ผมกำลังเขียนเรื่องที่คนในวงการศึกษารู้กันมาช้านาน แต่ผมเพิ่งรู้ และเห็นว่าเป็นเรื่องคอขาดบาดตายสำหรับบ้านเมือง คือเรื่องประเพณีการเข้าทำงาน และการโยกย้าย ข้าราชการครูและผู้บริหารโรงเรียน
วันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๖๕ วันพ่อแห่งชาติ ผมเดินทางไปจังหวัดเลย เพื่อเข้าร่วมสังเกตการณ์การอบรมเชิงปฏิบัติการ การสอนแบบสานเสวนา หรือสอนเสวนา (dialogic teaching) นักศึกษาโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น
ได้รับความรู้ที่คุ้มค่าการเดินทางที่ค่อนข้างโหด คือนั่งเครื่องบินจากดอนเมืองไปเลยในช่วงสาย (เพราะมีเที่ยวบินเที่ยวเดียวในวันนั้น) แล้วพอบ่ายสองโมงก็ต้องนั่งรถไปจังหวัดอุดรธานีสองชั่วโมงเศษๆ เพื่อนั่งเครื่องกลับ ถึงบ้านทุ่มเศษๆ ถือว่าโหดสำหรับคนแก่อายุเลย ๘๐
ได้ทั้งความรู้วิธีจัดการฝึกอบรม dialogic teaching ที่ผมเขียนหนังสือ สอนเสวนา สู่การเรียนรู้เชิงรุก และผู้เข้าร่วมการอบรมได้รับแจกด้วย
และได้คุยกับศึกษานิเทศก์ท่านหนึ่ง เรื่องระบบการเข้าทำงานและโยกย้ายครูและผู้บริหารการศึกษา ในระบบการศึกษาไทย ที่ช่วยให้ผมได้ข้อมูลหลักฐานประกอบความเข้าใจข้อสังสัย หรือคำถามที่ผมถามมาช้านาน ว่าทำไมคุณภาพการศึกษาไทยจึงตกต่ำ คำอธิบายของธนาคารโลกที่ผมนำมาตีความไว้ที่ บันทึกชุด สู่การศึกษาคุณภาพสูง เป็นจริงในระบบการศึกษาไทยอย่างไร
ได้รับทราบจากท่าน ศน. ว่า เวลานี้ครูและผู้บริหารการศึกษาทำงานเพื่อย้าย จากโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลทุรกันดาร ไปยังโรงเรียนในพื้นที่ใกล้เมือง จากโรงเรียนในเขตการศึกษารอบนอกของจังหวัด สู่เขตการศึกษาที่ ๑ ที่อยู่ในตัวจังหวัด เพราะถือเป็นศักดิ์ศรีความสำเร็จในชีวิต
ทุกปีคนในระบบการการศึกษาไทยจะต้องทำหนังสือขอย้าย และคนที่อยู่ในพื้นที่ที่ตนต้องการอยู่ต่อต้องหาทางเอาใจเจ้านาย เพื่อจะไม่โดยย้ายออกไป เพราะมีคนอยากย้ายเข้ามาแทน
ผมได้ฟังข้อมูลจากท่าน ศน. โดยตรงว่า ทั้งครูและศน. ต่างก็ได้รับคำสั่งมากมาย มอบงานให้ทำ ทั้งจากส่วนกลางและจากเขตพื้นที่ ในเขตพื้นที่ของท่านแม้เป็นเขต ๑ แต่ใน ๔ ปี มีผู้อำนวยการเขต ๔ คน มาใหม่ทีออกคำสั่งใหม่ที
เป็นระบบการศึกษาที่ผู้ปฏิบัติงาน ทำงานเพื่อย้าย เพื่อตนเอง มากกว่าเพื่อนักเรียน
เป็นระบบที่การยอมรับความเหลื่อมล้ำ ฝังอยู่ในกระดูกดำของระบบ
เป็นระบบที่ผู้ปฏิบัติงานต้องเอาใจจ้าวนาย มากกว่าเอาใจใส่นักเรียน
เป็นข้อมูลที่ผมได้รับ และยืนยันข้อสรุปใน WDR 2018 ขององค์การอนามัยโลก ที่ผมตีความมาเผยแพร่ในบันทึกชุด สู่การศึกษาคุณภาพสูง
วิจารณ์ พานิช
๖ ธ.ค. ๖๕
ถูกต้องเลยครับ อาจารย์หมอ ;)…
เหมือนขนบธรรมเนียมที่ฝังรากในระบบการศึกษาไทยมาเนิ่นนาน
ในความเป็นจริง…ในพื้นที่ต่างๆ..ทั่วประเทศ…ทุเรศทุรัง… น่าขยะแขยง น่าสยองพองขน กระบวนการเหล่านี้ เป็นปัจจัยหนึ่ง ที่ส่งผลต่อคุณภาพการศึกษา ให้ต่ำ่ลง…เป็นเรื่องจริงยิ่งกว่านิยาย น้ำเน่ามานานมาก ได้อ่านบทความแบบนี้ ก็ถือว่าดี ที่มีนักวิชาการระดับสูงได้รู้เรื่องนี้แล้ว และมีการพูดถึงให้ดังๆต่อไป