บรรยากาศของรีสอร์ทริมน้ำ นับเป็นร้านกาแฟที่จัดสวนได้งดงามจริงๆ ทำเป็นร้านอาหารได้อย่างสบาย ผมใช้เวลาดื่มด่ำกาแฟดำอยู่เป็นเวลานานและถ่ายภาพเก็บไว้มากมาย

          วันอัฏฐมีบูชาตรงกับวันพระใหญ่ และเป็น”วันเกิด”ของลูกชายคนโต จึงขอพาพ่อไปไหว้พระเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต ผมไม่ติดขัดธุระอันใด และอยากไปเที่ยวอยู่พอดี

          เดินทางออกจากบ้าน ตั้งใจจะไปพึ่งพามื้อเช้าที่สุพรรณบุรี เลือกร้านมีชื่อเลื่องลือในเรื่อง “ต้มเลือดหมู”ชื่อร้านจ๊อด ร้านเล็กๆ แต่มีรถจอดเต็มหน้าร้าน พอได้ลองลิ้มชิมรสร้อนๆก็ถือว่ารสเด็ดใช้ได้

          อิ่มหนำสำราญแล้ว ก็ตรงแน่วเข้าวัดป่าเลไลยก์วรวิหาร นมัสการหลวงพ่อโต วันนี้ผู้คนเนืองแน่นเป็นพิเศษ เพราะในบริเวณวัดมีการจัดงานประจำปีที่เกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรม

          ลูกชายขอเช่าบูชาพระเป็นที่ระลึกเหมือนเช่นทุกครั้งที่เข้าวัด และบอกผมด้วยว่า วันนี้ครบรอบ ๑๐๐ ปีของวัดป่าเลไลยก์ที่ได้สถาปนาเป็น “พระอารามหลวง”

          เพื่อมิให้เป็นการเสียเวลา ลูกชายจัดให้ผมได้กราบพระอีก ๑ วัด ในตัวเมืองสุพรรณ เป็นวัดที่มีชื่อเสียงมาก เพราะมีพระอาจารย์นามว่า “หลวงพ่อโบ้ย” แห่งวัดมะนาว

          ตัววัดอยู่ริมน้ำท่าจีน เป็นวัดที่สงบ สะอาด และร่มรื่นมาก ผมได้กราบหลวงพ่อแล้วรู้สึกสบายใจ ได้ยินชื่อของท่านมานานมาก ได้มีโอกาสมากราบและเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ของท่านก็เพราะลูกแท้ๆ

          หลวงพ่อโบ้ย เป็นพระเกจิชื่อดังรูปหนึ่งของจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นที่เคารพเลื่อมใสทั้งด้านพุทธาคมและความมีศีลาจารวัตรครบถ้วนสมเป็นพระภิกษุที่ดำรงตนเพื่อพระพุทธศาสนาโดยแท้ ท่านเกิดในปีพ.ศ.๒๔๓๔ และมรณภาพในปี ๒๕๐๘

          ออกจากวัดมะนาวมาได้ไม่ไกล รถเลี้ยวซ้ายเข้าซอยแคบๆ มีบ้านเรือนปลูกสร้างเต็มสองข้างทาง รถวิ่งช้าๆอย่างระมัดระวัง เป้าหมายปลายทางคือร้านกาแฟ ไม่น่าเชื่อเลยว่าจะมาตั้งอยู่ในซอยนี้

          ชื่อร้าน “ภพ” เป็นบรรยากาศของรีสอร์ทริมน้ำ นับเป็นร้านกาแฟที่จัดสวนได้งดงามจริงๆ ทำเป็นร้านอาหารได้อย่างสบาย ผมใช้เวลาดื่มด่ำกาแฟดำอยู่เป็นเวลานานและถ่ายภาพเก็บไว้มากมาย

          เสร็จจากอาหารว่าง ก็ได้เวลาไปเดินเล่นที่ห้าง”โรบินสัน” ตั้งใจทำภารกิจในวันหยุดให้เรียบร้อย ๒ รายการ คือส่งเงินประกันชีวิตFWDกับธนาคารทหารไทย ซึ่งได้ควบรวมกับธนชาติไปแล้ว

          จากนั้นก็เดินหาซื้อเครื่องปั่นน้ำผลไม้ จะเอาไว้สำหรับปั่นน้ำผักผสมน้ำผึ้ง รสชาติดีมีประโยชน์เหมาะกับคนสูงวัยอย่างผม พอได้เครื่องปั่นก็ลืมซื้อผักสด เพราะมัวแต่ห่วงดูดนตรีที่เขาจัดภายในห้าง

           บนเวทีดนตรีเขียนว่ารำลึกถึงราชินีลูกทุ่ง “พุ่มพวง ดวงจันทร์” นักร้องที่ทางห้างคัดสรรมาร้องก็สุ้มเสียงดี ยืนฟังเพลิดเพลินอยู่หลายเพลง จนได้เวลาอาหารกลางวัน

           มื้อนี้ผมเลี้ยงวันเกิดให้ลูกชาย เลือกร้านสุกี้ MK เพราะสะดวกไม่ต้องขับรถออกมาข้างนอก แต่ถ้ามีเวลาผมคิดว่าทานข้าวข้างนอกจะดีกว่า ได้บรรยากาศสงบเงียบเป็นส่วนตัวมากกว่า ร้านMK สะอาดและรสชาติดีก็จริง แต่ผมว่าเวลาพนักงานเก็บถ้วยชาม รู้สึกจะเสียงดังฟังชัดจนแสบแก้วหู

          ได้เวลากลับบ้าน รถต้องวิ่งผ่าน”นาเฮียใช้”ก็ขอแวะเสียหน่อย เพื่อซื้อผัดสดปลอดสารพิษที่เฮียใช้ปลูกเอง เพื่อไปเป็นอาหารมื้อเย็นและประเดิมเครื่องปั่นน้ำผักเสียเลย

          ก่อนถึงบ้าน แวะร้านต้นไม้อีกตามเคย ตามประสาคนรักต้นไม้ ยิ่งตอนนี้ด้วยรู้สึกจะเห่อเหิมเรื่องสวนป่า โดยเฉพาะการปลูกไม้พะยูง จึงซื้อเพิ่มไปอีก ๑๐ ต้น ต้นละ ๒๕ บาท ต้นใหญ่และไม่แพง

          ผ่านไปอีก ๑ วันที่สัญจรสุพรรณบุรี ในวันอาทิตย์ที่มีความหมายและหลากหลายกิจกรรม ทิ้งท้ายเอาไว้จดจำ กับคำกลอนในวัดมะนาวของหลวงพ่อโบ้ย ความว่า 

        “เพาะเมล็ดหัวใจให้เป็นต้น อยู่กับคนทุกคนที่โน่นนี่ สะพรั่งงามแสนงามด้วยความดี ไม้ดอกนี้มีนามว่า “ความรัก”

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๑๑  มิถุนายน  ๒๕๖๖