เข้า GotoKnow เพื่อจะหาวิธีเขียนบทเขียนเป็นภาษาอังกฤษและแยกสมุดไว้อีกเล่มโดยเฉพาะเพื่อแชร์กับเพื่อนร่วมโลก ขณะที่ค้นหาว่าจะแยกสมุด แต่อยู่ใน​บัญชี GotoKnow  เดียวกัน แต่บังเอิญไปเจอยูทูปรายการวันใหม่วารายตี ออกอากาศช่อง Thai PBS  ปีก่อนโน้นเรื่อง ‘ดื่มน้ำปั่นใบไม้สดและผลไม้ช่วยรักษามะเร็ง?’ และรายการบอกว่าได้ถามไปที่กระทรวงสาธารณสุข แล้วบอกว่า​ ‘ไม่จริง ไม่มีหลักฐานทางวิชาการ’ และวิทยากรประจำรายการก็พูดไป หัวเราะไป นัยว่าชอบแชร์กันเรื่องผิดๆ และท้ายรายการก็บอกว่าห้ามแชร์ 

ก็เลยเลิกความตั้งใจแรก และเขียนเรื่องนี้ก่อน 

พิธีกรรายการอาจจะอ่านตามสาระที่ทีมงานเตรียมให้ ผมให้อภัย แต่เจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณะสุข  ที่ตอบว่าเรื่องนี้ไม่จริง เพียงแค่ตัวเอง หรือกระทรวงสาธารณสุขไม่มีข้อมูลว่าเรื่องนี้เป็นไปได้นั้น เป็นเรื่องที่น่าเศร้าและทำลายความคิดสร้างสรรค์ ตลอดจนความก้าวหน้าทางวิชาการอย่างยิ่ง 

การห้ามแชร์ก็อาจจะเป็นความห่วงใยของพิธีกร และทีมงานที่เขียนงานให้ แต่ถ้าจะถึงเอาผิดคนที่แชร์เรื่องนี้ หรือแชร์เรื่องนี้ต่อนั้นคือสิ่งที่ผมเคยพูดและเขียนไว้ว่า ​'พรบ. คอมฯ' ฉบับปัจจุบันนี้คือเชือกมัดตราสังความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมของเด็กและคนไทย (ดูบทเขียนของผมวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2566)

ประเด็นคือ ถ้าเราคิดได้แค่ความรู้ที่เรามีอยู่ความคิดสร้างสรรค์และนว้ตกรรมจะไม่มีวันเกิดขึ้น ซึ่งคนฉลาดที่สุดในโลกคนหนึ่งเตือนไว้ว่า ‘imagination is more important than knowledge’ (ดูบทเขียนวันที่ 30 มิถุนายน 2565)

แต่เรื่องกินปั่นผักแและผลไม้รักษามะเร็งนั้นคนที่ค้นพบคือ ดร. ทอม อู๋ และเขียนไว้ในหนังสือธรรมชาติช่วยชีวิต โดยเขียนจากประสบการณ์ของตัวเอง และการศึกษาของตัวเองในฐานะแพทย์แผนปัจจุบัน และปริญญาเอกด้านโภชนาศาสตร์ 

ดร. อู๋ รู้ว่าตัวเองเป็นมะเร็งปลอดเมื่ออายุ 35 ปี และการวินิจฉัยโรคครั้งนั้นไม่ผิดแน่ เพราะ ดร. อู๋ ได้เข้ารับการผ่าตัดเพื่อจะเอาปลอดข้างหนึ่งที่เป็นมะเร็งออก เพียงแค่จะได้ยืดอายุอยู่กับภรรยาได้นานขึ้นหน่อย แต่ทีมแพทย์ผ่าตัดพบว่ามะเร็งเริ่มลามไปปลอดที่สองแล้ว จึงตัดสินใจเย็บแผลคืนไว้เหมือนเดิม คือไม่มีทางรักษานั่นเอง 

