นักวิชาการด้านการวิจารณ์ ศ. ดร. เจตนา นาควัชระ บอกว่า การฟังคนอื่นคือสิ่งที่ดีที่สุด อ่านได้ที่ (๑) นี่คือวาทะแห่งปราชญ์
หนังสือ You Are Not Listening : What You’re Missing and Why It Matters 2020) เขียนโดย Kate Murphy บอกว่า ทักษะการฟังมีค่ายิ่ง ผมเองฝึกตัวให้ฟังมากๆ พูดน้อยๆ เสมอมา และฝึกให้ฟังให้ได้ยินสิ่งที่เขาไม่ได้พูด รวมทั้งภรรยาก็ชมว่าผมเป็นนักฟังเมียที่เก่งฉกาจ คือฟังหูซ้ายทะลุออกหูขวา ตอนนี้กำลังฝึกฟังให้ได้ยินมายาที่ซ่อนอยู่หลังถ้อยคำและพฤติกรรม ทำให้ฟังข่าวการเมืองไทยสนุกและประเทืองปัญญามาก
เมื่อเกือบสี่สิบปีมาแล้ว ผมเชิญศาสตราจารย์ด้านบริหารจากนิด้าไปเป็นวิทยากรในงานฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ของคณะแพทยศาสตร์ ท่านนั่งเครื่องบินไปลงที่หาดใหญ่แล้วนั่งรถตู้ร่วมกับผมไปจังหวัดกระบี่ เพราะเราจัดงานที่รีสอร์ทที่ตั้งอยู่บริเวณอ่าวนาง สมัยนั้นยังไม่มีเครื่องบินจากกรุงเทพไปกระบี่โดยตรง และถนนผ่านเขาพับผ้าก็ยังเป็นเส้นเดิมที่พับไปพับมาตามไหล่เขา ใช้เวลาเดินทางจากหาดใหญ่ถึงอ่าวนางราวๆ ๗ ชั่วโมง ผมคุยกับท่านไปตลอดทาง โดยผมทำหน้าที่ซัก หนึ่งคำถามของผมท่านอธิบายขยายความเป็นสิบนาทีถึงครึ่งชั่วโมง พอท่านจบผมก็ถามคำถามใหม่ เมื่อถึงที่พักที่อ่าวนาง ท่านบอกว่า หมอวิจารณ์ คุยกับคุณนี่สนุกจริงๆ ถึงกระบี่ไม่รู้ตัว ในเวลา ๗ ชั่วโมงนั้นผมน่าจะพูดไม่เกิน ๑๐ นาที โดยส่วนใหญ่เป็นการถาม หรือยืนยันความเข้าใจด้วยตัวอย่าง นอกนั้นฟัง ตรงกับที่หนังสือบอกว่า การเป็นผู้ฟังที่ดี ต้องช่างสงสัย ถามคำถามที่ถูกต้อง และต้องสื่อสารว่าตนฟังแล้วเข้าใจ
แต่หนังสือก็แนะนำว่า อย่าหลงคิดว่าตนฟังคนใกล้ชิดเข้าใจ ตรงกับที่ภรรยาบอกผม
ที่สำคัญคือ คนเราไม่ชอบฟังความเห็นที่ต่างจากความเชื่อของตนเอง หรือฟังแล้วไม่ได้ยิน อย่างที่ภรรยาสอนผม เมื่อผมสนใจเรื่องการเรียนรู้ โดยเฉพาะการเรียนรู้จากประสบการณ์ จึงเข้าใจว่า การที่มีสีดำ ก็เพราะมีสีขาว การที่มีซ้าย ก็เพราะมีขวา ดังนั้นเรื่องต่างๆ ในสังคมและในธรรมชาติจึงมีขั้วตรงกันข้ามเสมอ วิธีดำรงชีวิตที่เรียนรู้ได้มากที่สุดคือ ฟังมันทั้งสองขั้ว หาทางผสมผสานสองขั้วตรงกันข้ามเป็นพลังสร้างสรรค์
ทำให้ผมตีความการเมืองไทยในขณะนี้ว่า สองฝ่ายที่กำลังต่อสู้กันนั้น กำลังร่วมกันบอกหรือสอนคนไทยว่า คนไทยต้องร่วมกันแสดงออกโดยหลากหลายวิธี ว่าต้องการให้มีการขับเคลื่อนประเทศไปในทิศทางใด ผมเชื่อว่าคนไทยได้เรียนรู้มากจากเหตุการณ์ทางการเมืองในช่วงนี้ และจะแสดงพลังในการเลือกตั้งคราวหน้า
หนังสือแนะนำว่า การเป็นผู้ฟังที่ดีต้องรู้จักระงับ “เสียงภายใน” (inner voice) ของตนเอง ซึ่งก็คือรู้จักรับรู้โดยไม่ตัดสิน ตาม Theory U ของ Otto Scharmer
วิจารณ์ พานิช
๒๐ ก.ค. ๖๖