ลูกเองก็เคยสงสัยมิใช่หรือว่าพ่อทำงานได้อย่างไร? ทั้งที่งบประมาณและบุคลากรก็มีอยู่อย่างจำกัด พ่อจะบอกลูกว่า..บางอย่างไม่ต้องใช้เงิน บางเรื่องก็ไม่ต้องรอครู พ่อนี่แหละเป็นผู้นำทำได้ทุกสิ่ง

ความรู้สึกนึกคิด...ของพ่อ

          บันทึกเก็บไว้ให้ลูกชาย ผู้มีความปรารถนาอย่างแรงกล้า ที่จะพัฒนาตนเองในเส้นทางผู้บริหารสถานศึกษา ในสัปดาห์สุดท้ายก่อนที่พ่อจะเกษียณอายุราชการ...๓๐ กันยายน ๒๕๖๖

          การเป็นผู้บริหารต้องประกอบด้วยศาสตร์และศิลป์ คงไม่ใช่แค่อ่านหนังสือแล้วสอบได้ หรือใครๆก็เป็นได้ คงไม่ใช่อย่างแน่นอน ลูกต้องพร้อมทุกๆด้าน ทั้งครอบครัว การเงิน ความคิดจิตใจ สุขภาพ และความเสียสละ ตลอดจนความรู้ความสามารถที่มากพอ 

          อย่าเพียงแค่เอาอย่างพ่อ ต้องถามหัวใจลูกเพื่อให้ได้คำตอบจริงๆ เพราะพ่อเองก็มิใช่ต้นแบบที่ดี แต่ถ้าหากว่าลูกจะมองพ่อในแง่มุมของความเป็น “ครู” พ่อน่าจะมีตัวอย่างที่ดีให้ลูกได้เห็นบ้าง

          พ่อบอกลูกหลายครั้งแล้วว่าพ่อมิใช่คนเก่ง พ่อดูหนังสือหนักมาก จึงสอบเปลี่ยนสายงานจากครูสู่งานบริหาร การสอบได้ที่ ๑ ของจังหวัดกาญจนบุรีถึง ๔ ครั้ง มันคนละเรื่องกับการทำงานที่แท้จริง

          จุดหักเหของชีวิตพ่อ เกิดขึ้นในวันที่พ่อสละสิทธิ์ตำแหน่งผู้ช่วยหัวหน้าการประถมศึกษาอำเภอ มิฉะนั้นวันนี้ พ่อคงเกษียณอย่างสบาย ในตำแหน่งรองผู้อำนวยการเขตฯไปแล้ว

          พ่อจึงอยากให้ลูกรู้ไว้ว่า พ่อรักครอบครัว พ่อเป็นห่วงแม่ของลูกที่สุขภาพไม่สู้ดี จึงต้องเลือกที่จะเป็นผู้บริหารโรงเรียน เพื่อมาอยู่โรงเรียนเดียวกันกับแม่ ทั้งที่พ่อไม่ชอบและไม่ถนัดเอาเสียเลย

          จึงทำให้พ่อต้องเรียนรู้สู้งานอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะงานการเงินและพัสดุ ที่พ่อต้องสอบถามผู้รู้อยู่เนืองๆ และมุ่งมั่นตั้งใจที่จะไม่ทุจริต จะได้ไม่เป็นตราบาปแก่โรงเรียน ครูและตัวพ่อเอง

          เพียงงานเดียวเท่านั้นที่พ่อถนัดและช่วยครูได้ทุกโรงเรียนที่พ่อดำรงตำแหน่งฯ คืองานวิชาการ งานการเรียนการสอน มันคือหัวใจสำคัญ ที่สร้างการยอมรับให้เกิดขึ้นในชีวิตการเป็นผู้บริหารของพ่อ

          ๑๗ ปี ๒ เดือน ในโรงเรียนขนาดเล็ก “บ้านหลังสุดท้าย”ของพ่อ พ่อเหนื่อยมาก ตอนแรกลูกคงยังไม่เข้าใจ เพราะลูกอยู่โรงเรียนขนาดใหญ่ จึงมีข้อสงสัยอยู่เสมอ ในการบริหารจัดการของพ่อ

          เมื่อเรามาอยู่ด้วยกัน เชื่อว่าลูกคงได้คำตอบที่ชัดเจนแล้ว ว่าโรงเรียนเล็กๆมิได้ขับเคลื่อนได้โดยง่าย เราต้องสู้เพื่อก้าวข้ามผ่านอุปสรรค โดยที่พ่อไม่เคยอ้างขีดจำกัดหรือสร้างเงื่อนไขใดๆทั้งสิ้น

          พ่อจะอยู่เฉยๆก็ได้ คงไม่มีใครว่า แต่ศักดิ์ศรีในวิชาชีพครูเราล่ะ จะอยู่ตรงไหน? พ่อไม่เคยคิดที่จะมาอาศัยสถานศึกษาไปวันๆ เพื่อได้เงินเดือนเลี้ยงชีพ แต่คิดว่าจะต้องกอบกู้ภาพลักษณ์ของโรงเรียน

