ขณะที่ผมกำลังเขียนบทเขียนนี้ 8 พรรคฝ่ายที่ได้ชื่อว่าฝ่ายประชาธิปไตยจะมีการประชุมและตัดสินใจครั้งสำคัญของประเทศว่าการจัดตั้งรัฐบาลจะมีทางเป็นไปได้หรือไม่ ซึ่งถ้าเป็นไปตามข่าวที่ปรากฏออกมาในช่วงสองสามวันที่ผ่านมานั้น บทสรุปก็คงพอจะเดาได้ว่า ‘ความพยายามในการตั้งรัฐบาลโดยมีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำก็ไม่น่าจะตั้งได้ เพราะวุฒิสภา (สว.) ซึ่งเป็นองค์ประกอบส่วนเกินแต่สำคัญในการจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้ประกาศตัวชัดเจนว่าไม่สนับสนุนรัฐบาลที่มีพรรคก้าวไกลร่วมเป็นรัฐบาล’
ไม่ว่าจะมีเหตุผล หรือหาเหตุผลใดๆ มาอ้างก็ตาม ผลสรุปก็คือ ‘จัดตั้งรัฐบาลไม่ได้’
และคำให้การสัมภาษณ์ของนักการเมืองพรรคร่วมรัฐบาลเดิมและ สว. ต่างก็ออกมาเป็นเสียงเดียวกันก็คือ การผลักดันให้พรรคก้าวไกลออกจากการเป็น 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลในปัจจุบัน และการให้สัมภาษณ์ที่น่ารังเกียจที่สุดคือความพยายามโยนความผิดให้กับพรรคก้าวไกลว่าเป็นอุปสรรคไม่ให้ตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ และพรรคก้าวไกลต้องเป็นผู้เสียสละ ทั้งๆ ที่เขามีสิทธิ์เต็มร้อยในการเป็นรัฐบาลตามผลการเลือกตั้งของประชาชน ซึ่งจริงๆ แล้วอุปสรรคในการตั้งรัฐบาลครั้งนี้คือ การเขียนในรัฐธรรมนูญที่ให้สิทธิ์ สว. เลือกนายกรัฐมนตรี ดังนั้นการตั้งรัฐบาลได้หรือไม่ได้ จึงอยู่ที่การตัดสินใจของ สว. ส่วนจะเรียกว่าเป็นการเสียสละของ สว. หรือไม่นั้น ก็ดูเหมือนจะไม่ใช่ เพราะท่านไม่ต้องเสียสละใดๆ เลยเพียงแต่ท่านเคารพเสียงประชนเท่านั้น การจัดตั้งรัฐบาลก็จะเป็นไปได้ และประเทศก็จะเดินต่อไป
แต่ถ้า สว. ยังจะไม่ฟังเสียงประชาชน ผมขอกราบวิงวอนให้ 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลได้ฟังเสียงประชาชนด้วย อย่างน้อยประชาชนก็ยังมีที่พึ่ง ส่วน สว. ที่กินเงินภาษีประชาชนมากว่า 4 ปีแล้ว จะไม่รู้สึกรู้สาใดๆ ก็ปล่อยเขาไป และไม่ต้องไปให้ค่าความเห็น หรือข้อเสนอพวกเขาเลยคร้บ ส่วนปัญหาใดๆ ที่จะเกิดขึ้นตามมา ประชาชนรู้อยํู่แก่ใจว่าเกิดจากใคร แต่ไม่ใช่ 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลก็แล้วกัน
ส่วนการที่ท่านหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (ซึ่งเป็นพรรคการเมืองที่ผมเลือกมาตลอด ตั้งแต่ไทยรักไทย จนถึงการเลือกรตั้งที่ผ่านมา) ที่พูดว่าถ้าเราต้องอยู่โดยมีรัฐบาลรักษาการต่อไปอีกกว่า 10 เดือน ความเสียหายที่เกิดขึ้นเราจะรับได้ไหม ซึ่งก็เป็นสิ่งที่น่าเป็นห่วง แต่มันไม่ใช่สิ่งที่ 8 พรรคร่วมจัดตั้งรับบาลต้องรับผิดชอบฝ่ายเดียว เพราะมันเป็นเรื่องของรัฐสภาร่วมกัน โดยเฉพาะ สว. ซึ่งเป็นส่วนเกินในการตั้งรัฐบาลในระบอบประชาธิปไตยสากลทั่วไปต้องเป็นผู้รับผิดรับชอบต่อปัญหาที่จะเกิดขึ้นจากปัญหาการจัดตั้งรัฐบาลในคร้้งนี้เพราะท่านเป็นตัวแปรหลักที่จะทำให้การจัดตั้งรัฐบาลในคร้ังนี้ได้ หรือไม่ได้ เพราะโดยระบบการเมืองที่เป็นอยู่ เราจะคาดหวังให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ไม่ได้อยู่ในพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลมาร่วมโหวตสนับสนุนการเลือกนายกรัฐมนตรีนั้นน่าจะเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยาก แต่ถ้าเป็นไปได้เฉพาะกรณีนี้ก็เป็นสปิริตประชาธิปไตยในฐานะนักการเมืองเลือกตั้ง (ไม่ใช่ลากตั้ง) ก็จะได้จารึกในประวัติศาสตร์การเมืองไทยครับ
