“เมสซี่ ปิดฉากสวย อาร์เจนตินา คว้าแชมป์บอลโลก ดวลจุดโทษชนะ ฝรั่งเศส”
-ลิโอเนล เมสซี่ ปิดฉากสวย หลังนำ อาร์เจนตินา คว้าแชมป์บอลโลก ด้วยการดวลจุดโทษชนะ ฝรั่งเศส 4-2 หลังจากเสมอใน 120 นาที 3-3
-ฟุตบอลโลก 2022 รอบชิงชนะเลิศ อาร์เจนตินา พบกับ ฝรั่งเศส แชมป์เก่า โดยทั้งคู่มีดีกรีเป็นแชมป์มาแล้ว 2 สมัย
-ลิโอเนล สกาโลนี่ นายใหญ่ อาร์เจนตินา พาทีมเข้ารอบชิงดำด้วยการไล่ถล่ม โครเอเชีย 3-0 เกมนี้ได้ กอนซาโล่ มอนเทียล และ มาร์กอส อคูน่า กลับมาจากโทษแบน แต่ทั้งคู่ยังต้องรอโอกาสที่ข้างสนามม โดยอาร์เจนตินา ยังคงยึดตัวจริงเหมือนในเกมรอบรองชนะเลิศทั้งหมด โดย ลิโอเนล เมสซี่ ที่เจ็บจากเกมรอบรองฯ ฟิตทันลงสนามในเกมสุดท้ายฟุตบอลโลกของตัวเอง
</source></source></source>
-ดิดิเยร์ เดส์ช็องส์ กุนซือทีมชาติฝรั่งเศส แชมป์เก่า เตรียมป้องกันแชมป์ หลังจากรอบรองชนะเลิศ ชนะ โมร็อกโก 2-0 เกมนี้มีการปรับเปลี่ยน 2 ตำแหน่ง โดย ดาโยต์ อูปาเมกาโน่ และ อาเดรียง ราบิโอต์ ที่เกมชนะ โมร็อกโก ไม่ได้ลงเนื่องจากป่วยเกมนี้ฟิตกลับมาเป็นตัวจริง ส่วนจุดอื่นๆ ยังคงเหมือนเดิม โดย คีเลียน เอ็มบัปเป้ ที่กำลังลุ้นดาวซัลโว หลังยิง 5 ประตูเท่ากับ ลิโอเนล เมสซี่ ยังคงนำทัพ
-เกม 20 นาทีแรก อาร์เจนตินา มีโอกาสมากกว่า แต่ยังไม่สามารถเรียกสกอร์ขึ้นนำได้ ขณะที่ฝรั่งเศส พยายามหาจังหวะสวนกลับเช่นกัน แต่ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ก็มีลุ้นเพียงครั้งเดียว
-นาทีถัดมา อังเคล ดิ มาเรีย ไปถูก อุสมาน เดมเบเล่ ทำฟาวล์ผู้ตัดสินชี้ให้เป็นจุดโทษ โดยเป็น ลิโอเนล เมสซี่ รับหน้าที่สังหารไม่พลาด อาร์เจนตินา ขึ้นนำ 1-0 ในนาทีที่ 23 พร้อมกับทำให้ เมสซี่ ขึ้นนำเป็นดาวซัลโวในทัวร์นาเมนต์ ที่ 6 ประตู
-นาทีที่ 36 อาร์เจนตินา ที่ตัดบอลได้จากกลางสนามบอลมาถึง อเล็กซิส แมค อัลลิสเตอร์ จ่ายไปให้ อังเคล ดิ มาเรีย ที่ว่างโล่งอยู่ที่เสาสอง แปด้วยขวาเข้าไปไม่เหลือ อาร์เจนตินา ขยับหนีเป็น 2-0
-ช่วง 5 นาทีสุดท้ายของครึ่งแรก ฝรั่งเศส พยายามลุย เพื่อหวังประตูตีไข่แตกก่อนเข้าไปพัก แต่ไม่สามารถทำได้ จบ 45 นาทีแรก อาร์เจนตินา นำ 2-0