          จากจำนวนเด็กไม่ถึง ๕๐ คน จนมาถึงจำนวน ๑๐๐ เพียงแค่ทำให้ลูกหลานของผู้ปกครองอ่านออกเขียนได้ และพัฒนาสิ่งแวดล้อมของโรงเรียนให้ชุมชนพึงพอใจ เท่านี้เอง..คืองานที่พ่อทำมาตลอด

          เคล็ดลับอันหนึ่งที่ลูกอาจจะยังไม่รู้ก็คือ โรงเรียนขนาดเล็ก ต้องทำเรื่อง”ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง”อย่างจริงจัง เพื่อให้เกิดแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย ช่วยให้ครูกับนักเรียนเกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ควบคู่กับการปฏิบัติจริง พ่อไม่เคยทำเล่น ทุกกิจกรรมมีความมั่นคงและยั่งยืนมาจนถึงปัจจุบัน

          ลูกเองก็เคยสงสัยมิใช่หรือว่าพ่อทำงานได้อย่างไร? ทั้งที่งบประมาณและบุคลากรก็มีอยู่อย่างจำกัด พ่อจะบอกลูกว่า..บางอย่างไม่ต้องใช้เงิน บางเรื่องก็ไม่ต้องรอครู พ่อนี่แหละเป็นผู้นำทำได้ทุกสิ่ง

          หากเรารอให้พร้อม โรงเรียนขนาดเล็กไม่ได้เกิดแน่ เมื่อพ่อทำจริงและแก้ปัญหาได้จริง จึงเป็นที่มาของ รางวัล OBEC AWARDS ชนะเลิศยอดเยี่ยมระดับประเทศ ด้านบริหารจัดการโรงเรียนเล็กๆ

          พ่อทำงานไม่เคยแคร์สายตาใคร ที่มองพ่อว่าเหมือนภารโรง บางคนถามพ่อว่า ทำไมต้องสอนหนังสือด้วย พ่อไม่จำเป็นต้องตอบ แต่ลงมือทำให้ลูกเห็นอยู่ทุกวัน และลูกจงจำไว้ หากมีอำนาจ ก็ต้องหัดวางหัวโขนลงบ้าง หมั่นดูแล สนับสนุนและช่วยเหลือครู ให้ครูเขามีกำลังใจในการทำงาน

          นี่คือส่วนหนึ่งของแนวคิดหรือนวัตกรรมการบริหารของพ่อที่ชื่อ “ชยันโตโมเดล” ที่สร้างสรรค์ให้เกิดวิธีปฏิบัติที่ดี (Best Practice)ในโรงเรียนบ้านหนองผือ จนได้รับเกียรติบัตรเชิดชูเกียรติและเงินรางวัลจาก สพฐ.

          สิ่งที่พ่ออยากจะเตือนลูกก็คือเรื่อง”รางวัลดีเด่น” ที่สพฐ.เอามาล่อหลอกครูและสร้างเงื่อนไขต่างๆนานา ลูกอย่าหลงจนไปติดกับดักของเขา จริงๆบางรางวัลมันก็ดีมีคุณค่า ไม่ได้เลยก็คงอยู่ยาก รางวัลสามารถสร้างภูมิคุ้มกันให้โรงเรียนและตัวเรา แต่ถ้าเราแสวงหาแบบไม่ประมาณตน ไม่อยู่ในความพอดี ความเดือดร้อนจะเกิดขึ้นกับครู ส่งผลเสียที่กระทบคุณภาพผู้เรียนอย่างแน่นอน

          เมื่อลูกได้ไปเป็นรอง ผอ.รร. ก็คงได้อยู่โรงเรียนขนาดใหญ่ อย่าได้เอาอย่างพ่อ ที่ต้องทำงานแบบไม่มีวันหยุด ลูกควรบริหารเวลาและวางแผนงานให้เป็นระบบ พ่อเองมีหลายหน้าที่มีงานที่ต้องทำมากมาย บางอย่างถ้าพ่อไม่ทำแล้วใครจะทำ จะออกคำสั่งให้ครูทำก็ได้ แต่ครูเขาคงเบื่อหน่ายมิใช่น้อย

          เพราะความขยันหมั่นเพียรของพ่อมันเข้าไปอยู่ในสายเลือดเสียแล้ว จึงผลให้”ฟ้ามีตา”ทางสำนักพระราชวัง โดยผู้แทนพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นำของขวัญส่วนพระองค์มามอบให้พ่อที่โรงเรียน พ่อจึงไม่คิดจะย้ายไปไหน เพราะนี่คือความก้าวหน้าและความสำเร็จสูงสุดของพ่อแล้ว

