ในฐานะผู้บริหารสถานศึกษา ที่เดินทางมาถึงวันนี้ รู้สึกได้ว่าไม่ธรรมดา ผ่านร้อนผ่านหนาวผ่านความระกำลำบากมาพอสมควร หลากล้วนเรื่องเล่าที่เร้าพลังดีเหลือเกิน
นับตั้งแต่ปี ๒๕๔๙ เป็นต้นมา ๑๖ ปีกว่าๆ ที่วาดหวังไว้ว่าจะพลิกฟื้นโรงเรียนเล็กๆให้ได้ ก่อนจะจากไป นอกจากงานที่ต้องทำให้เด็กอ่านออกเขียนได้แล้ว มีสิ่งใดที่ทำให้ภูมิใจได้บ้าง..?
จากการที่ได้จดจำสิ่งดีๆในชีวิตข้าราชการครู วันที่เดินทางมาสู่รั้วโรงเรียนหลังนี้ ที่มีถนนลูกรังอยู่หน้าอาคารเรียนที่ค่อนข้างทรุดโทรม โรงอาหารและอาคารประกอบ แทบไม่ต้องพูดถึง
ในความจำกัดและขาดแคลน แต่ก็มีความสอดคล้องในแง่ของบริบท ตรงตามสภาพและขนาดของโรงเรียน ที่มีจำนวนนักเรียนและครูน้อยที่สุดของอำเภอ
วันนี้..ก็คิดว่าจะหยุด เพราะได้ปักหมุดไว้ที่อายุครบ ๖๐ ปี จากนั้นจะใช้เวลาที่เหลือสอนหนังสือ โดยเน้นที่ป.๑ – ป.๓ เป็นพิเศษ และหากยังมีเรี่ยวแรงเหลือพอก็จะขอไปลุยโคกหนองนา
มองย้อนกลับไป ในความที่ไม่เท่าเทียม ก็ต้องลงมือทำให้ทัน มิใช่เพื่อการแข่งขัน แต่การศึกษาต้องอยู่ด้วยคุณภาพ ที่ครอบคลุมทุกด้าน ทั้งวิชาการ อาคารสถานที่และสิ่งแวดล้อม
หลายคนบอกรูปร่างหน้าตาโรงเรียนเปลี่ยนไป ภาพลักษณ์ใหม่ของโรงเรียนผุดขึ้น ปลุกให้ผู้ปกครองตื่นขึ้นจากความเงียบงัน หันหน้ามามองบ้าง จะได้ไว้วางใจในการส่งลูกหลานมาเรียน
ความร่มรื่น และความสะอาดยังคงไว้ให้เป็นสัญลักษณ์ ส่วนความสวยงามสดใสและความแปลกใหม่ ต่อเติมเสริมแต่งเข้ามาอย่างมากมาย โดยเฉพาะปี ๒๕๖๕ ที่มีอายุ ๖๐ ปีบริบูรณ์
เหมือนจะรู้ตัวและบอกตัวเองว่า หลังจากนี้...จะไม่มีเวลาแล้วนะ หรือคิดได้แต่อาจทำไม่ได้ สังขารย่อมมีการเปลี่ยนแปลง เรี่ยวแรงจึงไม่เหมือนเดิม
วันก่อน..ทาสีและตกแต่งอาคารออมสินและทำโรงรถให้ครู เพื่อต้องการให้ครูอยู่และทำงานอย่างมีความสุข ในบ้านหลังเล็กๆ เราก็ควรอยู่อย่างสุขสบาย “หัวใจ”จะได้พร้อมเพื่องาน
จากหน้าโรงเรียนไปจนถึงหลังอาคาร จึงแทบไม่มีช่องว่าง เพราะจัดวางต้นไม้และแหล่งเรียนรู้ลงไป ความเขียวขจีที่มองกี่ครั้งก็ร่มเย็น ส่งผ่านให้คนที่อยู่และผู้พบเห็นได้เย็นตาและเย็นใจ
โชคดี...ที่ยังไม่เกษียณ มีโอกาสได้ดื่มด่ำและสัมผัสร่องรอยแห่งงานและกาลเวลาที่ทุ่มเทและหมดไปแบบไม่สูญเปล่า ทุกสิ่งทุกอย่างดูลงตัวอย่างน่าพอใจ
บางครั้ง...ความสำเร็จก็ไม่ได้ตั้งอยู่บนความสวยหรูอลังการงานสร้าง แต่มันคือความมีชีวิตชีวา และจิตวิญญาณ ที่ใช้โรงเรียนเป็นฐานให้เกิดศรัทธา และไม่เคยคิดที่จะทอดทิ้ง
เมื่อนับปีใหม่ที่จะมาถึง เพื่อต้อนรับช่วงเวลา ๙ เดือนที่เหลือ อย่างมีความหมายและเกิดมูลค่าเพิ่มแก่โรงเรียนอย่างแน่นอน ยังมีอีก ๒ งาน ที่ต้องผูกพันจากงบประมาณที่ได้รับจัดสรรฯ
ห้องคอมพิวเตอร์กับวัสดุอุปกรณ์ชุดใหญ่ไฟกระพริบ ติดตั้งในห้องสมุด จุดประกายการเรียนรู้ครั้งสำคัญ ที่จะเกิดขึ้นในบ้านหลังนี้ ต้นปี ๒๕๖๖
ในช่วงเวลาเดียวกัน..งบประมาณปรับปรุงและซ่อมแซม ที่รอคอยมาหลายปี ถึงเวลาเสียที ที่อาคารเรียนเก่าแก่อายุ ๔๒ ปี จะได้งบทาสีเพิ่มสีสันให้ทันสมัย คงดูใหม่ขึ้นมาในทันที
จึงไม่ใช่ความฝันอีกต่อไป ในวัย ๖๐ ปีเต็ม กับผลแห่งการทำงานที่ผ่านมาและที่กำลังจะมาถึงอีกไม่เกิน ๒ เดือนข้างหน้า...จะทำให้โรงเรียนบ้านหนองผือ ไม่หลงเหลือภาพลักษณ์เดิมๆ
แต่เพิ่มเติม..ความสง่างาม ที่อยากเห็นและต้องการให้เป็นอยู่ในทุกโรงเรียน...โดยเฉพาะ..ความร่มรื่นและความสะอาด...ต้องมั่นคงและยั่งยืนได้ ถ้าครูไทย...ยังไม่ขาดจิตสำนึก
ชยันต์ เพชรศรีจันทร์
๙ ธันวาคม ๒๕๖๕ (อายุครบ ๖๐ ปี)














