มูลเหตุสำคัญๆ ที่ทำให้พรรคก้าวไกลได้รับความนิยมจากประชาชนมาเป็นอันดับ ๑ เป็นการเปิดหน้าประวัติศาสตร์ใหม่ของการเมืองไทยว่าได้เวลา “ฝนฟ้าใหม่” จะได้ชำระล้าง “ขี้หมู” ให้ “ไหล” ไปเป็นปุ๋ยบำรุงเรือกสวนไร่นาแผ่นดินเสียที ส่วน “พรรคที่มัวหม่น” และ “คนที่แปดเปื้อน” ที่ยังปะปนเข้ามาในสภา ก็ต้องให้เวลากับสังคมได้เรียนรู้ ได้ดู ได้อ่าน ได้แยกแยะ และได้หาวิธีร่อนกระทายกันต่อไป

ปรากฏการณ์ก้าวไกลที่พังทลายทั้งกำแพงเงินและเทือกภูมายาคติ บอกอะไรแก่สังคมไทยวันนี้...

ประการแรก:#พรรคก้าวไกลได้แสดงธงและทางอย่างตรงไปตรงมาที่ชัดเจนให้เห็นจริง

ถือได้ว่าเป็นการยกระดับวุฒิภาวะทางความคิดในการออกแบบนโยบายอย่างเข้าใจปัญหาของสังคมอย่างถึงรากถึงโคนมากกว่าพรรคอื่นๆ ไม่อำพรางซ่อนเร้น ไม่อ้ำอึ้งครึ่งๆกลางๆ เหมือนอย่างที่บางพรรคมัวแต่กั๊กๆแกมกล! ที่นอกประชาชนจะรู้ทันแล้ว ยังเป็นแรงผลักให้คนรักก้าวไกลมากขึ้น

ขณะที่พรรคก้าวไกลก็ได้แสดงให้เห็นนโยบายเด่นๆ เช่น การปฏิรูปสังคมเชิงโครงสร้าง ทั้งรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เป็นปัญหา แน่วแน่กับการกระจายอำนาจ สร้างรัฐสวัสดิการ จัดระบบทหาร-ตำรวจ ปรับระบบราชการ สร้างสรรค์การศึกษา การแก้ปัญหาคอรัปชั่น ปัญหาทุนผูกขาด ตัดวงจรยาเสพติด ให้ความสำคัญกับวิถีชีวิตคนเล็กคนน้อยทุกหมู่เหล่าอย่างจริงแท้ ตั้งแต่หมู่ชนบนยอดภูดอยถึงราบลุ่มชุมเมือง

ประการที่สอง:#พรรคก้าวไกลได้คัดสรรบุคคลที่มีคุณภาพและอุดมการณ์เดียวกัน

ข้อนี้เป็นจุดเด่นที่เสริมข้อแรกอย่างยิ่ง โดยที่พรรคก้าวไกลมุ่งเน้น “ธง” และ “ทาง” เป็นเป้าหมาย ยึดหลักการมากกว่าตัวบุคคล กล่าวคือ เล็งเห็นผลของงานที่จะสรรค์สร้างเป็น “ธง” แล้วออกแบบ “ทาง” ด้วยอุดมการณ์ที่สะท้อนให้เห็นความเป็นไปได้ ฉายฉากทัศน์ของพรรคและวิสัยทัศน์ของบุคคลให้สังคมเชื่อจากพฤติกรรมที่ “ตรงไปตรงมา” กล้าพูดกล้าแสดงออกในสิ่งที่สังคมอมพะนำปิดงำไว้ กล้าถลกผืนพรมที่ซุกขยะ แสดงให้เห็นอุปสรรคและปัญหาที่นักการเมืองและผู้นำแบบเดิมๆ มักสมคบคิดบิดเบือน กลบเกลื่อน เชือนเฉย และละเลยต่อการแก้ไขมายาวนานนับศตวรรษ! 