แต่การที่ท่านพยายามบีบให้พรรคก้าวไกลเสียสละและถอนตัวจากการร่วมตั้งรัฐบาลนั้นเป็นการทำลายระบบการเมืองประชาธิปไตย์สากลยิ่งกว่าการที่ท่านจะโหวตสนับสนุนการเลือกนายกรัฐมนตรีเสียอีก เพราะ 8 พรรคร่วมาจัดตั้งรัฐบาลมีเสียง สส. ร่วมกันถึง 312 เสียงจาก 500 เสียงในสภาผู้แทนราชฎร เสียงมากเกินพอที่จะตั้งรัฐบาล
ด้วยข้อมูลและหลักคิดที่กล่าวมาข้างต้นผมจีงสนับสนุนให้ 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล จงจับมือกันเหนียวแน่นต่อไป ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น จนกว่ามีมีเสียงสนับสนุนมากพอที่จะจัดตั้งรัฐบาลจึงค่อยเสนอบุคคลที่สมควรเป็นนายกเข้าสู่สภา ส่วนอีกฝ่ายเขาอยากตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยก็ให้เขาตั้งไป และที่ท่านหัวหน้าพรรคเพื่อไทยเป็นห่วงว่าถ้าอีกฝ่ายจัดตั้งรัฐบาลได้ และสามารถจูงใจให้ สส. จากก 8 พรรคร่วม ย้ายพรรคไปอยู่อีกฝ่าย (วรรคหลังผมคิดดังๆ เอง) ก็ให้เป็นไปคร้บ เราจะได้ดูกันยาวๆ ครับ
แต่ผมไม่เชื่อว่าจะมีงูเห่าใน 8 พรรคนร่วม เพราะถ้าท่านจับมือกันเหนียวแน่นจนได้เป็นรัฐบาลฝ่ายประชาธปไตย ไม่ว่าจะเป็นวันไหน เวลาใด พรรคท่านและ สส. ทุกคนคือวีระบุรุษประชาธิปไตย ที่จะถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์การเมืองของประเทศไทยตลอดไป
ลูกหลาน เหลน หล่อน จะกล่าวขวัญถึงท่านตลอดไปแน่นอนครับ
หวังว่าผลสรุปของ 8 พรรคร่วมจะออกมาในแบบยี่สิบเจ็ดล้านเสียงที่ฝากความหวังไว้กับท่านนะครับ
สมาน อัศวภูมิ
25 กรกฎาคม 2566 (เวลา 14.58 น.)
ปล. กลับถึงบ้านแล้วค่อยทราบว่ามีการเลื่อนประชุม 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล ก็เอาเป็นว่าวันที่มีการประชุมกันก็ค่อยติดตามกันต่อไป ส่วนมวลชนเสื้อแดงที่ออกมาส่งเสียงก็เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน แต่เพื่อไทย และก้าวไกลต้องหนักแน่น และไม่ต้องรีบตั้งรัฐบาลถ้ายังไม่มีเสียงสนับสนุนที่เพียงพอ โดยมีทั้งก้าวไกลและเพื่อไทยยังร่วมรัฐบาลกันอยู่ ถ้าประชาชน และนักธรกิจท้ังหลายอยากได้รัฐบาลเร็ว ต้องช่วยก้นส่งเสียงให้ สว. ช่วยตั้งรัฐบาลที่ประชาชนส่วนใหญ่ต้องการดีกว่า การที่ได้รัฐบาลเร็วโดยเพื่อไทยเปลี่ยนขั้วนั้น นอกจากจะเป็นรัฐบาลที่ไม่ชอบธรรมแล้ว และนำไปสู่การเป็นรัฐบาลที่วิกฤติศรัทธา ซึ่งก็ไม่ต่างกับไม่มีรัฐบาล ส่วนที่ท่านนายกบอกว่าอยากให้เร่งรัฐบาลเร็วๆ นั้นเป็นเรื่องที่ดีครับ หวังว่าท่านจะเป็นกองหนุนอีกแรงให้สมาชิกรัฐสภาร่วมก้นเลือกนายกเร็วๆ โดยเฉพาะให้สมาชิกรัฐสภาฟังเสียงประชาชนนะครับท่าน ขอบคุณครับ