ทบทวนกรณีนักศึกษาแพทย์ฆ่าตัวตาย สะท้อนคิดโดย ศ. ดร. นพ. สุรศักดิ์ บูรณตรีเวทย์
ผมจะเสียใจมากเวลาได้ข่าว นศ แพทย์ฆ่าตัวตาย เพราะผมยึดว่าเป็นหน้าที่ส่วนหนึ่งที่ต้องทำให้ไม่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ยิ่งเหตุล่าสุุดที่ รพ สุรินทร์ ผมยิ่งเสียใจเพิ่มขึ้นไปอีก เพราะ ผมรู้จักกับ อ หลายท่านที่ รพ สุรินทร์ และเห็นความพยายามมาอย่างต่อเนื่องในการสอนทั้งการดูแลผู้ป่วยให้เกิดความผิดพลาดน้อยที่สุด ดูแลสุขภาพกาย สุขภาพจิตของ นศ โดยมีการทำตั้งแต่เรียนอยู่ที่ มทส โดยคณาจารย์ มทส มีการส่งต่อกิจกรรมต่าง ๆ จาก มทส สู่ รพ สุรินทร์อย่างดี ผมขอมโนโดยพยายามหลีกเลี่ยงไม่ตัดสินใคร ดังนี้1. นศ ไม่ว่าจะเป็น นศ แพทย์หรือ นศ ใด ๆ ก็ตาม การฆ่าตัวตายก่อให้เกิดความเสียใจไม่ต่างกัน นศ ผ่านระบบการดูแลและการเรียนมาอย่างต่อเนื่อง การที่จะทำการฆ่าตัวตายย่อมผ่านความพยายามทำสิ่งต่าง ๆ ที่สามารถทำได้มาอย่างต่อเนื่อง จนถึงที่สุดเมื่อคิดว่าทำเต็มที่แล้ว และคิดถึงครอบครัว คนรอบข้างว่าจะรู้สึกอย่างไรกับการจากไปของ นศ การเลือกวิธีสิ้นสุดชีวิตตนเองจึงเป็นทางที่เหลืออยู่ ขอให้ไปสู่ภพภูมิที่ดีครับ
-
ครอบครัวผู้สูญเสีย ย่อมมีความเสียใจสุดที่จะบรรยาย พ่อแม่ทุกคนมีความรักลูกของตนอยู่แล้ว การที่ลูกจบชีวิตเหตุจากการเรียนย่อมทำให้พ่อแม่เสียใจ และอาจโทษตัวเองว่าเป็นต้นเหตุดังกล่าว การเสียใจและโทษตัวเองเป็นสิ่งที่ทำได้ แต่ก็ควรซึมซับและอยู่กับมันต่อไปอย่างใคร่ครวญ เรียนรู้ ยิ่งพ่อแม่ที่มีการศึกษาสูงหรือเป็นแพทย์ สังคมสร้างบรรทัดฐานว่าลูกต้องเก่งเหมือนพ่อแม่ และลูก ๆ อาจซึมซับการทำงานของพ่อแม่ทำให้อยากเป็นแบบพ่อแม่บ้าง แต่ไม่ได้หมายความว่าลูก ๆ ต้องเก่งเหมือนพ่อแม่ เพราะ แต่ละคนก็มีความสนใจ ความถนัด ความเก่งแตกต่างกันไป
-
อาจารย์ ผมเชื่อว่าไม่มี อ คนใดที่หวังร้ายกับลูกศิษย์ การกระทำ การสอนไม่ว่ารูปแบบใด ๆ รวมถึงการใช้กิริยาวาจาที่อาจรุนแรงไปบ้าง ก็เป็นจากความหวังดีของ อ ที่ต้องการสอนให้เติบโตจาก นศ ไปเป็นแพทย์ที่ดี ทั้งนี้หาก อ ได้รับการบ่มเพาะเทคนิควิธีการสอน การ feedback ที่เหมาะสม จะยิ่งทำให้เกิดประโยชน์มาก ๆ ยิ่งขึ้นบทบาทของ อ นอกจากให้ความรู้แล้ว การสังเกต นศ ว่ามีการเรียนรู้เป็นอย่างไร มีความเครียดใด ๆ บ้างหรือเปล่าย่อมช่วยคัดกรองเบื้องต้นสำหรับ นศ ที่มีปัญหาได้
-
เพื่อน ๆ คนที่อยู่รอบกาย นศ ย่อมเห็นความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ได้ง่ายกว่ากลุ่มอื่น การอยู่ด้วย รับฟัง โดยแม้จะไม่พูดอะไร เป็นการช่วยเพื่อนอย่างมาก และหากพบความผิดปกติอาจส่งต่อข้อมูลไปสู่ อ ต่อไป
-
สถาบันการสอนแพทย์ ระบบต่าง ๆ ที่มีอยู่ในการดูแล นศ เป็นสิ่งที่ดีอยู่แล้ว จะจัดเสริมกระบวนการใดเพิ่มเติมเพื่อคัดกรอง ป้องกัน เหตุร้ายนี้ได้อีกบ้าง
-
กสพท การรับ นศ เข้าเรียนอาจต้องพิจารณากระบวนการให้ทดสอบผ่านความกดดันจริง ๆ เป็นส่วนหนึ่งในการรับเข้าหรือไม่
คงมีประเด็นอื่น ๆ อีก ช่วยกันคิด ช่วยกันทำครับ
ขอบคุณมากครับสุรศักดิ์