ความฝันมันอยูไกลเสียเหลือเกิน แต่ถ้าเราสามารถทำความฝันให้เป็นจริงด้วยตัวเราเอง ทำไมเราไม่รีบทำ ทำไมเราไม่ขวนขวายที่จะทำ นำไปสูความสำเร็จ อย่ามัวแต่นั่งรอบุญวาสนาเลย เรื่องผลงานทางวิชาการ เราต้องทำเองค่ะ รอวาสนาไม่ได้หรอกค่ะ
เมื่อกลางวันของวันนี้ เพื่อนรุ่นน้องของครูอ้อยคนหนึ่งมาหาครูอ้อยที่ห้องทำงาน เธอมาถามครูอ้อยเรื่องการจัดทำแฟ้มพัฒนางานครู ครูอ้อยอธิบายและหยิบเล่มเก่าตอนทำอาจารย์ 3 เชิงประจักษ์ให้เธอดู
เธอเล่าเรื่องที่เธอไปอบรมการทำผลงานทางวิชาการของครูเชี่ยวชาญให้ครูอ้อยฟัง ว่า การทำผลงานคราวนี้ไม่เหมือนกับการทำผลงานแบบที่ผ่านมา
ทุกอย่างของผลงานต้องจัดทำเป็นแบบปรนัย หมายถึง การอธิบายได้อย่างชัดเจน หากกรรมการขอดูแฟ้มหรือเอกสารใดๆ ข้อความทีเขียนไปนั้น ไม่เกิน 50 หน้ากระดาษ เอ 4 ต้องเป็นปรนัย
ไม่จำกัดว่าจะเสนอรูปแบบใด เราต้องสรุปแบบสั้นๆ ให้ครอบคลุมเนื้อหางานของเรา
จะเขียนได้อย่างไร ต้องวิเคราะห์งานของเราเองแต่ละท่านว่า จะนำเสนออย่างไรให้ชัดเจน ลุ่มลึก และครอบคลุมมากที่สุด เท่าที่จะมากได้
ครูอ้อยกำลังศึกษาหัวข้อการประเมิน และเอกสารที่ต้องจัดทำจากตำราที่พ่อบ้านหามาให้ เพื่อนของครูอ้อยบอกว่า...ดีมากเลย.....ละเอียด...และนำมาศึกษาพร้อมกับการจัดทำผลงานได้ เธอยังขออนุญาตครูอ้อยนำไปถ่ายเอกสาร และจะศึกษาไปด้วยกัน
ยิ่งดีใจไปกว่านั้นคือ มีผู้สนใจเข้ามาอ่านพบและจะนำไปให้ครูในโรงเรียนได้ศึกษา และนำไปเป็นข้อมูลในการจัดทำผลงานเพื่อเสนอขอครูเชี่ยวชาญ เช่นกัน
นับว่า.....บันทึกนี้.....เริ่มเกิดประโยชน์ขึ้นมาบ้างแล้ว
เมื่อตอนที่แล้ว ครูอ้อยได้กล่าวถึงเรื่อง หัวข้อการประเมิน ตอนที่ 3 ข้อ 9 เรื่อง ไม่ผัดผ่อนการทำงานโดยขาดเหตุผลอันสมควร ในบันทึกชื่อ ก้าวไปสู่ครูเชี่ยวชาญพิเศษด้วยกันกับครูอ้อย (22)
สำหรับวันนี้ จะเป็นข้อ10 เรื่อง พยายามทำงานให้สำเร็จตามเป้าหมาย
การทำงานต้องมีแผนงาน โครงสร้างของงาน จุดประสงค์ของงาน เป้าหมาย หรืออาจรวมไปถึงกลยุทธ์ในการปฏิบัติงาน แนวดำเนินการ หลักการที่นำมาใช้กับงาน ข้อเสนอแนะในการปฏิบัติงาน
สิ่งที่ครูอ้อยกล่าวมาทั้งหมดนี้ หากเราเขียนขึ้นประกอบกับงานที่ปฏิบัติทุกงาน ก็จะเป็นเอกสารร่องรอยในการประเมินหัวข้อนี้ได้เป็นอย่างดี
เขียนเถิดค่ะ เขียนไปพร้อมกับครูอ้อย
สวัสดีค่ะคุณขจิต
ขอบคุณค่ะ
จะตั้งใจทำงานนี้ให้สำเร็จค่ะ คุณขจิต