เว็บไซต์ The Potential section Unique Teacher เสนอเรื่องราวของครูที่มีการสร้างสรรค์ตามรูปแบบของตนเอง ที่คนในวงการศึกษาน่าจะได้เข้าไปอ่านแล้วสะท้อนคิดตีความด้วยตนเอง
เกิดคำถามว่า ระบบการศึกษาไทยส่วนที่เป็นทางการจะใช้พลังของความดีที่หลากหลายนี้อย่างไร
เป็นข้อมูลหลักฐานบ่งชี้ว่า การเรียนรู้ไม่ได้เกิดขึ้นที่ห้องเรียนเท่านั้น แต่เกิดขึ้นในทุกที่ ทุกเวลา การศึกษาไทยยุคศตวรรษที่ ๒๑ จะเอื้อระบบนิเวศการเรียนรู้แก่เด็กไทยอย่างไร
ระบบการศึกษาส่วนที่เป็นทางการ ต้องเอื้อระบบนิเวศที่ไม่ใช่แค่โรงเรียนและห้องเรียนเท่านั้น ต้องเอื้อระบบการเรียนรู้ ๒๔ - ๗ - ๑๒ - ๓๖๕ – ๑๒๕ อธิบายว่าเอื้อให้คนไทยเรียนรู้ ๒๔ ชั่วโมงใน ๑ วัน ๗ วันในหนึ่งสัปดาห์ ๑๒ เดือนใน ๑ ปี ๓๖๕ วันในหนึ่งปี และตลอด ๑๒๕ ปีของอายุขัยที่ยาวที่สุดของมนุษย์
ระบบการศึกษาส่วนที่เป็นทางการ จะเอื้ออำนาจ ให้ “ครู” ที่มีความ unique ของตน ได้ทำประโยชน์แก่การเรียนรู้ของคนไทยกว้างขวางขึ้น ได้อย่างไร
ผมตีความว่า ท่านเหล่านี้ พัฒนาขึ้นเองตามธรรมชาติของมนุษย์ ที่มีความริเริ่มสร้างสรรค์อยู่ในตัว และท่านโชคดีที่เส้นทางพัฒนาตัวตน หรือพัฒนาอัตลักษณ์ (ตาม Chickering’s Seven Vectors of Identity Development) ไปในทางที่ดี ที่เป็นกุศล เราจะใช้วิธีการและหลักการจากท่านเหล่านี้ ให้เป็นพลังหนุนให้เด็กและเยาวชนไทยพัฒนา อัตลักษณ์ของตนเองได้อย่างไร
ผมมีข้อสงสัยว่า เด็กไทยในยุคนี้ ได้รับพลังหนุนในการพัฒนาอัตลักษณ์ของตนเองอย่างไร กลไกอะไรเป็นพลังสร้างแรงบันดาลใจให้แก่เด็กไทย
เรื่องราวที่กินใจผมมากคือเรื่องราวของครูพิ้งค์ กับการเป็นครูในสลัมคลองเตย (๑) ที่เผยเรื่องราว (สัมภาษณ์เมื่อ ๕ ปีก่อน) ในสังคมที่เด็กไม่มีโอกาสพัฒนา คุณค่าในตัวเอง และความคิดของครูพิ้งค์ ครูอาสาสมัคร ต่อระบบการศึกษา และครูในระบบ
ครูที่ The Potential สืบเสาะไปสัมภาษณ์มาส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นใหม่ ที่มีวิธีดำเนินการจัดการเรียนรู้แก่เด็กในบริบทของการเรียนรู้นอกรูปแบบที่เป็นทางการ ผมจึงพยายามหาครูรุ่นเก่า ที่เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง มาพบเรื่องราวของ ผอ. สุทธิ สายสุนีย์ ที่ (๒) ที่โด่งดังมาจากการพัฒนาโรงเรียนบ้านตะโละไส ที่ผมเล่าไว้ที่ (๓) และตอนสัมภาษณ์เมื่อ ๒ ปีก่อน ท่านเป็น ผอ. โรงเรียนอนุบาลสตูล ตอนนี้เกษียณแล้ว แต่ก็ยังทำหน้าที่ผู้นำการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดสตูล อ่านเรื่องราวของท่านแล้ว จะเห็นว่าชีวิตคนเรามีโอกาสทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่เสมอ หากเราตั้งใจจริง
แม้จะอยู่ในระบบการศึกษาที่ล้มเหลว ผอ. สุทธิก็สร้างผลงานเปลี่ยนแปลงโรงเรียนได้ เกิดผลกระทบทั้งในระดับจังหวัดและระดับประเทศ จากผลงานระดับโรงเรียน จากการทำงานร่วมกันกับภาคีที่หลากหลาย โดยมีอาวุธที่สำคัญคือ สัมมาทิฏฐิ ... การเรียนรู้เกิดขึ้นในทุกที่ ทุกเวลา ไม่เฉพาะในห้องเรียน โรงเรียนต้องส่งเสริมให้เด็กเรียนรู้จากการปฏิบัติ ที่เชื่อมโยงกับชีวิตจริง
ภาวะผู้นำของ ผอ. สุทธิ สร้าง transformation ให้แก่ครูแอนน์ วนิดา ศิริวัฒน์ ตามเรื่องราวใน (๔) บอกเราว่า ครูเปลี่ยนแปลงได้ ฝึกให้เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงได้
ที่แหวกแนวที่สุดน่าจะเป็นเรื่องของ ศูนย์การเรียนหญ้าแพรกสาละวิน ที่ในปีการศึกษา ๒๕๖๓ มีนักเรียน ๗ คน คือ ประถมปลาย ๒ คน ม. ต้น ๓ คน ม. ปลาย ๒ คน มีครู ๑ คน เรียนแบบ project-based เป็นตัวอย่างที่ระบบการศึกษาที่เป็นทางการเอื้อให้มีการเรียนรู้ทางเลือกแบบนี้ได้ สะท้อนว่า ระบบการศึกษาในปัจจุบันก็มีความยืดหยุ่น ในบางบริบท ซึ่งในกรณีนี้เป็นบริบทพื้นที่ห่างไกล
ผมฝันเห็นผู้บริหารในระบบการศึกษาส่วนกลางของกระทรวงศึกษาธิการ และ สพฐ. ใช้ครูตามใน The Potential และที่เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง ที่ค้นได้ไม่ยากในหน้าเว็บ และโซเชี่ยล มีเดีย เป็นแหล่งข้อมูลเพื่อปรึกษาหารือกันว่า จะ transform ระบบการศึกษาไทย ให้มีคุณภาพสูงได้อย่างไร ใครควรทำ/เลิกทำ อะไรบ้าง แล้วแยกย้ายกันไปทำ และร่วมกันประเมิน และร่วมกันสะท้อนคิด สำหรับใช้เป็น feed forward เพื่อการเรียนรู้ร่วมกันของทุกฝ่าย และสำหรับใช้ออกแบบการเรียนรู้ที่ยกระดับการเรียนรู้ สู่การเรียนรู้ระดับลึกและเชื่อมโยง
วิจารณ์ พานิช
๓ ม.ค. ๖๖