สังขละบุรี สุดชายแดนตะวันตก (1) ท่องเที่ยวอำเภอสังขละบุรี
สังขละบุรี อำเภอเล็กๆในจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งมีความสมบูรณ์ทางธรรมชาติและวัฒนธรรมของ 3 เชื้อชาติ ทั้ง ไทย มอญ และกะเหรี่ยง ที่ที่ใครก็ตามที่มีโอกาสมาเยือนจะต้องชื่นชอบและประทับใจ
คำขวัญประจำอำเภอสังขละบุรี
สะพานไม้ ด่านเจดีย์ นทีสามประสบ มรดกทุ่งใหญ่ ไทยกะเหรี่ยงรามัญ สารพันธรรมชาติ อภิวาทหลวงพ่ออุตตมะ เมืองสังขละชายแดน สุดแคว้นตะวันตก
อำเภอสังขละบุรีมีอาณาเขตติดต่อกัยอำเภอข้างเคียง ดังนี้
ทิศเหนือ ติดต่อกับรัฐมอญ รัฐกะเหรี่ยง ประเทศพม่า และอำเภออุ้มผาง จัวหวัดตาก
ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอทองผาภูมิ
ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก และอำเภอทองผาภูมิ
ทิศตะวันตก ติดต่อกับเขตตะนาวศรี ประเทศพม่า
ประวัติอำเภอสังขละบุรี
ในอดีตเมื่อคราวที่กองทัพพม่ากวาดต้อนเชลยชาวกรุงศรีอยุธยาไปพม่า ปรากฏข้อความในตำรายกทัพสำรวจคราวเตรียมรบพม่าในรัชกาลที่ 2 ดังนี้ "...แต่สามสบถึงสงขลา 400 เส้น แต่สงขลาถึงด่านพระเจดีย์สามองค์ 350 เส้น รวมระยะทางแต่เมืองไทรโยคถึงพระเจดีย์สามองค์ 2,815 เส้น..."
ต่อมาในปีพ.ศ.2438 เมืองสงขลาได้รับการยกฐานะให้เป็นอำเภอ ชื่ออำเภอวังกะ แต่ต่อมาได้มีการยุบอำเภอวังกะให้เป็นกิ่งอำเภอ จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2482 ได้ยกฐานะให้เป็นกิ่งอำเภอสังขละบุรี และยกฐานะขึ้นเป็นอำเภอสังขละบุรี เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม ปี พ ศ. 2508
สิ่งที่พลาดไม่ได้เมื่อมาเที่ยวสังขละบุรี
เที่ยวชมสะพานมอญ
สะพานแห่งนี้ถือเป็นสะพานไม้ที่สวยคลาสสิกและยาวที่สุดในประเทศไทย มีความยาว 850 เมตร ที่สะพานมอญนี้จะได้สัมผัสกับวิถีชีวิตของชาวมอญ เช่น การแต่งกายแบบชาวมอญมาตักบาตรในตอนเช้าที่สะพานในบรรยากาศที่เต็มไปด้วยหมอกลอยเหนือผิวน้ำ
นั่งเรือชมวัดใต้น้ำ
วัดวังก์วิเวการาม เดิมเป็นวัดที่ตั้งอยู่บริเวณที่เรียกว่า "สามประสบ" คือเป็นที่บรรจบของแม่น้ำ 3 สาย คือ แม่น้ำซองกาเลีย แม่น้ำบีคลี่ และแม่น้ำรันตี ต่อมาการไฟฟ้าฝ่ายผลิตได้ก่อสร้างเขื่อนเขาแหลม หรือเขื่อนวชิราลงกรณ์ในปัจจุบัน น้ำจึงท่วมตัวอำเภอเก่า หมู่บ้านชาวมอญ และวัดหลวงพ่ออุตตมะจมอยู่ใต้น้ำ การไปชมวัดต้องนั่งเรือหรือแพเท่านั้น ในเวลาที่น้ำลดจึงจะสามารถเดินไปชมได้
ไหว้หลวงพ่ออุตตมะที่วัดวังก์วิเวการามแห่งใหม่
หลวงพ่ออุตตมะ พระเกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งวัดวังก์วิเวการาม เป็นพระที่คนไทยเชื้อสายมอญและชาวพุทธทั่วไปเคารพเลื่อมใสมาก ถือเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวสังขละบุรี วัดสร้างด้วยพุทธศิลป์แบบมอญ มีรูปหุ่นขี้ผึ้งขนาดเท่าคนจริงของหลวงพ่ออุตตมะนั่งอยู่บนบัลลังก์หน้าปราสาทใหญ่ 9 ยอด
