รัก.. ชีวิตคู่… การแต่งงาน… เมื่อเงินเข้ามามีส่วนสำคัญในการใช้ชีวิต

รัก.. ชีวิตคู่… การแต่งงาน…

มื่อเราพูดถึงความรัก หรือการแต่งงาน เรามักจะคิดถึงความสวยงาม การเชื่อมโยงกับแนวคิดสวยๆ งามๆ อันแสนศิวิไล ประหนึ่ง รักไม่มีชนชั้น รักไม่มีพรมแดน ไม่มีเหตุผล มันคือปรากฏการณ์ล้ำลึกของมนุษย์ ของคนสองคน จิตสองจิต ที่จะเกิดขึ้นและจบลงในแบบที่ เขาทั้งสองก็ครองรักกันตราบกัลปาวสาน นี่คงเป็นนิยามความรักที่สมบูรณ์แบบตามแบบฉบับละครหลังข่าวช่อง3หรือช่อง7ที่เราๆต่างคุ้นเคยกับมันเป็นอย่างดี ประหนึ่งเทียบเคียงบทเพลงอันแสนโรแมนติก เมื่อนึกถึงก็มีแต่ความหอมหวานและชื่นมื่น เฉกเช่น When I’m sixti four ของวง4เต่าทอง ก็มิคลาย แต่ในโลกแห่งความจริง เรารู้กันดีว่า “การตกหลุมรัก” นั้นไม่ใช่แค่ตอนจบ แต่มันเป็นเพียง “จุดเริ่มต้น” ความยุ่งเหยิงของสรรพสิ่ง เมื่อเรารักและผูกสัมพันธ์กับใคร มันมีข้อกำหนดมากมายมากำหนดว่า ความสัมพันธ์นั้นมันจะดำเนินไปได้ราบรื่นเรียบร้อยตลอดรอดฝั่งหรือไม่

เป็นที่แน่นอนในปัจจุบัน สังคมบ้านเรามีปัจจัยในการเลือกคู่ครองหลายๆอย่าง ต่างจากสมัยโบราณที่ผู้ใหญ่มักจัดหาให้ โดยที่ส่วนใหญ่จะดูความเหมาะสมของฐานะที่เท่าเทียมกันหรือใกล้เคียงกัน ตำแหน่งวงค์ตระกูล หรืออาจจะเป็นความสนิทสนมของทั้งสองฝ่าย ซึ่งจะเห็นนำมายกตัวอย่างได้มากในละครหลังข่าวทั่วๆไป แต่ต่อมาสังคมมี การเปลี่ยนแปลง คนรุ่นใหม่มักเลือกคู่แต่งงานด้วยตัวเอง ซึ่งส่วนมากใช้คำว่ารักเป็นตัวตัดสินว่าจะแต่งงานกับใคร บางคู่ก็สมหวัง บางคู่ก็ไม่สมหวังเพราะผู้ใหญ่คัดค้าน

ส่วนในยุคปัจจุบันหลายๆคนมักบอกว่าตอนนี้จะแต่งงานกับใครให้ดูตัวเลขในบัญชีธนาคารเขาก่อนว่ามีเท่าไหร่ ฐานะทางบ้านเป็นอย่างไร หน้าที่การงาน การศึกษาเป็นแบบไหน เงินเก็บเท่าไหร่ ส่วนครอบครัวพื้นเพเป็นมาอย่างไรไม่ต้องสนใจเพราะแต่งกับเขา ไม่ได้แต่งกับครอบครัวเขาซักหน่อย อีกทั้งปัจจุบันสภาพเศรษฐกิจความเป็นอยู่ ต่างล้วนต้องใช้เงินเป็นหลัก คำนิยามที่ว่ามากัดก้อนเกลือกิน เฉกเช่นอดีต แล้วค่อยสร้างฐานะมันหมดยุคสมัยแล้ว นิยามรักแบบไอ้ขวัญอีเรียมเเห่งครองแสนแสบก็คงต้องปล่อยมันไว้บทหิ้งเสียอย่างนั้น หรืออย่างน้อยๆก็ต้องมีบ้านเล็กๆ มีคอนโดสักห้อง มีรถสักคัน อาจพูดง่ายๆว่าก็ต้องมีออปชั่นกันบ้าง จะให้แต่งงานแล้วไปช่วยกันผ่อนหรือเช่าเขาอยู่แบบนี้ไม่แต่งจะดีกว่า เพราะโลกแห่งความจริงไม่สวยงามเสมอ

