วันที่ ๑๘ - ๒๑ เมษายน ๒๕๖๗ ผมไปสังเกตการณ์เพื่อเรียนรู้ Dialogic Teaching ในเชิงลึกในบริบทไทย ที่โรงแรม เดอะเซส บางแสน
ผมได้เล่าข้อเรียนรู้เรื่อง Dialogic Teaching โดยละเอียดไว้ที่ (๑) จากการไปสังเกตการณ์การฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการแก่ นศ. ครูรัก(ษ์)ถิ่น เมื่อปลายปี ๒๕๖๕
คราวนี้ มุ่งไปสังเกตและเรียนรู้ว่า วงการศึกษาไทยจะได้รับประโยชน์จากขบวนการขับเคลื่อนนี้ได้อย่างไร ควรมีการจัดการเชิง movement และ networking อย่างไร เพื่อให้เกิดผลกระทบจริงจังต่อคุณภาพการศึกษาไทยภาพใหญ่
ก่อนไป ผมถามสหาย Gen AI ทั้งสามของผม คือ ChatGPT 3.5, Gemini, และ Copilot ว่า What is dialogic teaching? What are roles of teachers? What are roles of learners? How can the learning outcome being assessed? What are attributes of good dialogic teaching? ได้คำตอบเรื่องปฏิสัมพันธ์ระหว่างครูกับครู ครูกับนักเรียน นักเรียนกับนักเรียน วิธีพูดของครู วิธีพูดของนักเรียน การสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ ที่เป็นเชิงบวก ที่นำมาสังเคราะห์ได้ว่าสิ่งที่สามสหายหลุดไป ไม่กล่าวถึงคือ กิจกรรมที่ผู้เรียนร่วมกันปฏิบัติ หรือโจทย์ที่เป็นกิจกรรม ที่ผู้เรียนนำเอาประสบการณ์มาสานเสวนาในบรรยากาศความร่วมมือและเปิดกว้าง เพื่อทำความเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นจากการกระทำของตนในมิติของหลักการ
ตรงกับที่ระบุใน (๑) ว่า “การสอนแบบสานเสวนาไม่ใช่แค่ชุดวิธีการสอน แต่เป็นแนวทางและมุมมองในการประกอบวิชาชีพ มากกว่าจะเป็นเพียงวิธีการสอนเฉพาะแบบใดแบบหนึ่งเท่านั้น การสอนแบบสานเสวนาไม่ได้เกี่ยวข้องกับเทคนิคที่เราใช้เพียงเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นในชั้นเรียนที่เราดูแลอยู่ด้วย การสอนแบบสานเสวนาเกี่ยวข้องกับสมดุลของอำนาจระหว่างครูกับนักเรียน และเกี่ยวข้องกับวิธีที่เราใช้สร้างองค์ความรู้ขึ้นมาด้วย (ผมใส่อักษรตัวเอนเพื่อย้ำประเด็น)”
โปรดสังเกตว่า ทีมวิทยากร CCE เน้นที่ความสัมพันธ์ระหว่างครูกับนักเรียน แต่ผมขอเพิ่มความสัมพันธ์ระหว่างผู้เรียนกับกิจกรรมที่ร่วมกันทำ ที่ผู้เรียนนำข้อสังเกตสิ่งที่เกิดขึ้นมาสะท้อนคิด สู่การตกผลึกเป็นหลักการหรือทฤษฎี หรือตรวจสอบหลักการหรือทฤษฎีที่ตนได้เรียนมาก่อน โดยครูทำหน้าที่ช่วยตั้งคำถามเชิง scaffolding ดังอธิบายในคลิป https://www.youtube.com/watch?v=ruiVC1_jNYA ที่โค้ชโดยครูปาด ศีลวัต ศุษิลวรณ์
