การผสมผสานทางวัฒนธรรม




"การผสมผสานทางวัฒนธรรม" คือ การที่ วัฒนธรรมหนึ่งได้ถูกผสมเข้ากับอีกวัฒนธรรมหนึ่ง เป็นวัฒนธรรมหน้าตาใหม่เกิดขึ้น ซึ่งปัจจุบันก็มีให้เห็นได้ทั่วไปในสังคม เช่น เรื่องของอาหาร ตัวอย่างที่อธิบายแล้วเข้าใจได้ง่าย คือ สมมุติว่าย้อนไปสัก 50ปีที่แล้ว มีคนไทยไปเรียนที่ต่างประเทศสัก 4-5ปี พอกลับมาอยู่ประเทศไทยอาจจะนึกอยากกินอาหารของประเทศที่ตนเองเคยกินสมัยไปเรียนที่โน่น แต่ในเมืองไทยไม่มีขาย ก็อาจจะลองทำเอง แต่วัตถุดิบและเครื่องปรุงบางรายการแบบออริจินัลจริงๆ ตรงสูตรเป๊ะๆ อาจจะหาไม่ได้ในประเทศไทย ฉะนั้น ก็ต้องมีการปรับสูตร หรือ จับโน่นผสมนี่ ลองผิดลองถูกกันไป สรุปสุดท้าย…ปรากฎว่าออกมาก็อร่อยพอใช้ได้ กินไปกินมาเกิดนึกชอบขึ้นมา ก็ทำกินเป็นประจำ เพื่อนฝูงเห็นก็อยากกินบ้าง ไปๆ มาๆ อาจไปถึงขึ้นเปิดร้านทำขายเป็นเรื่องเป็นราว จนทำให้อาหารจานนี้ เมนูนี้ เป็นเมนูดังประจำร้านที่ใครมาก็ต้องสั่ง แต่ดูยังๆไง เมนูนี้ก็ไม่ใช่อาหารไทย หรือ คนต่างประเทศมากินก็ยกนิ้วให้ว่าอร่อยแต่เขาก็จะบอกว่าที่ประเทศเขาเมนูนี้ก็ไม่มีเช่นกัน!! (หากจะอธิบายให้สัมพันธ์กับภาพที่ใช้ประกอบมานี้ ก็จะหมายถึง เมนูพิซซ่าหน้าต้มยำกุ้ง) 

จากตัวอย่างที่อธิบายมาข้างต้น จะแสดงให้เห็นถึง “การผสมผสานทางวัฒนธรรม” ที่ “ลงตัว” เกิดเป็นเมนูใหม่ที่ไม่ว่าคนไทยที่ไม่ชอบอาหารต่างประเทศ หรือคนต่างประเทศที่ไม่ได้ชอบอาหารไทย เมื่อกินแล้วก็รู้สึกดี รู้สึกชอบ เมนูนี้ก็จะอยู่กับสังคมไทยต่อไปเรื่อยๆ ต่างแค่ยุคสมัยที่อาจจะมีการปรับสูตรปรับเครื่องปรุงปรับส่วนผสมให้เข้ายุคเข้าสมัยเรื่อยไป แต่หากเมนูนี้ ทำออกมาแล้ว ใครชิมก็ส่ายหน้า และบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า “ไม่อร่อย" "ไม่โอเค” แปลว่า “การผสมผสานทางวัฒนธรรม” ที่เกิดขึ้นนี้ “ไม่ลงตัว” ชิมแล้วรู้สึกทะแม่งๆ จะอร่อยก็ไม่ใช่ หรือไม่อร่อยก็ไม่เชิง ฯลฯ สรุปว่า เมื่อผสมผสานกันไม่ลงตัว สักพักเมนูนี้ก็จะปิดตัวไปเองโดยปริยาย 

นี่เป็นเพียงตัวอย่างมุมเดียวของ คำว่า “การผสมผสานทางวัฒนธรรม” ซึ่งในความเป็นจริงนั้น การผสมผสานทางวัฒนธรรม ไม่ได้มีให้เห็นเฉพาะเรื่องอาหารการกินเท่านั้น แต่ที่หยิบยกเรื่องอาหารมาเป็นกรณีตัวอย่าง เนื่องจากเป็นเรื่องที่ใกล้ตัว เมื่ออธิบายจะทำให้เห็นภาพได้ชัดเจน เข้าใจได้ไม่ยาก การผสมผสานทางวัฒนธรรมเมื่อเกิดขึ้นแล้ว แน่นอนว่าย่อมมีทั้งข้อดีและข้อด้อย บางเรื่องผสมกันออกมาได้เป็นผลผลิตใหม่ทางสังคม เป็นมรดกทางสังคมชิ้นใหม่ก็ว่าได้ แต่ในขณะที่บางเรื่อง ของเก่าแบบดั้งเดิมอาจจะดีอยู่แล้ว แต่พอผสมผสานกับวัฒนธรรมอื่น กลับกลายเป็นว่าไม่สามารถเข้ากับสังคมนั้นๆ ได้ ส่งผลกระทบต่ออารมณ์ ความรู้สึก และค่านิยมของคนในสังคม โดยที่บางเรื่องอาจจะเป็นสิ่งที่พอจะยอมรับได้ แต่บางเรื่องอาจเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ยาก เหล่านี้เป็นต้น 

แต่อย่างไรก็ตาม ด้วยกระบวนการโลกไร้พรมแดน ประกอบกับการเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่เจริญรุดหน้าแบบก้าวกระโดดมากในปัจจุบัน ทำให้เราไม่สามารถปฏิเสธได้ว่า การผสมผสานทางวัฒนธรรมนั้น มีโอกาสเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาและกับทุกๆ เรื่องที่เกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กับวิถีชีวิตของมนุษย์ในสังคม แต่สิ่งหนึ่งที่ตัวเราเองต้องรับรู้และตระหนักให้มากคือ “ความเป็นวัฒนธรรมดั้งเดิมของเรา” และมากกว่าความตระหนัก คือความร่วมมือร่วมแรงร่วมใจกันอนุรักษ์และรักษาสืบทอดสู่รุ่นลูกรุ่นหลานสืบต่อไป 

หมายเลขบันทึก: 710823เขียนเมื่อ 9 ธันวาคม 2022 10:45 น. ()แก้ไขเมื่อ 9 ธันวาคม 2022 11:02 น. ()สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี
L3nr
ระบบห้องเรียนกลับทาง