ไหว้เจดีย์พุทธคยา
เจดีย์องค์ใหญ่สีทองงดงาม ด้านหน้ามีสิงห์แบบมอญ 2 ตัวยืนเฝ้าบันไดทางขึ้นสู่เจดีย์ทรงเหลี่ยมฐานจัตุรัส มีเจดีย์องค์เล็กทรงกลมแบบมอญอยู่บนยอด ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุซึ่งหลวงพ่ออุตตมะอัญเชิญมาจากประเทศศรีลังกา เพื่อให้ประชาชนได้สักการะบูชา
เดินเที่ยวถนนคนเดินสังขละบุรี
ถนนคนเดินยามเย็นจัดขึ้นที่บริเวณถนนด้านหน้าที่ว่าการอำเภอสังขละบุรี เป็นแหล่งรวมอาหารการกินมากมาย แต่ที่ต้องลองสักครั้งก็คือ "หมูจิ้มจุ่ม" ซึ่งเป็นหมูเสียบไม้ ราคาไม้ละ 1 บาท ให้นั่งจิ้มๆจุ่มๆทานกันที่ร้านของเขาเลย นอกจากนี้ยังมี " ไอศกรีมลำไผ่ สังขละบุรี" ที่จะต้องลองชิม เป็นไอศกรีมนมปั่นในกระบอกไม้ไผ่ นอกจากอาหารการกินสินค้าประเภทเสื้อผ้า ของที่ระลึกจากสังขละบุรีก็มีให้เลือกซื้อ เรียกว่าได้ของครบ จบที่ถนนคนเดินที่เดียวเลย
(ภาพจากอินเทอร์เน็ต)
ตักบาตรยามเช้าแบบชาวมอญ
ทุกเช้าชาวมอญจะแต่งกายแบบมอญออกมาใส่บาตร บริเวณใกล้สะพานมอญ พระสงฆ์จากวัดวังก์วิเวการามจะมารับบาตรประมาณหกโมงเช้า
ชมด่านพระเจดีย์สามองค์
เขตชายแดนไทย -พม่าฝั่งทิศตะวันตก มีเจดีย์ขนาดเล็กสามองค์แสดงงเขตสิ้นสุดชายแดน หากมีการเปิดด่านพรมแดนก็สามารถข้ามไปเที่ยวชมตลาดพญาตองซูซึ่งเป็นตลาดชายแดนในฝั่งพม่าได้
พักที่สามประสบรีสอร์ท
รีสอร์ทแห่งนี้ตั้งอยู่บนทำเลที่มองเห็นสะพานมอญในมุมที่สวยงามที่สุด บริเวณที่แม่น้ำสามสายไหลมาบรรจบกัน เปิดบริการมานานกว่า 20 ปี มีบริการครบวงจรทั้งที่พัก ห้องจัดเลี้ยงและห้องอาหาร
ระหว่างการเดินทางมาสังขละบุรี มีสถานที่ท่องเที่ยวที่แวะชมหลายแห่ง เช่น
สกายวอล์กสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ล่าสุด
สกายวอล์กกระจกใส ตั้งอยู่บริเวณริมน้ำหน้าเมืองกาญจนบุรี เป็นสกายวอล์กกระจกใสบนความสูง 12 เมตร ความยาว 150 เมตร ทอดขนานไปตามริมฝั่งแม่น้ำแควน้อย หรือ แม่น้ำไทรโยค
วอน แด ซอง เกาหลีแห่งกาญจนบุรี
วอน แด ซอง คาเฟ่กึ่งร้านอาหารสไตล์เกาหลีย้อนยุค ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขาและสวนดอกไม้หลากสีสัน มีมุมสวยๆให้ถ่ายรูปมากมาย และมีชุดฮันบกให้เช่าถ่ายรูปด้วย บรรยากาศเหมือนไปเที่ยวเกาะเชจูซึ่งเป็นเกาะที่สวยงาม เป็นสถานที่ถ่ายทำซีรี่ย์เกาหลีหลายเรื่อง
วัดถ้ำคีรีธรรม
เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย ตั้งอยู่ที่ตำบลหนองหญ้า อำเภอเมือง กาญจนบุรี ปัจจุบันพระอุโบสถของวัดยังสร้างไม่เสร็จ คณะของเราจึงแวะถวายสังฆทานและร่วมทำบุญสร้างพระอุโบสถ และสักการะท้าวเวสสุวรรณ เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี้ย องค์ปู่นิลกาฬ พญานาคสีดำ และพระพุทธเจ้า 28 พระองค์
ขอขอบคุณ
- หน่อยทัวร์ท่องเที่ยวและทีมงาน บริการอย่างดีตลอดการเดินทาง
- ภาพบางภาพจากอินเทอร์เน็ต











































