เรื่องนี้เป็นเรืองต่อยอดของเรื่อง เรื่องเล่า : ขึ้นรถผิดคัน.. จะว่าไปเป็นเรื่องต่อยอดก็ไม่ถูกนัก...เรียกว่าเป็นเรื่อง "ต้นราก" ดีกว่าครับ...

    เมื่อปี ๒๕๓๒ ผมเดินทางไปต่างประเทศครั้งแรกในชีวิต ไปใช้ชีวิตที่อิสราเอลอยู่เกือบเดือน..ขากลับมาแวะที่อิตาลี ๓ วัน...

   มีคนเล่าว่า..ค่าที่พักในอิตาลีแพง..นั่งรถไฟเที่ยวและนอนในโบกี้ยังคุ้มกว่า...ดังนั้นผมจึงคิดว่าผมจะไปเที่ยวที่เมืองเวนิส มูลเหตุที่จะไปเมืองเวณิช เพราะได้เคยอ่านเรื่อง เวนิส-วาณิช ( พระราชนิพนธ์ใน ร. ๖ แปลจากเรื่อง The merchiant of Venis ของ วิลเลียม เช็คสเปียร์)มานั่นเอง

   เที่ยวบินจากอิสราเอลมาอิตาลี (โรมา) ถึงตอนค่ำๆ ๒ ทุ่ม...ผมคิดว่าจะมาจับรถไฟไปเวนิส ได้ทัน...แต่พอมาถึงรถไฟออกไปแล้ว

   ผมเป็นคนที่พูดภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้ (ดี) แต่พอฟังรู้เรื่อง...คนขับแท๊กซี่อธิบายให้ฟังว่า...เขาสามารถพาไปขึ้นรถไฟอีกสถานีหนึ่ง จะทันขบวนไปเวนิส...แต่คุณต้องไปเปลี่ยนรถที่ โบโลญญ่า

   ตั๋วที่ผมซื้อนั้น ระบุว่าไปเวนิส แต่ผมไปทันขึ้นรถไฟขบวน โรมา-มิลาโน พอผมขึ้นไปบนรถไฟ ก็พยายามหาโบกี้ที่นอนได้ แล้วก็ไปพบโบกี้หนึ่งว่างอยู่ มีชายผิวดำอยู่ 1 คน...ผมก็พยายามนั่งห่างๆ...ต่อมาเขาก็ชวนผมคุย แล้วบอกว่า เขาเป็นประชาชน Second class  ของที่นี่ ผมคุยกับเขาเพลินไปจนหลับเมื่อไรไม่ทราบ

   ช่วง ๖ โมงเช้า มีนายตรวจมาตรวจตั๋ว แล้วบอกว่าผมต้องเสียค่าปรับ เพราะตั๋วของผมไปเวนิส ต้องไปเปลี่ยนขบวนรถที่โบโลญญ่า แต่นี่ผมมามิลาน....ผมหัวหมอนิดหน่อย..ทำเป็นฟังไม่รู้เรื่อง..นายตรวจก็พยายามอธิบาย..สุดท้ายคนข้างๆ รำคาญหรืออย่างไรไม่ทราบ มาอธิบายให้ผมฟังอย่างช้าๆ.. ตกลงผมก็ต้องเสียค่าปรับ...และได้ไปเดินเล่นที่มิลาน...แต่รู้สึกว่าเป็นเมืองทางการค้า...ผมไม่รู้จะไปไหน

   ผมมาซื้อตั๋วกลับไปลงที่โบโลญญ่า จากนั้นก็เปลี่ยนขบวนไปเวนิส (ใช้ตั๋วเดิม) ไปถึงเวนิสราว ๕ โมงเย็น เดินเล่นจน ๓ ทุ่มก็ยังไม่มืด...ที่นี่ผมได้เห็นคลองและสายน้ำ...ซึ่งยังคงเอกลักษณ์ของเมืองนี้อยู่ และได้เห็นเรือ Gondora ด้วย...นับเป็นการเดินทางแบบผจญภัยในต่างแดนครั้งแรกในชีวิต..ด้วยตัวเอง

   พอ 3 ทุ่มครึ่ง ผมก็เดินทางกลับโรมา และมาถึงโรมาในตอนเช้าของอีกวันหนึ่ง....ตกลงผมใช้ชีวิต 2 คืนกับเกือบหนึ่งวัน...บนรถไฟครับ

BeeMan

BeeMan