Developmental Evaluation : 69. พลังของ feedback
ในการประชุมสานเสวนาเพื่อเรียนรู้จากประสบการณ์ใช้ DE ๓ ปี ของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เมื่อวันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๖๖ มีการพูดถึงประโยชน์ของการได้รับ feedback หลายครั้ง ในหลายกรณี
ทำให้ผมกลับมาสะท้อนคิดว่า คนมหาวิทยาลัยโดยธรรมชาติเป็นคนเก่ง คิดเก่ง เรียนเก่ง ยิ่งพวกผู้บริหารมักได้ชื่อว่าทำงานเก่ง จึงมักไม่คุ้นกับการได้รับ feedback ต่องานที่ทำ เพื่อใช้ช่วยให้ค้นพบวิธีบริหารงาน หรือปฏิบัติงานที่ได้ผลดียิ่งขึ้น
ที่จริง ระบบคุณภาพทั้งหลาย (เช่น EdPEx, AUNQA, TQA) ใช้หลักการตรวจเยี่ยมเพื่อให้ feedback สำหรับเอามาปรับปรุงระบบงานทั้งสิ้น แต่มันค่อนข้างเป็น official feedback เป็น feedback ภายใต้กรอบของระบบคุณภาพนั้นๆ ผู้บริหารในมหาวิทยาลัยจึงไม่ค่อยรู้สึกว่าเป็น feedback ผมตีความอย่างนี้ไม่ทราบว่าถูกหรือผิด
แต่เมื่อมาได้รับ feedback แบบ DE ในวงสานเสวนา DE พลังของความไม่เป็นทางการ พลังของความสัมพันธ์แนวราบ ที่ช่วยการเปิดใจ หลายท่านจึงรู้สึกว่าเป็นข้อมูลที่สะกิดใจท่าน ช่วยให้ได้มุมมองใหม่ที่ไม่เคยคิดมาก่อน และเมื่อนำไปปฏิบัติก็เห็นผลทันที ที่ผมบอกที่ประชุมว่า การพบวิธีปฏิบัติเล็กๆ ที่ให้ผลดีกว่าเดิมคือนวัตกรรม ที่เป็น micro innovation ที่หากใช้เป็นจุดเริ่มต้นของการหมุนวงจรเรียนรู้และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง อาจนำสู่ disruptive innovation
จะเห็นว่า ท่านคณบดีที่ได้รับผลดีจาก feedback เป็นผู้ปฏิบัติต่อ feedback ในลักษณะของ feed forward คือเป็นข้อมูลช่วยการคิดไปข้างหน้า นำสู่การสะท้อนคิดหาทางเปลี่ยนหลักการ (concept) ในการทำงานนั้นๆ คือเท่ากับท่านและทีมงานใช้ Kolb’s Experiential Learning Cycle และ Double Loop Learning ในการทำงาน เพื่อค้นหาและทดลองแนวคิดใหม่ๆ
การปฏิบัติตามหลักการและแนวคิดใหม่อาจยาก เพราะทีมงานไม่คุ้นเคย หาก feedback นั้นได้จากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่ซี้กัน ขอความช่วยเหลือหรือความร่วมมือได้ เรื่องยากก็ทำได้ง่ายขึ้น แถมจะยิ่งช่วยให้ความเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียพัฒนาขึ้นเป็นหุ้นส่วน จะยิ่งมีโอกาสได้รับ feed forward จากมุมมองที่หลากหลายยิ่งขึ้น
DE จึงเป็นเครื่องมือช่วยให้ผู้บริหารในมหาวิทยาลัย ได้เรียนรู้วิธีสร้างหรือเพิ่มคุณค่าของ feedback / feed forward ทั้งที่เป็นชนิดที่ evidence-based และชนิดที่เป็นข้อคิดเห็นล้วนๆ จากมุมมองใหม่ๆ ที่ตัวเราเองคิดไม่ถึง เพราะเราไม่มีประสบการณ์แบบนั้นๆ
Feedback จึงมีคุณค่าสองชั้น คือ ได้แนวคิดใหม่ๆ สำหรับเอาไปทดลองใช้ กับเอาไปใช้สร้างมิตรภาพที่แน่นแฟ้นกับผู้ให้ feedback นั้น นำสู่การเป็นหุ้นส่วนในการดำเนินการกิจการสร้างสรรค์ร่วมกัน
วิจารณ์ พานิช
๒ มิ.ย. ๖๖