น ผมขอเตือนคุณ​ว่า เวลาที่คุณจะเล่าเรื่องในอดีตของคุณๆ ควรจะเล่า 'แต่พองาม'​   หรือแค่ 'หอมปากหอมคอ' ก็พอ

3.  อย่าพยายามก้าวก่าย​เรื่องของคนอื่น  โดยเฉพาะกิจกรรมที่เป็นเรื่องของคนในครอบครัว​ตัวเอง

​     พึงระลึกไว้เสมอว่า​ เรื่องการศึกษาและการ​อบรมสั่งสอนหลานๆ เป็นธุระ​ของลู​กชายและลูกสาวที่เป็นพ่อและแม่ของหลานๆของคุณ  และไม่ใช่หน้าที่ของคุณ ​ ถ้ายังร่วมอาศัยอยู่ใต้ชายคาเดียวกันกับลูกๆ คุณต้องจำไว้ว่า  อย่าทำตัวจุกจิก จู้จี้ ขี้บ่นอย่างเด็ดขาด

     ต้องพยายามทำตัวเหมือนเป็นที่ปรึกษา​ กล่าวคือ  คุณพร้อมที่จะให้คำปรึกษา​อย่างดีและเต็มที่  แต่คุณ​จะไม่ทำเกินหน้าที่หรือทำผิดบทบาท​หน้าที่

​     หากเป็นเรื่องสำคัญ​ภายในครอบครัว  คุณ​อาจแสดงความคิดเห็น​ของคุณบ้าง (แม้จะไม่ได้รับการร้องขอ)​ เเต่ไม่ควรยืนกรานหรือย้ำเน้นอย่างเอาเป็นเอาตาย​​ ว่าความคิดเห็น​ที่แสดงออกมาของตนนั้นจะต้องถูกนำไปปฎิบัติตาม

4.  พึงระลึกไว้ว่า  ตารางชีวิต​ของคนหนุ่มคนสาวมักจะยุ่งเหยิง​วุ่นวายมาก

​     ดังนั้น เวลาที่คุณเกิดคิดถึง​ลูกๆขึ้นมา  สิ่งที่คุณอาจทำได้คือ  คุณ​อาจยกหูโทรศัพท์​ไปหาเขา ไปคุยกับเขาได้บ้าง ​  ในทำนอง​เดียวกัน​ ก็มีจังหวะที่ลูกๆ  ของคุณ​อาจคิดถึงคุณ​เหมือนกัน  แต่เขาอาจงานยุ่งมากจนหาเวลาโทรศัพท์​มาหาคุณ​ (เพื่อถามทุกข์สุข)​ไม่ได้เหมือนกั​น

​     จำนะจำ ถ้าคุณมาเสียอารมณ์​และบ่นพรึมพรำกับเรื่องแบบนี้  มันมีแต่รังจะทำให้ 'เสียความรู้สึก​ต่อกันทั้ง 2 ฝ่าย'​​ หากลูกๆ  มาเยี่ยมคุณ คุณอย่าพยายามสรรหาเหตุ​ผลเพื่อดึงรั้งให้เขาพักอยู่กับคุณ (สักวัน 2 วัน เป็นต้น) ให้ได้

​     (อย่าลืมที่ผมบอก:   ลูกๆ จะมีงานราษฎร์​งานหลวง, ธุรกรรม​และเรื่องจิปาถะ​มากมายไปหมด)​ การที่พวกเขาอุตส่าห์​เจียดเวลามาเยี่ยมคุณ​แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ  ก็เป็นเรื่องดีมากแล้ว มิใช่หรือ?

