ภิกษุ ๒ รูปนั้น แม้เป็นสัทธิวิหาริกของพระอัครสาวกก็จริง, ถึงอย่างนั้น เธอก็กลายเป็นอลัชชี เป็นภิกษุชั่ว

เรื่องภิกษุอัสสชิและปุนัพพสุกะ

พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๕ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๗ [ฉบับมหาจุฬาฯ]

ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต

 

๒. อัสสชิปุนัพพสุกวัตถุเรื่องพระอัสสชิและพระปุนัพพสุกะ             

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่ภิกษุทั้งหลาย ดังนี้)             

[๗๗] ผู้ใดพึงกล่าวสอน พร่ำสอน และห้ามจากความชั่ว ผู้นั้นย่อมเป็นที่รักของสัตบุรุษทั้งหลาย แต่ไม่เป็นที่รักของอสัตบุรุษทั้งหลาย 

----------------

คำอธิบายเพิ่มเติมนำมาจากบางส่วนของอรรถกถา

ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท ปัณฑิตวรรคที่ ๖

               ๒. เรื่องภิกษุอัสสชิและปุนัพพสุกะ [๖๑]               
                              

               พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ในพระเชตวัน ทรงปรารภภิกษุอัสสชิและปุนัพพสุกะ ตรัสพระธรรมเทศนานี้. ก็เทศนาตั้งขึ้นแล้วที่กิฏาคีรี.


               ภิกษุลามกต้องถูกปัพพาชนียกรรม               

               ดังได้สดับมา ภิกษุ ๒ รูปนั้น แม้เป็นสัทธิวิหาริกของพระอัครสาวกก็จริง, ถึงอย่างนั้น เธอก็กลายเป็นอลัชชี เป็นภิกษุชั่ว. ภิกษุ ๒ รูปนั้น เมื่ออยู่ที่กิฏาคีรี กับภิกษุ ๕๐๐ รูป ซึ่งเป็นบริวารของตน (ล้วน) เป็นผู้ชั่วช้า ทำอนาจารหลายอย่างหลายประการ เป็นต้น ปลูกต้นไม้กระถางเองบ้าง ใช้ให้เขาปลูกบ้าง ทำกรรมแห่งภิกษุผู้ประทุษร้ายตระกูล เลี้ยงชีพด้วยปัจจัยอันเกิดแต่กรรมนั้น ได้ทำอาวาสนั้นมิให้เป็นที่อยู่แห่งพวกภิกษุมีศีลเป็นที่รัก.
               พระศาสดาทรงสดับข่าวนั้นแล้ว ตรัสเรียกพระอัครสาวกทั้งสองพร้อมด้วยบริวารมา เพื่อทรงประสงค์ทำปัพพาชนียกรรมแก่ภิกษุพวกนั้นแล้ว ตรัสว่า
               "สารีบุตรและโมคคัลลานะ เธอพากันไปเถิด, ในภิกษุเหล่านั้นเหล่าใดไม่เชื่อฟังคำของเธอ จงทำปัพพาชนียกรรมแก่ภิกษุเหล่านั้น ส่วนเหล่าใดเชื่อฟังคำ จงว่ากล่าวพร่ำสอนภิกษุเหล่านั้น ธรรมดาผู้ว่ากล่าวสอน ย่อมไม่เป็นที่รักของผู้ที่ไม่ใช่บัณฑิตเท่านั้น แต่เป็นที่รักที่ชอบใจของบัณฑิตทั้งหลาย"
               ดังนี้แล้ว เมื่อจะทรงสืบอนุสนธิแสดงธรรม จึงได้ตรัสพระคาถานี้ว่า :-

          โอเทยฺยานุสาเสยฺย                 อสพฺภา จ นิวารเย

          สตํ หิ โส ปิโย โหติ                 อสตํ โหติ อปฺปิโย.

          ผู้ใดพึงว่ากล่าว พึงสอน และพึงห้ามจากธรรมของอสัตบุรุษ ผู้นั้นแล ย่อมเป็นที่รักของสัตบุรุษทั้งหลาย ไม่เป็นที่รักของพวกอสัตบุรุษ.

                   ในเวลาจบเทศนา ชนเป็นอันมากบรรลุอริยผลทั้งหลาย มีโสดาปัตติผลเป็นต้นแล้ว.
               ฝ่ายพระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะ ไปที่กิฏาคีรีนั้น ว่ากล่าวสั่งสอนภิกษุเหล่านั้นแล้ว. ในภิกษุเหล่านั้น บางพวกก็รับโอวาท ตั้งใจประพฤติปฏิบัติ, บางพวกก็สึกไป, บางพวกต้องปัพพาชนียกรรม ดังนี้แล.


               เรื่องภิกษุอัสสชิและปุนัพพสุกะ จบ.               
               ----------------------------------------