แม้ในทางปฏิบัติพรรคก้าวไกลจะคัดสรรคนผิดพลาดไปบ้างในครั้งที่เป็นพรรคอนาคตใหม่ แต่เมื่อตะแกรงเวลาได้ร่อนกระทาย “คนที่ไม่ใช่” ให้พ้นพรรคไป พรรคก้าวไกลก็ได้ประสบการณ์ในการคัดสรร “คนที่ใช่” ได้ดีมากขึ้น เรื่องนี้สังคมก็จะเป็นตะแกรงของการร่อนและฝัดทิ้ง “คนที่ไม่ใช่” อีกทางหนึ่ง 

ประการที่สาม: #พรรคก้าวไกลซื้อใจประชาชนก้าวพ้นจากการซื้อเสียง

เป็นที่รับรู้กันโดยทั่วไปว่าการซื้อเสียงโดยตรงและโดยอ้อมของการเมืองแบบเก่าๆ ยังคงมีอยู่ในประเทศนี้ ดังจะเห็นว่าพรรคและนักการเมืองแบบเก่าๆ ยังมีพฤติกรรม “ฝนตกขี้หมูไหล” ไปรวมกัน โดยหวังว่าจะใช้ “บ้านใหญ่” และ “ทุนอุปถัมภ์” ทำคะแนนและเพิ่มจำนวน สส. แต่แล้ว! ต่างก็ได้ประจักษ์แก่ใจ ว่าประชาชนส่วนใหญ่มิได้เป็น “ทาสเงิน” และ “เบี้ยบุญคุณ” อันจอมปลอมนั้น ไม่ว่าคนของพรรคฝ่ายก้าวหน้าหรือฝ่ายอนุรักษ์นิยมที่ยังมีพฤติกรรมดังกล่าวก็ “สอบตก” กันระเนระนาดไปในการเลือกตั้งครั้งนี้! 

ประชาชนของสังคมในยุคข้อมูลข่าวสารผ่านโซเชียลเปิดเปลือยสัจจะ ทั้งจริงและเท็จให้แยกแยะถึงเพิงเหย้า เถียงนา และป่าดอย ซึ่งต่างก็ได้ “เรียนรู้” และ “ตื่นรู้” ไม่ว่าราคาการซื้อเสียงจะเพิ่มจาก ๕๐๐ เป็น ๑,๐๐๐ หรือ ๒,๐๐๐ บาทก็ตาม ก็ใช่ว่า “บ้านใหญ่” และ “นายเงิน” จะซื้อใจประชาชนส่วนใหญ่ได้สำเร็จ แม้บางเขตคะแนนที่ “เลือกคน” จะพอ “ซื้อตัวรอด” ได้ส่วนหนึ่ง แต่คะแนนที่ “เลือกพรรค” ก็ยังเป็นพรรคก้าวไกล 

ประการที่สี่: #พรรคก้าวไกลใช้สื่อโซเชียลได้เฉียบฉายต่อเป้าหมายและหมู่ชน

นับเป็นความเฉียบคมสบพ้องกับยุคสมัยที่พรรคก้าวไกลมี team work คนรุ่นใหม่ที่ใช้สื่อโซเชียลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งการออกแบบการสื่อสาร การหาเสียง และการส่งต่อผ่าน “หัวคะแนนธรรมชาติ” แบบ “ใจถึงใจ” จริงใจต่อเป้าหมาย “เปลี่ยนสังคม” เพื่อสังคมที่ดีกว่า ที่ทุกคนมีส่วนร่วม มีส่วนสร้าง ดังที่ปรากฏเป็นเนื้อหากว่า ๓๐๐ นโยบาย 

นอกจากนั้น พรรคก้าวไกลยังมีวิสัยทัศน์ที่จะใช้ AI ในการปราบการทุจริตคอรัปชั่น ใช้ฐานข้อมูลแสดงความเป็น “รัฐโปร่งใส ไร้โกง” และการบริการออนไลน์การแพทย์ทางไกล (Telemedicine) ฯลฯ

ประการที่ห้า: #พรรคก้าวไกลได้แสดงผลงานของการทำหน้าที่ฝ่ายค้านในสภาเป็นที่ประจักษ์

