นี่คือข้อสะท้อนคิดจากการเข้าร่วมกิจกรรม “เวทีอบรมเชิงปฏิบัติการ Social Mapping และการทำแผนที่ชุมชน ผ่านระบบออนไลน์ Zoom Meeting  โดย สมาคมวัฒนพลเมืองและมูลนิธิสยามกัมมาจล เพื่อให้โรงเรียนแกนนำที่เข้าร่วมโครงการได้รู้จักชุมชนที่อยู่รอบ ๆ โรงเรียน และสามารถเชื่อมโยงชุมชน เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาโรงเรียนได้”   ในวันที่ ๒๕ และ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๖๕   โดยผมเข้าร่วมเพียง ๓๐ นาทีแรกของวันที่ ๒๕   และช่วงท้าย ๒ ชั่วโมงเศษของวันที่ ๒๖   

กิจกรรมนี้สนับสนุนทุนโดย กสศ. 

ผมได้ข้อสะท้อนคิดที่เสนอตอนได้รับเชิญให้กล่าวปิดตอน ๑๘ น. เศษ ว่า     กิจกรรมที่โรงเรียนแกนนำ ๑๐ โรงเรียน ร่วมกันดำเนินการเพื่อเรียนรู้บอกเราว่า     การเรียนรู้เป็นกิจกรรมที่ซับซ้อน (complexity)    ไม่ใช่กิจกรรมที่ตรงไปตรงมา     การเรียนรู้ของนักเรียนต้องเป็นกิจกรรมที่ซับซ้อน   เพื่อให้นักเรียนเข้าใจความซับซ้อนของชีวิตและกิจกรรมต่างๆ รอบตัว     เป็นความเข้าใจระดับซึมซับ    คือทั้งเรียนอย่างรู้ตัว และเรียนอย่างไม่รู้ตัว   

จะเรียนรู้ในสภาพดังกล่าวได้ นักเรียนต้องไม่เพียงเรียนในห้องเรียน ที่เน้นเรียนรู้เชิงทฤษฎีเท่านั้น    นักเรียนต้องได้เรียนรู้จากการปฏิบัติในสภาพจริง ในเรื่องราวของชีวิตจริง    ซึ่งก็คือการเรียนรู้จากกิจกรรมหรือชีวิตความเป็นอยู่ในชุมชน   โดยครูชวนนักเรียนร่วมกันคิดโจทย์เพื่อการเรียนรู้จากการทำกิจกรรมทำความเข้าใจชุมชน    หรือเพื่อเข้าไปร่วมพัฒนาหรือรับใช้บางด้านของชุมชน ที่เรียนว่า service learning   ซึ่งนอกจากได้เรียนด้าน S และK   ใน VASK ที่เป็นเป้าหมายของการเรียนรู้บูรณาการแล้ว     ยังได้เรียนรู้และพัฒนา V และ A ของตน   ให้เป็นคนที่รู้จักเห็นแก่ผลประโยชน์ของผู้อื่น และของส่วนรวม   

V = Values ภาษาไทยว่า ค่านิยม     คนเราจะมีชีวิตที่ดีได้    ต้องพัฒนาค่านิยมของการเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมให้แก่ตนเอง     หากไม่พัฒนามิติดังกล่าว จะเป็นคนที่เติบโตไปมีค่านิยมของการเห็นแก่ตัว    เป็นปัจจัยบั่นทอนชีวิตที่ดีของตนเองด้วยความหลงผิด   

การเรียนรู้บูรณาการที่มีเป้าหมายช่วยหนุนให้นักเรียนและเยาวชนพัฒนาตนเองอย่างครบด้าน ที่เรียกว่า เรียนรู้บูรณาการ    ซึ่งหมายถึงพัฒนาครบด้านของ VASK ใส่ตน    เป็นกิจกรรมที่ซับซ้อน    และจะดำเนินการได้โดยง่ายหากโรงเรียนกับชุมชนร่วมมือกัน     

 การเรียนรู้ของนักเรียน จึงไม่ใช่กิจกรรมที่โรงเรียนดำเนินการด้วยตนเองแบบแยกส่วน     แต่ต้องดำเนินการร่วมกับภาคีที่หลากหลายในชุมชน    ที่เรียกว่าหลักการ “ทุกฝ่ายเพื่อการศึกษา” (การเรียนรู้)  (All for Education)   

ผมได้เห็นว่า การประชุมเชิงปฏิบัติการดังกล่าว ได้สร้างการเรียนรู้ในมิติที่ลึกมาก ให้แก่ครูและผู้บริหารโรงเรียน ๑๐ โรงเรียนที่เข้าร่วม     โดยที่การเรียนรู้ที่ได้ ไม่เฉพาะด้านเทคนิคและความรู้เท่านั้น   ยังได้เรียนรู้ด้าน A – Attitude ในการทำงาน    ว่าต้องเน้นการบรรลุผลตามเป้าหมายเป็นหลัก   ไม่ใช่ยึดเวลาตามตารางสอนหรือตารางการทำงานเป็นหลัก    ผมชื่นชมที่ครูและผู้บริหารโรงเรียนอยู่ร่วมกิจกรรมจนเลยกำหนดการว่จะจบกิจกรรมเวลา ๑๗.๓๐ น. ในวันที่ ๒๖   คืออยู่จนจบกิจกรรมหลัง ๑๘ น. เล็กน้อย 

การเรียนรู้ที่ดี  ต้องหนุนให้นักเรียนได้เรียนรู้ทั้ง ๔ มิติของ  VASK ไปพร้อมๆ กัน     และครูและผู้บริหารโรงเรียนก็ได้เรียนรู้ในมิติดังกล่าวไปพร้อมๆ กันด้วย 

ผมรู้สึกชื่นชม   ที่ครูยอมรับการทำหน้าที่ facilitator ของวิทยากรจากสมาคมวัฒนพลเมือง ที่เป็นชาวบ้านธรรมดา ที่พัฒนาตนเองขึ้นมาจากการทำงานพัฒนาชุมชน     หรืองานวิจัยชาวบ้าน ที่เป็นการหนุนให้ชาวบ้านร่วมกันเรียนรู้จากการทำงานพัฒนาชุมขน     สะท้อนว่าการเรียนรู้ที่แท้ เกิดจากการปฏิบัติแล้วสะท้อนคิด (๑)  

การประชุมปฏิบัติการครั้งนี้ มีกิจกรรม ตามด้วยการสะท้อนคิด (reflection / AAR) เป็นระยะๆ    ช่วยให้เกิดข้อเรียนรู้จากประสบการณ์    ผมจึงเชื่อว่า ครูจากโรงเรียนแกนนำทั้ง ๑๐ โรงเรียน จะได้ซึมซับ learning skills จากกิจกรรมของทั้งสองวันนี้    เอาไปประยุกต์ใช้กับศิษย์สืบต่อไป    

วิจารณ์ พานิช

๒๗ ต.ค. ๖๕