ความจริงพวกเราได้รับทราบการอนุมัตินี้ตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว แต่ยังไม่ทราบขั้นตอน พอเช้าวันนี้ น้องหมูจากงานการเจ้าหน้าที่ โทรมาแจ้งโดยตรงว่า ขอให้ทำบันทึกข้อความ บอกคุณสมบัติของตำแหน่งที่เราต้องการส่งไปให้การเจ้าหน้าที่ เพื่อประกาศรับสมัครต่อไป....โอ๊ย...วางงานอื่นๆ..(งานจร...ทั้งน้าน...) รีบมาจัดการปรึกษากับพี่ปนัดดา แล้วก็พึ่งพาสาว power girl (น้องอ๋งซังตั้งให้คุณศิริ) ให้ช่วยเคาะแป้นจัดการเสร็จภายในไม่กี่อึดใจ ...Power girl จริงๆ

เป็นข่าวดีรับปีใหม่สำหรับพวกเราจริงๆค่ะ ที่เราจะได้มีภาวะที่มีคนเพียงพอกับปริมาณงานบ้าง เพราะวันนี้ตัวเองเป็นหวัด น้ำมูกไหล ไอค้อกแค้ก ก็ไม่กล้าหยุดงาน เพราะเรามีคนลาหยุดอยู่แล้ว สัปดาห์นี้รับผิดชอบงานตรวจ HbA1C เพื่อผู้ป่วยเบาหวานกับตรวจ CK-MB และ Troponin T เพื่อคนไข้โรคหัวใจวายเฉียบพลัน ซึ่งเป็นงานที่ไม่หนักมาก ไม่ต้องรีบร้อนมาก ทำได้เรื่อยๆ ไอจามก็ใช้ Mask ปิดเสียครึ่งหน้า ฟังการสนทนาปราศรัยจากระยะไกลๆ (จะได้ไม่ไปแพร่เชื้อให้เพื่อน) ระหว่างที่พอมีเวลา ก็เตรียม Control protein สำหรับการตรวจในปัสสาวะกับน้ำไขสันหลัง ทั้งหมดเกือบ 200 หลอด ทำไปก็นั่งคิดฝันไปว่า นี่พอเรามีคนเพิ่ม งานจุกจิกพวกนี้จะได้มีคนรับภาระเป็นเรื่องเป็นราวเสียที เพราะพวกเราทำงานแบบนี้โดยไม่เกี่ยงกันมานานมาก ไม่ได้แบ่งแยกว่าเป็นงานของจุดไหน

คิดไปคิดมาก็ยังคงคิดว่า เอ๊ะ จะมีใครว่าอีกไหมนะว่า จบ PhD แล้วยังมาทำงานดูดๆหยอดๆ รูทีน รูทีน (routine) อย่างนี้อีกหรือ คิดว่าคงจะมี แต่เราก็พยายามที่จะใช้ตัวเองให้มีประโยชน์ในแง่ที่ว่า ทุกอย่างที่ทำก็จะคิดหาวิธีว่าจะทำให้ดีขึ้นได้อย่างไรจากประสบการณ์ที่เรามี เวลาที่มีเหลืออยู่บ้าง ก็พยายามใช้เพื่องานที่เป็นการสร้างความรู้เพื่อผู้อื่น บางครั้งก็คิดว่า...รัฐบาลไทยเรานี่..ให้ทุนคนไปเรียนต่อจนจบมา ใช้เงินไปไม่น้อยเลย เขาประเมินบ้างไหมนะ...ตรวจสอบบ้างไหมนะ...ว่าทรัพยากรบุคคลเหล่านี้ ได้มีโอกาสใช้ความรู้ความสามารถที่มีให้คุ้มค่ากับที่รัฐบาลลงไปแล้วหรือเปล่า ตัวเองรู้ว่ายังมี...ใครหลายๆคนที่อาจจะโดนทอดทิ้งให้เป็นสมบัติขึ้นหิ้ง...เพื่อเพิ่มสถิติคนจบปริญญาเอกเท่านั้นเอง...น่าเสียดาย

ขึ้นต้นด้วยข่าวดี...แต่จบลงที่....คำถามที่ไม่รู้ว่าจะมีคำตอบหรือไม่ และอย่างไร....ความคิดและ...หวัด...พาไปค่ะ