เช้าวันที่ ๑๐ ธค. ๔๙ ผมลงจากห้องพักชั้น ๑๐ ของโอเชี่ยนวิง โรงแรมแอมบาสซาเดอร์จอมเทียน ไปวิ่งออกกำลังกายที่ด้านชายทะเล ผมมาพักด้วยความเอื้อเฟื้อของ ทีดีอาร์ไอ ที่เชิญมาร่วมการประชุมประจำปี เรื่อง "สู่หนึ่งทศวรรษหลังวิกฤตเศรษฐกิจ : ได้เรียนรู้และปรับปรุงอะไรบ้าง"
ผมออกไปวิ่งด้วยหัวใจเบิกบาน เพราะอากาศเย็นสบาย มีสายลมโชย เป็นลมริมทะเลที่แสนจะสดชื่น ยิ่งกว่านั้นเมื่อวานนี้ก็ได้เรียนรู้เรื่องราวต่างๆ ที่เป็นภาพใหญ่ของบ้านเมืองอย่างเต็มอิ่ม ตกเย็นก็พาสาวน้อยแหล่งพลัง oxytocin ไปกินข้าวต้มร้านเล้งกี่ที่เธอชอบ ถือเป็นฮันนิมูนครั้งที่ยี่สิบห้าของเรา
เอ่ยเรื่องฮันนิมูน ปลายสัปดาห์หน้าเราก็จะไปฮันนิมูนครั้งที่ยี่สิบหกที่คีรีมายา เขาใหญ่ ไปดัดจริตเป็นเศรษฐีเข้าสปาเป็นครั้งแรกในชีวิต โดยมีธนาคารไทยพาณิชย์เป็นเจ้าภาพ ในงาน retreat ประจำปีของคณะกรรมการธนาคาร ที่จริงฮันนิมูนที่เราชอบที่สุดคือครั้งที่เราไปกันเอง อย่างง่ายๆ ครั้งที่ไปพักที่โรงแรมโขงเจียม อุบลราชธานี เมื่อกว่า ๑๐ ปีก่อน ประทับใจไม่รู้ลืม
ทำอะไรกันบ้างในฮันนิมูนของคนแก่ ก็เติม oxytocin ให้ความสดชื่นในความสัมพันธ์ไงครับ ทำให้เราได้สติว่าคนที่อดทนมาอยู่กับเรา ทนอารมณ์ ทนความยากจนในชีวิตช่วงต้น ทนความขยันงาน ทิ้งครอบครัว ของสามี ได้ ต้องถือเป็นยอดหญิง
อ้าว! ว่าจะไปวิ่งออกกำลัง เลี้ยวเข้าซอยฮันนิมูนเสียแล้ว
ด้านหลังโรงแรมติดชายหาดเขามีที่วิ่งนิดหน่อย เป็นสันเขื่อนกันน้ำทะเล ผมวิ่งบนสันเขื่อนไปทางใต้ (พร้อมกับนึกในใจว่าการทำเขื่อนอย่างนี้ผิดหลักด้านอนุรักษ์ธรรมชาติ) พอหมดสันเขื่อนก็ลงไปวิ่งที่ชายหาด ซึ่งดูจะสะอาดกว่าเมื่อ ๑๐ ปีก่อน มองเห็นหมู่อาคารสูงและท่าเรือยอชท์อยู่ไกลลิบๆ กะว่าคงวิ่งไปไม่ถึง เพราะตั้งใจวิ่งเพียง ๓๐ นาที แต่พอวิ่งไปเรื่อยๆ ก็ถึงบริเวณที่จอดเรือยอชท์โดยไม่รู้ตัว ทำให้ได้คิด ว่าการทำอะไรไปข้างหน้าโดยที่เราเห็นอนาคตจากที่ไกลนั้น บ่อยครั้งเราประเมินความสามารถของเราต่ำเกินไป ประเมินความยากลำบากไว้สูงเกินไป จนเราไม่กล้าเผชิญอนาคตนั้น
เกือบสิบปีมาแล้ว จำไม่ได้ว่าฮันนิมูนครั้งที่เท่าไร เรา (หมายถึงภรรยากับผม) ติดตามคณะนักวิจัยถ้ำ ไปดูถ้ำที่แม่ฮ่องสอน เขาเรียกในชื่อที่ชาวบ้านเรียก ว่าถ้ำผีแมน เราอยากรู้ว่าถ้ำผีแมนเป็นอย่างไร ก็ตามเขาไปไต่เขาขึ้นถ้ำ มีอยู่ถ้ำหนึ่งมองจากข้างล่างแล้วทั้งสูงทั้งชัน เห็นถ้ำอยู่ที่หน้าผา ถามตัวเองว่าเราจะขึ้นไปได้อย่างไร แต่มีแรงเชียร์จากทีมนักวิจัยหนุ่มสาวว่าขึ้นได้ ไม่เป็นไรเขาจะช่วยทั้งดึงและดัน ซึ่งก็ขึ้นได้จริงๆ แม้จะทุลักทุเล ขึ้นไปแล้วมองลงมาข้างล่าง คนกลัวความสูงอย่างผม ยิ่งงงตัวเอง ว่าขึ้นมาได้อย่างไร นี่คือบทเรียนในชีวิต ที่สอนให้เรากล้าเผชิญความไม่แน่นอน