เจ้ากระดาษใบน้อยๆสีเทาหรือตัวเลขในแอพธนาคาร หรือที่ใครก็เรียกมันสั่นๆว่า “เงิน” และความมั่นคงทางเศรษฐกิจ แม้จะซื้อไม่ได้ทุกอย่าง แต่ก็นำมาซึ่งอำนาจ และสิ่งต่างๆ ได้ และดูเหมือนว่า ความรัก ความสัมพันธ์ ก็อยู่ในขอบข่ายนั้นด้วยและเป็นที่แน่นอน หากเราย้อนมองความเป็นจริงและบริบทการใช้ชีวิต คนรวยมากๆ กับ คนจนมากๆ ก็น้อยนักที่จะมาพบรักกันได้ เส้นทางชีวิต การดำรงอยู่ภายใต้สังคมมนุษย์ ของทั้งสองฝ่ายแทบจะเป็นเส้นขนาน ภายในสังคมที่แตกต่าง อาจจะเป็นเพียงเจ้านายกับลูกน้อง หรือเจ้าบ้านกับคนรับใช้

โชคชะตาที่แตกต่าง….

ปัจจุบันค่านิยมในการหาคู่ครองที่ต้องมีฐานะ มีทรัพย์สินทำให้หลายๆคนปฏิเสธที่จะแต่งงานกับคนที่ไม่มีอะไรเลยไม่ว่าผู้หญิงหรือผู้ชาย หน้าตาไม่ใช่ส่วนสำคัญในการเลือกคู่ครอง ฐานะการเงินต่างหากที่สำคัญ เพราะมันการันตีถึงอนาคตได้ แม้ว่าจะหย่าร้างกันภายหลัง แต่ อย่างน้อยๆสินสมรสหรือค่าเลี้ยงดูบุตรที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องมีการส่งเสียให้อยู่แล้ว ถึงแม้ว่าสังคมมักจะตั้งคำถามว่า ทำไมผู้หญิงชอบแต่งงานกับผู้ชายรวยๆ แต่ในอีกมุมหนึ่ง เมื่อมองกลับในส่วนของผู้ชาย ผู้ชายก็อยากแต่งงานกับผู้หญิงรวยๆมิต่างกัน ซึ่งมาจากเหตุผลเดียวกันคือไม่อยากลำบากในอนาคต เพราะอย่างน้อยๆฐานะที่ดีกว่าของอีกฝ่ายจะสามารถพาครอบครัวให้ไปรอดได้

แต่ก็ยังมีบางคนที่คิดว่าฐานะไม่สำคัญ การอยู่กับคนที่รัก คอยดูแลกันไปแล้วขยันในการประกอบอาชีพ มองว่าความขยันสำคัญกว่า ถึงแม้จะไม่ได้มีมากมายแต่ ก็พออยู่ได้ กินอิ่ม นอนอุ่น เรื่องเหล่านี้เป็นความสุขทางใจ มากกว่าปัจจัยทางฐานะ เพราะหากได้คู่ครองที่รวยกว่าอาจจะมีปัญหาเรื่องอื่นๆที่จะตามมาเช่นกัน อย่างเช่น ครอบครัวฝ่ายที่รวยกว่าไม่ยอมรับ หรือฝ่ายที่รวยกว่ากลัวว่าครอบครัวอีกฝ่ายจะมาขอความช่วยเหลือเรื่องเงินทอง สิ่งเหล่านี้เป็นปัญหาจริงที่มีอยู่ในสังคมไทนทุกๆวัน

ดังนั้นในมุมของนักเขียนเองก็อาจสรุปได้เพียงว่า เศรษฐกิจ การเงินเป็นส่วนสำคัญในการกำหนดความรักเสียจริง เงินทองนั้นทำให้รักและชีวิตคู่สดชื่น และหอมหวานมากขึ้น อย่างน้อยๆการดินเนอร์ใต้แสงเทียน หรือการไปเที่ยวด้วยกันในวันว่างๆ การออกไปฮันนีมูนหลังแต่งงานมันก็ไม่ได้มาฟรีๆ ล้วนแต่มีค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น แต่ก็คงไม่ใช่เสมอไปสำหรับบางคน บางคู่บางครั้งคนเรานั้นไม่ต้องการคนหน้าตาดี หรือมีฐานะทางการเงิน เขาอาจต้องการคนธรรมดาคนหนึ่งที่รักเขา คอยรับฟัง ห่วงใย เอาใจใส่กัน เพียงแค่ชีวิตธรรมดา ถึงจะยากจนแต่ก็อยู่ด้วยกันไปเรื่อยๆ ขยันทำงานพอมีพอใช้แค่นั้นเอง แต่นี่คงเป็นนิยามความรักอันแสนหวานที่หาพบเจอได้ยากนักในสังคมยุคปัจจุบัน