…คนแก่คือคนที่มองตัวเองแก่…จิตใจไม่เบิกบาน

…เดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว ลุง และป้าเดินทางกลับไทย …ป้าเริ่มมองเห็นความยากลำบากในการเดินทาง รู้สึกไม่ชื่นชอบกับหลายสิ่งหลายอย่าง ตั้งแต่กระเป๋าเดินทางใบใหญ่ที่ต้องชั่งน้ำหนักไม่ให้เกินเกณฑ์ของสายการบิน ก่อนส่งลงใต้ท้องเครื่องบิน มีคนละสองใบ… กระเป๋าที่ต้องลากขึ้นเครื่องไปกับตัวอีกคนละหนึ่งใบ ตามด้วยกระเป๋าสะพายใส่คอมพิวเตอร์ และกระเป๋าคาดเอวอีกคนละหนึ่ง …มีความรู้สึกว่าทำไมมากมายขนาดนี้ ทั้งที่ทุกครั้งที่เดินทางไปเมืองไทยครั้งก่อนๆก็เท่านี้ แต่ครั้งนี้เบื่อที่จะจัดการทุกสิ่งอย่าง แต่ก็ต้องจำใจทำ…มิน่าถึงได้เรียกว่าสัมภาระ  

…การเดินทางครั้งนี้ ลุง และป้า มีความระมัดระวังมากขึ้น ไม่ว่าจะลุกยืน,เดิน หรือนั่ง…เพื่อความปลอดภัยแก่ตัวเองเป็นสำคัญด้วยอายุที่มากขึ้น ลุง70 ปีหมาดๆ ป้าก็ผ่าน67 ปีมาหลายเดือน…ต่างคน ต่างเตือนกันตลอด

…ถึงเมืองไทยนัดเจอพี่น้องก็บ่นบอกทุกคนว่า” …ปีนี้ฉันไม่ค่อยไหวแล้ว…รู้สึกไม่คล่องตัว เริ่มปวดเข่าด้วยนะ” แต่ละคนก็ตอบกลับทำนองเดียวกันว่า “…ฉันก็เหมือนกัน “…หลานชายที่นั่งฟังอยู่พูดขึ้นมาว่า”…ผมว่าแม่ และป้าๆไม่เปลี่ยนไปจากเดิมมากนักนะครับ …ยิ่งป้าพจน์เห็นยังไงยังงั้น เพียงแต่อ้วนขึ้น แต่ก็ไม่มาก…คนที่แก่คือคนที่มองตัวเองแก่ แล้วปล่อยตัว ไม่กล้าไปไหนมาไหน อยู่แต่ในบ้านกินแล้วนอน…ทำให้จิตใจไม่เบิกบาน …อย่างป้าบินข้ามน้ำข้ามทะเลมาได้ขนาดนี้ ยังไม่แก่นะครับ…”

…หลังจากวันที่หลานชายพูด ทำให้จิตใจป้าสดใสเป็นปกติ… ขับรถพาลุงไปเที่ยวหลายจังหวัดใกล้ๆรอบๆกรุงเทพฯ 

…เมื่อกลับมาแคนาดา เริ่มมีความกังวลใจเกิดขึ้นอีก …ลุงชวนไปไหน ก็ไม่อยากออกไป กลัวไม่สบาย กลัวจะลื่นหกล้มบาดเจ็บ…แต่พอได้นึกถึงคำพูดของหลานชาย…ทำให้เกิดพลังใจ…จิตใจเป็นปกติอีกครั้ง…นี่แหละความน่ากลัวของอารมณ์คนวัยเกษียณ.