ความสามารถ ความมุ่งมั่น และความตรงไปตรงมาที่ สส.ของพรรคก้าวไกล ได้แสดงให้เห็นตลอด ๔ ปีของการทำหน้าที่ในสภา นับเป็นภาพชัดที่ทำให้ประชาชนเชื่อว่า คนของก้าวไกลมีความกล้า จริงใจ ไม่เสแสร้ง ซึ่งต่างจากบางคนและบางพรรคที่มักแสดงพฤติกรรมองครักษ์พิทักษ์อำนาจ บาดแผล และผลประโยชน์ส่วนตน ที่ประชาชนรู้สึกเบื่อหน่าย! 

|| รวมทั้งเครือข่าย สว. กลุ่มอนุรักษ์สุดโต่ง! ที่มาโดยรัฐธรรมนูญปูนบำเหน็จเผด็จการ ยังฉุดรั้งทางแก้ปัญหาสังคมที่ปมเหตุ ก็ยิ่งเป็นเหตุปัจจัยให้ประชาชนเทคะแนนท่วมท้นให้พรรคก้าวไกล และถ้ายังจะดันทุรังไม่ฟังเสียงสังคม ปล้ำแต่จะผูกปมปัญหาบ้านเมืองต่อไปอีก ทั้งในการเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ และการรื้อสร้างกลไกกฎหมายเพื่อพัฒนาประเทศ ก็ยิ่งจะทำให้ลูกหลานสิ้นศรัทธา สังคมแตกแยก ท่านมิได้ต้องการเช่นนั้นมิใช่หรือ! ||

นี่เป็นมูลเหตุสำคัญๆ ที่ทำให้พรรคก้าวไกลได้รับความนิยมจากประชาชนมาเป็นอันดับ ๑ เป็นการเปิดหน้าประวัติศาสตร์ใหม่ของการเมืองไทยว่าได้เวลา “ฝนฟ้าใหม่” จะได้ชำระล้าง “ขี้หมู” ให้ “ไหล” ไปเป็นปุ๋ยบำรุงเรือกสวนไร่นาแผ่นดินเสียที ส่วน “พรรคที่มัวหม่น” และ “คนที่แปดเปื้อน” ที่ยังปะปนเข้ามาในสภา ก็ต้องให้เวลากับสังคมได้เรียนรู้ ได้ดู ได้อ่าน ได้แยกแยะ และได้หาวิธีร่อนกระทายกันต่อไป 

แม้คนของพรรคก้าวไกลเองบางคน บางครั้ง ที่ยังขาดวุฒิภาวะ ยังไม่ประณีตจิตต่อวัฒนธรรมเชิงบวกและสร้างสรรค์ ก็ยังต้องขัดเกลาและพัฒนาตน เพื่อความเป็น “คนที่ใช่” ที่เป็นแบบอย่างที่ดียิ่งๆ ขึ้นไป 

ท้ายที่สุดแล้ว!

#การแก้ไขรัฐธรรมนูญและออกแบบระบบที่เป็นธรรมยังเป็นงานใหญ่ที่รออยู่ #การเฝ้าดูผู้แทนของเราอย่างลืมหูลืมตา! เพื่อ “ตื่น” ขึ้นมองเห็นสังคมที่ดีกว่า นั้นช่วยบ้านเมืองได้ #การก้าวจากความกลัวอย่างกล้าเผชิญกับสัจจะเพื่อการเปลี่ยนแปลงอันเป็นประโยชน์สุขแก่ทุกฝ่ายทุกคนนั้นเป็นไปได้จริง

เพื่อเราจะก้าวจากอดีตที่อนธการสู่แสงฉานอนาคต อนาคตที่ปวงราษฎรของแผ่นดินกำหนด แม้ในวันข้างหน้า ถ้า “พรรคก้าวไกล” ไม่ใช่ของจริง แล้วมีพรรคอื่นที่เป็นของจริงยิ่งกว่า เราก็จะเทใจให้เขาร่วมกัน!

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๑๘  พฤษภาคม  ๒๕๖๖