ระหว่างวิ่งเห็นฝรั่งยืนตกปลาที่ชายหาด ทักทายกันพร้อมความสงสัยว่าตกปลาในน้ำตื้นอย่างนี้จะได้ปลาหรือ วิ่งไปอีกหน่อย ก็พบคนไทย ๒ คน ยืนตกปลาอีก แสดงว่าต้องได้ปลา จึงมีคนยืนตกหลายคน ตอนวิ่งกลับ เห็นฝรั่งคนเดิมหมุนรอกคันเบ็ดกลับมา แล้วเหวี่ยงเบ็ดออกไปสุดแรง ผมไม่เคยตกปลาด้วยเบ็ดรอกแบบสมัยใหม่ จึงจ้องดูว่าเบ็ดมันไปตกไกลแค่ไหน โอ้โฮ ไกลตั้ง ๑๕ เมตร ซึ่งตรงนั้นน้ำคงจะลึกหน่อย ผมจึงได้ความรู้เรื่องเบ็ดตกปลาสมัยใหม่มาหน่อยหนึ่ง
ตอนผมเด็กๆ ชาวบ้านเขาไปตกปลาทรายที่ริมทะเล โดยลุยน้ำลงไปถึงเอวหรืออก ใช้เบ็ดที่มีคันเป็นไม้ไผ่ยาว ๒ - ๓ เมตร เท่านั้น เขาแบกคันเบ็ดผ่านหน้าบ้านผมไปและกลับ ขากลับ ได้ปลามาแล้วแม่ผมจะซื้อเอามาต้มหวานหรือต้มส้ม เนื้อปลาหวานอร่อยมาก
วิ่งออกกำลังที่ชายหาดมีข้อดีคือทรายมันหยุ่น เป็นตัวรับแรงกระแทก แต่มีข้อเสีย คือพื้นไม่เสมอกัน สูงข้างหนึ่ง ต่ำข้างหนึ่ง ข้อดีอย่างยิ่งคืออากาศดี วิวดี เห็นสีท้องฟ้ายามรุ่งอรุณงดงามหลากหลายแบบ ข้อดีอีกอย่างหนึ่งคือได้ฝึกสังเกตสิ่งต่างๆ ที่ชายหาด เมื่อสัก ๒ ปีมาแล้วผมไปวิ่งที่ชายหาดหลังโรงแรมดุสิต รีสอร์ท พัทยา ไปพบโขดหินกว้างมาก เข้าไปสังเกตโขดหิน พบสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กมากมายหลากหลายชนิด ผมถ่ายรูปเอาไปทายคนที่เป็นนักชีววิทยา และบ้านอยู่ที่บางแสน เขายังทายไม่ถูกเลย แสดงว่าคนเราผ่านเลยสิ่งต่างๆ รอบตัวโดยไม่ได้สังเกตมากมาย ถ้าเราหมั่นฝึกความช่างสังเกต ความละเอียดในการเห็น และเข้าใจสิ่งต่างๆ อย่างลึกซึ้ง ชีวิตของเราจะสนุกสนานและประเทืองปัญญาทุกย่างก้าว และทุกขณะ
ที่ชายหาด มีชาวบ้านมาปลูกเพิงให้บริการนักท่องเที่ยว มีต้นตาลโตนด และต้นมะพร้าวที่เขาขุดล้อมเอามาปลูกเป็นดงตาล ดงมะพร้าว ผมชื่นชมความสามารถทางเทคโนโลยีในการขุดล้อมย้ายต้นไม้ขนาดใหญ่ ว่าน่าจะถือเป็นเทคโนโลยีที่มีคุณค่ามาก
วิจารณ์ พานิช
๑๐ ธค. ๔๙
โรงแรมแอมบาสซาเดอร์ ซิตี้ จอมเทียน ชลบุรี
"การวิ่งเพื่อชีวิต"...วิ่งแต่ละวันแต่ละครั้ง...
สิ่งที่ผ่านเข้ามาในโสตประสาท...นั้นไม่เหมือนกันสักครั้งเลย...
สภาวะทางจิต...และทางกาย...ก็ส่งผลให้เราเรียนรู้ใหม่อยู่ตลอดเวลา...
ขอบพระคุณอาจารย์หมอมากคะ...สำหรับบันทึกนี้...
(^____^)
กะปุ๋ม
ขอบพระคุณครับ
อ่านเสียเพลินไปเลย ได้สาระ และบรรยากาศแบบเบาสบาย ผ่อนคลายดีมากครับ
คิดว่าหาก บุคคลที่ถูกพาดพิง เรื่อง ฮันนิมูน ในบันทึกนี้ได้อ่านข้อความทั้งหมดก็คงจะยิ่งเพิ่ม oxytocin ขึ้นอีกมากทีเดียวครับ
มองเห็นภาพเลย “ชีวิตที่พอเพียง” ขอบคุณอาจารย์หมอ ครับ
SEA