ผมเชื่อในกลไกตัวเร่งการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ ที่มีคนระดับปฏิบัติการ (ครู โรงเรียน และภาคีในพื้นที่) เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง (change agent)   โดยมีกลไกหนุนให้ผู้ปฏิบัติเหล่านี้มีโอกาสทำหน้าที่ catalyst for transformation ทั้งในระดับ micro, meso, และ macro 

ชีวิตที่พอเพียง  4516. ทำงานเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา  ๒๐๔. ตัวเร่งการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ

วันที่ ๑๘ - ๑๙ มิถุนายน ๒๕๖๖ ผมไปร่วมประชุมแบบ รีทรีต และประชุมคณะกรรมการบริหาร ของ กสศ.   ได้รับแรงบันดาลใจเขียนบันทึกนี้    ว่าประเทศไทยออกกฎหมายตั้ง กสศ. เพื่อเป็นกลไกสร้างการเปลี่ยนขาด (transformation) ให้แก่ระบบการศึกษา     ที่เป็นงานยากและต้องใช้เวลา    ที่สำคัญต้องทำไปเรียนรู้ไป และปรับตัวไป     

Transformation เชิงระบบ ไม่ใช่มีแค่ระดับประเทศ (macro level) เท่านั้น     ยังมีระดับ meso   และ micro อีกด้วย    ดร. กฤษณพงศ์ กีรติกร มีความเห็นว่า ควรให้น้ำหนักการเปลี่ยนขาดระดับ meso มากที่สุด    คือระดับจังหวัดและเขตพื้นที่การศึกษา 

ผมมองว่า เวลานี้ กสศ. ได้สร้างการเปลี่ยนขาดระดับ micro (ระดับครู และโรงเรียน) จำนวนมากระดับหลักร้อย    ที่ต้องมีการจัดการนำออกสื่อสารสาธารณะ   เพื่อนำข้อมูลหลักฐานว่าครูและโรงเรียนเหล่านี้ได้สร้างคุณค่าในการยกระดับผลลัพธ์การเรียนรู้ให้แก่ศิษย์อย่างไรบ้าง    ออกสื่อสารให้ผู้คนเห็น   เพื่อใช้พลังของประชาชนส่งเสียงบอกความต้องการการเปลี่ยนขาดเชิงระบบ ในระดับ meso และ macro   ให้นักการเมืองและผู้บริหารประเทศได้รับรู้   

ผมมองว่า ตัวเร่งการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบคือข้อมูลหลักฐาน (evidence) ว่านักเรียนได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนขาดระดับ micro อย่างไร   และการเปลี่ยนขาดระดับ macro และ meso จะช่วยหนุนให้การทำงานระดับ micro ยิ่งก่อประโยชน์ต่อนักเรียนยิ่งขึ้นอย่างไร   โดยที่ผลในภาพรวมคือ การยกระดับคุณภาพของประชาชนไทย   เพื่อเป็นกำลังสำคัญต่อการพัฒนาประเทศสู่ประเทศรายได้สูง สังคมดี    ตามเป้าหมายการพัฒนาประเทศ 

ที่จริง มีข้อมูลหลักฐานความอ่อนแอเชิงระบบ ที่ระดับ macro หลากหลายด้าน    ที่เป็น root cause ของความด้อยคุณภาพของการศึกษาไทย   ที่การแก้ไขแบบปะผุได้พิสูจน์แล้วพิสูจน์เล่า ว่าใช้ไม่ได้ผล    ต้องเปลี่ยนแบบเปลี่ยนขาดเท่านั้นจึงจะได้ผล  

กสศ. ชื่อดูจะเน้นแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาเป็นหลัก   แต่ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษามีความซับซ้อนมาก  เชื่อมโยงพัวพันกับคุณภาพอย่างแยกกันไม่ออก    คุณภาพการจัดการศึกษาที่ต่ำ เป็นสาเหตุสำคัญของความไม่เสมอภาคทางการศึกษา   คือทำให้นักเรียนกลุ่มหนึ่งไม่ได้รับโอกาสได้เรียนรู้อย่างมีคุณภาพ    ไม่มีโอกาสได้ผลลัพธ์การเรียนรู้ครบด้าน (holistic) หรืออย่างบูรณาการ   

 การจัดการศึกษาคุณภาพต่ำที่เป็นระบบใหญ่ของประเทศในปัจจุบัน   อยู่ในสภาพที่ดำเนินการภายใต้กระบวนทัศน์ที่ผิด หรือเป็นมิจฉาทิฐิ    คือคิดว่าการศึกษาเป็นกระบวนการถ่ายทอดความรู้    เน้นที่ตัวความรู้ รองลงมาคือทักษะ    เน้นที่บทบาทของครู ในการถ่ายทอด    เน้นให้นักเรียนมุ่งรับการถ่ายทอด    นักเรียนคนไหนเบื่อเรียน ก็เป็นความผิดของนักเรียน   ไม่ใช่ความรับผิดชอบของครู

ระบบการศึกษาไทย เน้นให้ผลประโยชน์แก่ครูและบุคลากรทางการศึกษา    มากกว่าผลประโยชน์ของนักเรียน    ตรงตามรายงานของธนาคารโลก ชื่อ World Development Report 2018 : Learning to Realize Education’s Promise    ที่ผมตีความเสนอไว้ในบันทึกชุด สู่การศึกษาคุณภาพสูง    โดยที่เราสามารถออกแบบระบบใหม่ ให้ทั้งเอื้อผลประโยชน์แก่นักเรียน คุณภาพการเรียนรู้ และบุคลากรทางการศึกษาได้   ดังที่เสนอไว้ในหนังสือ การศึกษาคุณภาพสูงระดับโลก    

ผมเชื่อในกลไกตัวเร่งการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ ที่มีคนระดับปฏิบัติการ (ครู โรงเรียน และภาคีในพื้นที่) เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง (change agent)    โดยมีกลไกหนุนให้ผู้ปฏิบัติเหล่านี้มีโอกาสทำหน้าที่ catalyst for transformation ทั้งในระดับ micro, meso, และ macro   

วิจารณ์ พานิช

๒๖ มิ.ย. ๖๖