          สิ่งที่พ่อจะลืมไม่ได้และรู้สึกขอบคุณที่ลูกมีน้ำใจ ย้ายมาช่วยพ่อ ๕ ปี ก่อนที่พ่อจะเกษียณ ทำให้พ่อสอนหนังสือได้สนุกมากขึ้น ขอบคุณที่ลูกช่วยเตือนสติพ่อ ให้ยกเลิกแนวคิดที่จะทำผอ.เชี่ยวชาญ(ซี ๙) เพื่อให้พ่อดูแลรักษาสุขภาพจะได้มีชีวิตอยู่จนถึงเกษียณ พ่อไม่เคยรู้สึกเสียดายเลย กลับดีใจและภูมิใจเสียอีก ที่เห็นโรงเรียนเจริญก้าวหน้า และพ่อเองก็เงินเดือนเต็มขั้น คศ.๔ ก่อนเกษียณถึง ๓ ปี

          ความรู้สึกนึกคิดทั้งหมดทั้งมวล รวมทั้งการปฏิบัติเชิงประจักษ์ของพ่ออย่างสม่ำเสมอตลอดมานี่เอง พ่อได้รวบรวมเป็นเล่มรายงานฯ ลูกมารู้อีกทีตอนที่พ่อให้ทำปกเอกสาร ลูกคงจำได้ จึงส่งผลให้พ่อขึ้นแท่น รับรางวัลข้าราชการพลเรือนดีเด่นระดับชาติ รางวัลครุฑทองคำคนแรกของ สพป.กจ. ๔ 

          พ่อไม่เคยคาดหวังให้ลูกต้องเอาอย่างพ่อ เพราะลูกก็มีแนวคิดและทางเดินของลูกเอง แต่ขอให้ลูกรู้ไว้อย่างหนึ่งว่า พ่อคนนี้มีการวางแผนชีวิต ความสำเร็จของพ่อก่อตัวขึ้นตั้งแต่อายุ ๔๐ ปี ที่มีพร้อมทั้งบ้าน รถ ยศ และตำแหน่ง ไม่เคยกู้สหกรณ์ ไม่เคยหยิบยืมเงินใคร ใช้ชีวิต “พอเพียง” อย่างแท้จริง

          บทเรียนชีวิตในวัยเด็กของพ่อ พ่อจึงไม่อยากเห็นประวัติศาสตร์ซ้ำรอย ขอให้ลูกจงมั่นใจ พ่อนี่แหละที่จะเป็นหลักให้ลูกได้ เพราะพ่อก็เป็นครูคนหนึ่ง ที่จะ”เกษียณเกษมสุข” กับเขาด้วยเหมือนกัน

          ที่ดินของพ่อ ๓ แปลง รวม ๒๕ ไร่ กับบ้านอีก ๓ หลัง และรถที่ไม่ต้องผ่อนอีก ๒ คัน (ยกเว้นรถของลูก) เพียงพอที่พ่อจะใช้ชีวิตอย่างสบายๆ ถึงพ่อจะไม่มีเงินเก็บมากมาย แต่เงินบำนาญ ๖๓,๐๐๐ บาท/เดือน พ่อรับเต็มอัตราโดยไม่ถูกหัก (ยกเว้นภาษี) ก็นับว่าพ่อโชคดีที่สุดแล้วใช่ไหม?

          ฝากลูกนิดเดียว ถ้าลูกไปเป็น รอง ผอ.รร. อย่าลืมแวะเวียนมาเยี่ยมเยือน “โคกหนองนา สวนป่าเพชรสุวรรณ”บ้างนะ พ่อจะเร่งพัฒนาให้สมบูรณ์แบบ บางทีอาจเป็นศูนย์การเรียนรู้ก็ได้ ถึงวันนั้นจริงๆ ขอให้ลูกพาครูและนักเรียนมาศึกษาดูงานบ้างก็แล้วกัน พ่อยินดีต้อนรับพร้อมอาหารว่างด้วย

          สุดท้ายนี้ ที่คุยกันไว้จำได้ไหม ถ้าได้เป็นรองฯ ลูกจะเรียน ป.เอก “จงฝันให้ไกลแล้วไปให้ถึง” อย่าได้วิตกกังวลเรื่องเงิน พ่อเตรียมไว้ให้ลูกแล้ว ขอเพียงให้ลูกมีสติ  พอมียศมีตำแหน่งมีวุฒิการศึกษาที่สูงขึ้น ลูกต้องตอบแทนคุณแผ่นดินให้มากขึ้น อย่าได้ใช้ตำแหน่งการงานมาคดโกงและเบียดเบียนผู้คน แต่จงหมั่นสรรค์สร้างความดีทุกๆวัน ให้สมกับที่เป็น “เพชรศรีจันทร์” คนหนึ่งของพ่อ

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๒๕  กันยายน ๒๕๖๖