หลังจากฟังเรื่องกระเพาะ ลำไส้ สมอง มาแล้ว คราวนี้เป็นทีของฟันบ้าง
เมื่อก่อนได้รับการสอนว่า คนเรามีฟัน 2 ชุด คือ ฟันน้ำนม และฟันแท้ (มี 32 ซี่)
เพราะโลกเปลี่ยนไปแท้ๆ ทำให้คนเรามีฟันเพิ่มขึ้นมาอีก 1 ชุด คือ ฟันปลอม
ซึ่งจะเปลี่ยนใหม่กี่ชุดก็ได้ (ถ้ามีเงิน) ก็ยังเรียกว่า ฟันปลอมเหมือนเดิม

ตอนนี้ผมยังไม่ได้ใช้ฟันปลอม แต่ก็มีฟันแท้เหลือเพียง 24 ซี่ เท่านั้น
มีน้อยกว่าคนอื่น 8 ซี่...แต่ก็ไม่เป็นไร...ไม่อิจฉาหรอก ดีซะอีก จะได้แปรงฟันเสร็จก่อนใคร แถมประหยัดทั้งเวลาและยาสีฟันด้วย  
เรื่องที่ฟันหายไป 8 ซี่ นั้นยาวมาก
เริ่มต้นจากท่านคณบดี (คณะทันตะ) ท่านแรก ได้ตรวจและวางแผนการรักษา แล้วท่านก็เสียชีวิตไป
จากนั้นท่านคณบดีท่านที่สอง ก็ทำการรักษา จนสำเร็จ แล้วท่านก็เสียชีวิตไป (อีกคน)
ด้วยเหตุนี้ ผมจึงไม่กล้าทำฟันกันท่านคณบดีคนไหนอีกเลย (กลัวท่านจะ.....ไปอีกคน)

ทำไมท่านคณบดีจึงสั่งให้ถอนฟันผมเกือบหมดปาก เช่นนั้น
ก็เพราะฟันผมไม่ดี (ไม่ได้แปลว่าชั่วนะครับ) แต่เป็น Deep bite อย่างแรง

Deep bite

  คือฟันสบกันไม่สนิท (ไม่ได้แปลว่าไปกัดใครจนเป็นแผลลึก)
ที่เป็นรุนแรงเพราะไม่ได้รับการแก้ไขตั้งแต่เด็กๆ (เป็นเด็กด้อยโอกาส) และอีกอย่างหนึ่งสมัยนั้นการจัดฟันไม่แพร่หลายเหมือนปัจจุบัน


สุดท้ายผมก็ตัดสินใจจัดฟัน ซึ่งต้องใช้เวลานานหลายปี (ไม้แก่ดัดยาก) แต่ตอนนี้เอาลวดออกหมดแล้ว

ระหว่างนั้น ผมต้องถูกฉีดยาชาไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง  (ใครที่เคยถูกฉีดยาชาทำฟันคงเข้าใจ)
เขียนไปเขียนมา บันทึกชักจะยาวเหมือนบันทึกของครูอ้อยไปทุกที ก็ขอเบรกไว้แค่นี้ก่อน

แต่ความจริงก็ยังอยากเล่าตอนที่ลวดหักที่ปักกิ่ง
อีกทั้งเรื่องลูกจะต้องถูกจัดฟันเหมือนพ่อหรือไม่