​     ถ้าหากคุณดันทุรันจะรั้งเขาอยู่​ให้ได้ และทำให้เขา​รู้​สึกอึดอัด​ ก็เชื่อว่าต่อไปจะหวังให้เขาหาเวลามาเยี่ยมเยียน​คุณคงยากขึ้น

5.  อย่ามัวคาดหวังการตอบแทน (บุญ​คุณ)​ จากผู้​อื่นในเรื่องที่คุณอยากทำเอง

​     คุณต้องห้ามมิให้ตัวเองทำตัวเป็นคนลำเลิกบุญคุณ ​  คุณลองกลับลำดับคำพูดจีนที่ว่า 'เคารพผู้​อาวุโส​และรักใคร่เยาวชน'​​ มาเป็น 'รักใคร่เยาวชน​และเคารพผู้​อาวุโส​'​ 

     หมายความว่า ลองให้ความสำคัญ​ให้กับ 'เยาวชน'​  มากกว่า 'ผู้​อาวุโส'​  ดู  เพราะ (สัจธรรม​ชีวิต​คือ) '​สุริยันยามอรุณรุ่ง​ย่อมสดใสสวยงามกว่าอาทิตย์​อัสดง​'​ 

​     จงจำไว้ : คุณต้องห้ามคิดอยากได้รับสิ่งตอบแทนสำหรับสิ่งของหรือเรื่องราว​ที่คุณได้เคยอุทิศ, เคยทำ หรือเคยให้คนอื่น   มิฉะนั้น​แล้ว  มันรังแต่ทำให้ '​ผู้​(เคย)​ รับ (สิ่งของ, ความช่วยเหลือ,)​ จากคุณ​ พลอยรู้สึก​อึดอัด​ไปด้วย'

6.  อย่าแม้แต่คิดที่จะเปลี่ยนแปลง​ผู้​อื่น

​      การที่น้องหนูข้างบ้านนุ่มกระโปรงแสนสั้น และสวมแค่ถุงน่องออกจากบ้านท่ามกลางอากาศอันเหน็บหนาว​ในฤดู​หนาว  เป็นความพอใจของเขา

​      การที่คู่ชีวิต​คุณไม่เก็บข้าวของให้เป็นที่เป็นทาง ทิ้งๆขว้างๆนั้น มันเป็นความเคยชินและเคยตัวที่ถูกสั่งสมมาเป็นเวลานานแล้ว ว่าไปแล้ว  ตัวคุณเองก็มีปมที่คุณเปลี่ยนแปลงยากเหมือนกัน

​      ดังนั้น การที่คุณคาดหวังจะเปลี่ยนแปลง​คนอื่น ทำไมไม่ลองเปลี่ยนมุมมองและลองหัดอยู่​ร่วมกันอย่างสันติ เพราะการอยู่ร่วมกันแบบนี้ย่อมดีกว่าการชี้นิ้ววงการให้คนอื่นทำตามสิ่งที่ตนเองต้องการ อีกทั้งทำให้คนอยู่ด้วยสบายใจ

7.  ต้องหัดเป็น​คนสปอร์ต​/ใจกว้าง/สง่า

​      ไม่ว่าคุณ​จะมีเงินมากหรือน้อยก็ตาม  เมื่อลูกๆ มีน้ำใจซื้อของมาให้คุณแสดงความกตัญญู​ คุณ​ต้องรู้จักพูดคำว่า 'ขอบใจนะ ลูก' ​ ในขณะเดียวกัน คุณต้องมีสติและรู้จักใช้ปัญญา​ในการบริหารเบี้ยเลี้ยงชีพ​ของคุณ นำไปใช้ในทางที่สมเหตุสมผล​และเหมาะควรเช่นกัน 

​       เงินที่ต้องใช้จ่ายก็อย่าได้ตระหนี่​ คุณสมควรนำเงิน (ที่อุตส่าห์​พยายาม​หามาตลอดชีวิต)​ ไปทางที่เหมาะควรอย่างสปอร์ต​ ดีกว่าตัวตายแล้วยังมีเงินที่ยังเหลืออยู่​มากมาย ​ แน่นอน  คุณก็ไม่ควรผลาญ​เงินที่สะสมมาตลอดชีวิต​ไปอย่างฉับพลัน​ เพราะมันไม่ฉลาดเลยที่จะอ้าปากขอเงินใช้จากลูกๆ ตอนที่เงินของตัวเองหมดเกลี้ยงแล้วแต่ชีวิต​ยังอยู่