-เกมครึ่งหลังผ่านไปหนึ่งชั่วโมง ฝรั่งเศส ที่ตามหลัง 2 สกอร์พยายามขึ้นเกมลุยใส่ แต่ก็ยังไม่สามารถเจาะประตูตีไข่แตกได้
-นาทีที่ 71 คีเลียน เอ็มบัปเป้ ฝ่ายวงล้อมลากตัดจากทางซ้ายได้กดยิง แต่บอลข้ามคานออกไปเยอะ ฝรั่งเศส ยังไม่ได้ประตูกลับสู่เกม
-นาทีที่ 79 ฝรั่งเศส มาได้จุดโทษ เมื่อ โคโล่ มูเอนี่ ไปถูกทำฟาวล์ในกรอบ และเป็น คีเลียน เอ็มปัปเป้ ที่รับหน้าที่สังหารให้ ฝรั่งเศส ไล่มาเป็น 1-2 ในนาที่ที่ 80
-จากนั้นนาทีถัดมา เป็นจังหวะตัดบอลจากริมเส้นฝั่งขวากลางสนาม ก่อนบอลมาถึง มาร์คัส ตูราม และจ่ายมให้ คีเลียน เอ็มปัปเป้ ยิงในกรอบไม่พลาด ฝรั่งเศส ตีเสมอ 2-2 พร้อมกับ เอ็มปัปเป้ ขึ้นนำเป็นดาวซัลโวที่ 7 ประตู
-ช่วงทดเจ็บนาทีที่ 90+7 อาร์เจนติน่า พลาดได้ประตูชัย เมื่อ เมสซี่ ได้ตั้งป้อมยิงแบบเน้นๆ บอลมุดเสียบใต้คานแค่ทางด้าน อูโก้ โยริส ยังปัดไว้ได้ ทำให้จบ 90 นาทีเกมเสมอ 2-2 ต้องต่อเวลาพิเศษหาผู้ชนะ
-ช่วงต่อเวลาพิเศษครึ่งแรกทั้งคู่ยังเล่นกันอย่างรัดกุม และจังหวะจบยังไม่สามารถเปลี่ยนเป็นสกอร์ได้ แต่ในช่วงท้ายทดเจ็บครึ่งแรก เลาตาโร่ มาร์ติเนซ ตัวสำรองมีโอกาสหลุดเข้าไปยิงแต่บอลหลุดกรอบออกไป ทำให้จบ 15 นาทีช่วงทดเวลาพิเศษ เกมยังเสมอ 2-2
-ในช่วงต่อเวลาพิเศษครึ่งหลังนาที่ 108 ลิโอเนล เมสซี่ มาตามซ้ำ ในจังหวะที่ อูโก้ โยริส ปัดไม่ขาด และเป็นกัปตันทีมอาร์เจนตินา ยิงเข้าไปแม้บอลจะก้ำกึ่งกระดอนออกมา แต่ลูกก็ข้ามเส้นไปแล้ว ทำให้ดาวเตะวัย 35 ปี ทำประตูในบอลโลกครั้งนี้เป็น 7 ประตู
-นาทีที่ 116 ฝรั่งเศส มาได้จุดโทษ และเป็น คีเลียน เอ็มปัปเป้ ที่สังหารไม่พลาด ซัดเข้าไปในนาทีที่ 117 ฝรั่งเศส ตามตีเสมอ 3-3 พร้อมกับ เอ็มปัปเป้ ซัดแฮตทริก และขึ้่นนำดาวซัลโวที่ 8 ประตู
-เวลาที่เหลือทั้งคู่พยายามบดใส่ เพื่อหวังประตูชัยแต่ไม่มีฝั่งใดทำได้จบ 120 นาที เสมอ 3-3 ทำให้ต้องดวลจุดโทษหาผู้ชนะ
-ในการดวลจุดโทษ ปรากฎว่าเป็นทางด้าน อาร์เจนตินา ที่ยิงแม่นกว่าชนะไป 4-2 ทำให้คว้าแชมป์โลกเป็นสมัยที่ 3 ไปครอง ต่อจากปงปี 1978 และ 1986