ผมจึงตีความต่อว่า Dialogic Teaching เชื่อมโยงกับ reflective learning ที่เชื่อมโยงกับการเรียนรู้จากประสบการณ์ (experiential learning) และที่สำคัญที่สุด เชื่อมสู่การเปลี่ยนวัฒนธรรมการศึกษาไทย ครูที่สนใจประเด็นนี้ ควรดูคลิป https://www.youtube.com/watch?v=OqgIoT8Xq9s ที่เสนอโดยครูอิง โรงเรียนวัดปากพิงตะวันตก จ. พิษณุโลก และตั้งคำถามว่า ครูแบบครูอิงมีส่วนเปลี่ยนวัฒนธรรมการศึกษาไทยอย่างไร และครูอิงใช้หลักการ Dialogic Teaching อย่างไรบ้าง และควรขยายพฤติกรรมครูออกไปอย่างไร เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อนักเรียนให้มากยิ่งขึ้น
อาจดูเรื่องราวของโรงเรียนวัดพังยอม จ. นครศรีธรรมราช จากคลิป https://plc.scbfoundation.com/workshop/content-creator-for-teacher แล้วตั้งคำถามว่า เป็นการดำเนินการตามแนวทาง Dialogic Teaching อย่างไรบ้าง และมีลู่ทางพัฒนาขึ้นอีกอย่างไร จากคลิปนี้ ผมสะท้อนคิดว่า ครูโรงเรียนวัดพังยอม เปลี่ยนมาทำงานเป็นทีม มีการปรึกษาหารือรับฟังซึ่งกันและกัน การมีทักษะและฉันทะในการรับฟัง เป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งของ Dialogic Teaching
โปรดสังเกตว่า Dialogic Teaching ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับวงการศึกษาไทย แต่เราอาจรู้จักในชื่ออื่น
หนังสือ สอนเสวนา สู่การเรียนรู้เชิงรุก ออกมาในปี ๒๕๖๔ เป็นหนังสือที่ทั้งถอดความจากหนังสือ Dialogic Teaching Companion และถอดความจากการทดลองนำไปปฏิบัติโดยครูจำนวนหนึ่ง ในหลายโรงเรียน นำสู่เว็บไซต์ https://plc.scbfoundation.com/home ที่ให้ตัวอย่างวิธีพูดของครู โปรดอ่านคำนำของ กสศ. ซึ่งสะท้อนว่า กสศ. เห็นคุณค่าของ Dialogic Teaching มาตั้งแต่ก่อนปี ๒๕๖๔
เฉลยว่า Dialogic Teaching คือเครื่องมือเปลี่ยนวัฒนธรรมการศึกษา จากวัฒนธรรมอำนาจ หรือความสัมพันธ์แนวดิ่ง มาเป็นวัฒนธรรมความร่วมมือ วัฒนธรรมแนวราบ วัฒนธรรมการเรียนรู้ ที่จะทำให้บรรยากาศ หรือระบบนิเวศในโรงเรียนเปลี่ยนไป ก่อผลต่อการหนุนให้นักเรียนพัฒนาบุคลิกของผู้มีทักษะด้านความสัมพันธ์ ความร่วมมือ และความมีอัตลักษณ์หรือความมั่นใจในตนเอง พร้อมๆ กับเข้าใจผู้อื่น (empathy) และเคารพให้เกียรติผู้อื่น (respect) ซึ่งเป็นทักษะแห่งศตวรรษที่ ๒๑
ในระบบนิเวศเช่นนี้ ทั้งครูและนักเรียนจะค่อยๆ พัฒนาความเป็นผู้ก่อการ (agency) หรือผู้นำการเปลี่ยนแปลง ให้แก่ตนเอง
แหล่งเรียนรู้ Dialogic Teaching ที่ดีแหล่งหนึ่งคือ เว็บไซต์ของ ศ. Robin Alexander https://robinalexander.org.uk/dialogic-teaching/
วิจารณ์ พานิช
๑๘ เม.ย. ๖๗