8.  (จงระลึกไว้ว่า)​ ภาพพจน์​คนเรานั้นมีความสำคัญ

​       คุณจะเกียจคร้านหน่อยเมื่อคุณแก่ตัวลงย่อมได้ ​ แต่คุณต้องไม่ๆๆๆๆ เกียจคร้าน​ในการแต่งเนื้อแต่งตัว;  คุณต้องไม่เกียจคร้าน​ในการดูแลสุขภาวะและการอนามัยในร่างกายของตัวคุณ​ เนื่องจาก  : -

     หากคุณปล่อยเนื้อปล่อยตัว, ทำตัวสกปรกซกมก​​ มันส่งผล​ต่อภาพลักษณ์​โดยรวมของครอบครัว​ของคุณ  คุณ​ต้องสำเนียกว่า  การปรากฏ​กายที่สะอาดของคุณไม่เฉพาะเป็นเรื่องส่วนบุคคล​ของคุณเท่านั้น​ หากมันเป็นภาพพจน์​ครอบครัว​และหน้าตาของลูกๆ  หลานๆ ของคุณด้วย ​ เรื่องภาพลักษณ์​และหน้าตา คุณ​อาจไม่แคร์  แต่คนจำนวนมากแคร์

9.  คุณต้องเรียนรู้ที่จะ 'ตัด, สละ และจาก'​ (จากสิ่งที่รักหรือครอบครองอยู่)​ 

​      อย่าเก่งแต่สะสมทุกสิ่งทุกอย่าง​ไว้ในบ้าน  ทำให้บ้านเป็นเหมือนร้านขายของเก่า​หรือร้านโชวห่วย​ ดังนั้น  สิ่งที่คุณควรทำคือ :   1) รีบทำการกำจัดสิ่งของหรือของสะสมที่ไร้ประโยชน์​;  2) ของที่ยังเป็นประโยชน์​ ให้จัดให้อยู่ให้ถูกที่​ถูก​ทาง

      หาไม่แล้ว ยิ่งสั่งสมสะสมอย่างไม่หยุดหย่อน​และไม่มีระเบียบ  จะทำให้การบริหารจัดการในอนาคตยุ่งยาก​มากขึ้น

1​0.  (ต้องถือทักษะว่า)​ ตัวเองจะต้องอยู่อย่าง 'เป็น​ไท'​'

​      อย่าคิดแต่พึ่งพิงลูกๆ  ที่จะมาเป็นเพื่อนแก้เหงา ​  ทุกครอบครัว​ล้วนอยากให้ลูกๆ  เมื่อเติบใหญ่​ขึ้น  ปีกกล้าขาแข็ง​แล้วสามารถ​ออกไปสร้างเนื้อสร้างตัว

    คุณก็เหมือนกัน  คุณก็ปรารถนา​ต้องการให้ลูกๆ  ของคุณออกจากอ้อมอกของคุณ   ออกไปต่อสู้ในโลกภายนอก​ จนสามารถ​ตั้งเนื้อตั้งตัว​ได้   ดังนั้น  คุณต้องยอมรับความจริง และเผชิญ​กับความว้าเหว่​ที่ตามมาอย่างหาญกล้า  (จงอย่ามุ่งหวังรอคอยคาดหวังให้ลูกๆ  มาเยี่ยมหาคุณได้ถี่บ่อย)​ คุณควรต้องเปิดใจกว้าง เปิดใจคบหาและมีเพื่อนใหม่ๆ

     และการคบหาเพื่อนใหม่ๆ  เท่ากับการ 'สะสมคลังแห่งมิตรภาพ'​ ​ หากคุณมี 'คลังเพื่อน'​และเมื่อถึงเวลาตอนที่คุณเดินเหิน​ไม่สะดวกอีกต่อไปแล้วนั้น  คุณยังคงสามารถ​ยกหูโทรศัพท์​ หาเพื่อนๆ, สนทนาปราศรัย เเละเเลกเปลี่ยนความคิด​เห็น​ในเรื่องราวต่างๆ  กับพวกเขาได้

            ..................

​     ข้อคิดข้อเตือนใจจากท่านนายกรัฐมนตรี​จูหยงจี ​ ช่างมีคุณค่า​ยิ่งนัก 

     แชร์ต่อ โดย ดร.สิทธิชัย เครือวุฒิกุล

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๖  มิถุนายน  ๒๕๖๗