แล้ววันหนึ่ง ดร.อู๋  ก็พบว่าทางรอดคือกินผัก และต่อมาก็คือการปั่นผักดังที่เขาเขียนไว้ในหนังสือธรมชาติช่วยชีวิตดังกล่าวมาแล้ว ส่วนการค้นพบสูตรนี้อย่างไร และมีพัฒนาการมาอย่างไรนั้น อ่านหนังสือท่านได้ครับ

ปั่นผักช่วย ดร. อู๋ อย่างไรคงไม่ต้องสงสัย เพราะนอกจากเขาจะหายขาดจากมะเร็ง ตอนนี้ยังมีชีวิตอยู่ อายุเกือบ 80 แล้ว และยังเขียนหนังสือ และเดินทางไปบรรยายเรื่องนี้ทั่วโลก รวมทั้งที่ประเทศไทยเราด้วย 

การกินปั่นผักและผลไม้ แตกต่างจากการกินเป็นผักหรือผลไม้ทั่วไปที่ การปั่นผักต้องใช้เครื่องความเร็วสูง มีมีกำลัง 3.5 แร็งม้า ซึ่งจะทำให้ผักและผลไม้ที่ถูกปั่นไม่ช้ำ และ ได้ enzyme (ซึ่งผมแปลว่พลังชีวิต) ปริมาณมาก ซึ่งทั้งสองส่วนเป็นประโยชน์ต่อร่างกายอย่างยิ่ง 

ผมได้อ่านหนังสือนี้เมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว หลังป่วยหนักในปี 2549 ได้ปีหรือสองปีนี่แหละ และด้วยตระกูลผม (พ่อ และพี่ชายทั้งสองคน ซึ่งตายก่อนอายุ 60 ทุกคน ส่วนผมเป็นคนสุดท้อง ตอนนั้น อายุ 57)  และญาติพี่น้องส่วนใหญ่ตายด้วยมะเร็ง ผมก็เลยทดลองใช้สูตร ดร. อู๋ และจะด้วยบังเอิญหรือเปล่าไม่ทราบ แต่ตอนนี้ผมอยู่มาได้ 14 ปีแล้ว และสุขภาพดีกว่าแต่ก่อนมาก นอกจากนี้ผมก็ยังได้แนะนำลูกศิษย์ และเพื่อนที่รู้จักที่เป็นมะเร็ง ใช้สูตรปั่นผักและผลไม้ดูแลตัวเอง เท่าที่ทราบคือ หายขาดทุกคน แต่ผมไม่ทำวิจัยเรื่องนี้เพราะ ดร. อู๋ ศึกษาไว้ดีแล้ว และประสบการณ์ของผมสิบกว่าปียืนยันเรื่องนี้ได้ (ผู้สนใจศึกษาวีดีโอที่ลูกศิษย์ทำให้เมื่อหลายปีก่อนก็ได้)

ดังนั้นผมจึงอยากขอรองทั้งศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์ และรายงานลักษณะเดียวกันว่าสิ่งที่ท่านทำอยู่นั้นกำลังมัดตราสังความคิดสร้างสรรค์และองค์ความรู้ใหม่ของคนไทย และขอกราบสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรปัจจุบันนี้ ช่วยแก้กฎหมายคอมฯ ด้วย แต่ไม่ใช่ยกเลืกนะครับ เพราะเราจำเป็นต้องมีกฎหมายนี้เพื่อคุ้มครองประชาชน (ไม่ใช่ห้ามประชาชนคิด) ส่วนพ.ร.บ. คอมฯ ปัจจุบันนี้มีปัญหาตรงไหน และควรแก้ไขอย่างไรนั้นผมเขียนไว้ในบทเขียน 22 กุมภาพันธ์ 2566 แล้วครับ 

ขอบคุณครับ

สมาน อัศวภูมิ

10 สิงหาคม 2566