วันหยุดปีใหม่ปีนี้ ดิฉัน สามี ลูกคนที่ ๒ และ ๓ (ลูกชายทั้งคู่) เดินทางไปพักผ่อนที่บ้านเพื่อนของดิฉันซึ่งเป็นบ้านสวน อยู่ที่ ต.พลอยแหวน อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าแถวนี้น่าจะมีพลอยมาก

เพื่อนคนนี้คือคุณครูแสงเดือน ประสงค์ดี หรือแจ๋ว เราเป็นเพื่อนกันมายาวนาน ๓๐ กว่าปีแล้ว เดิมแจ๋วเข้าเรียนพยาบาลที่โรงเรียนพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล รุ่นเดียวกัน เรียนอยู่เกือบ ๒ ปี (ถ้าจำไม่ผิด) ก็ไป entrance ใหม่ได้เรียนที่ มศว.บางแสน จบออกมาเป็นครูสอนภาษาอังกฤษ อยู่ที่โรงเรียนศรียานุสรณ์ ตอนแยกกันเรียนเราห่างกันไปพักใหญ่

หลังจากที่ต่างฝ่ายต่างมีครอบครัวกันแล้ว แจ๋วส่ง สคส.มาให้และเล่าว่าทำอะไร อยู่ที่ไหน แต่งงานกับใคร แจ๋วมีลูกสาว ๒ คน รุ่นราวคราวเดียวกับลูกชายทั้งคู่ของดิฉัน เราจึงไปมาหาสู่กันอีก ลูกๆ ก็กลายเป็นเพื่อนสนิทกันไปด้วย ลูกของเราสงสัยว่าทำไมแม่เป็นเพื่อนกันได้ยาวนานนัก ดิฉันลองทบทวนดูแล้วพบว่าคงเป็นเพราะเรามีแต่ความจริงใจให้แก่กันและกัน

บ้านที่แจ๋วอยู่เป็นบ้านของสามี เป็นเรือนไม้ใต้ถุนสูง หลังใหญ่ อยู่ในสวน รอบบ้านมีต้นลางสาดซำฆ้อ อายุเกือบร้อยปีกระมัง สามีแจ๋วบอกว่าเกิดมาก็เห็นต้นลางสาดพวกนี้แล้ว เดิมที่สวนปลูกทุเรียนเป็นหลัก ไม่กี่ปีมานี้ทุเรียนราคาถูกมาก แต่ค่าใช้จ่ายในการดูแลรวมทั้งการเก็บผลค่อนข้างสูง จึงตัดต้นทุเรียนทิ้งหมด หันมาปลูกสละแทน เพราะสามารถดูแลได้สะดวกกว่า ราคาตอนเริ่มปลูกก็ดี สละมีเรื่อยๆ ทั้งปี ดิฉันไม่ต้องซื้อสละรับประทานกันเลย เพราะไปทีไรก็ขนมาเป็นเข่งเสมอ

ดิฉันเริ่มจัดการภาระงานที่บ้านตั้งแต่คืนวันที่ ๓๐ ธันวาคม ช่วงเช้าวันที่ ๓๑ ทำงานบ้านต่ออีกหน่อย ทำงานไว้ล่วงหน้าเมื่อกลับมาจากเที่ยวจะได้ไม่เหนื่อยมาก หลังจากรับประทานอาหารกลางวันแล้ว เราจัดเตรียมข้าวของ ออกเดินทางกันเมื่อเวลาใกล้ ๑๓.๓๐ น.

ลูกชายคนเล็กทำหน้าที่ขับรถ แม่นั่งหน้าคู่กันคอยบอกทาง เราขึ้นทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา ไปออกที่ศรีนครินทร์ เข้ามอเตอร์เวย์ ไปบ้านบึง ต่อไปที่แกลงมุ่งหน้าไปจันทบุรี ถึงบ้านเพื่อนเกือบๆ ๑๗ น. ไม่หลงที่ไหนเลย

ขับรถได้สบายตลอดเส้นทาง เพราะมีด่านตำรวจกั้นช่องทางเป็นระยะๆ รถที่ขับเร็วแซงซ้ายแซงขวาจะถูก block ไว้ ช่วงไหนที่ใกล้ๆ ตัวเมืองจะมีคนขับมอเตอร์ไซด์หนาตาขึ้น ลูกชายคนที่ ๒ บ่นว่ายังไม่เห็นมอเตอร์ไซด์คันไหนที่สวมหมวกกันน็อคครบคนเลย บางคันก็ไม่สวมเลยสักคน หมวกกันน็อคของบางคนก็ดูเหมือนจะป้องกันอันตรายไม่ค่อยได้ บ้านเราคงจะต้องให้การศึกษาเรื่อง safety precaution ให้มาก สิ่งเหล่านี้คงต้องปลูกฝังตั้งแต่เด็กๆ

ตอนที่เราเดินทางไปถึง แจ๋วไปขายยางพาราที่สวนหนองคล้า สามีติดดอกสละอยู่ในสวน ลูกสาวแจ๋วคอยต้อนรับอยู่ที่บ้าน เย็นนี้เราเอาสะดวก ออกไปรับประทานอาหารเย็นที่ท่าแฉลบ ร้านปูจ๋าที่อาจารย์ปิ่นนเรศ กาศอุดม เคยพาไปรับประทานคราวที่มาจัด KM Workshop ให้กับ วพบ.พระปกเกล้า วันนี้คนเยอะมากต้องคอยโต๊ะ แต่ก็ไม่นานมาก อีกด้านหนึ่งของร้านมีหน่วยงานมาจัดเลี้ยงปีใหม่ มีดนตรีและนักร้อง มีนักร้องดังชื่อ “พลพล” (อ่านว่า พะ ละ พล) มาร้องด้วย คนที่มารับประทานอาหารในร้านไปขอลายเซ็นและถ่ายรูปกันใหญ่ สองทุ่มกว่าร้านก็โล่งแล้ว อาหารที่ร้านนี้ราคาไม่แพง

กลับมาถึงบ้านสามทุ่มกว่า เราเรียงคิวกันอาบน้ำ เสร็จแล้วมาช่วยกันแกะสละ ๑ เข่ง ดิฉันได้เรียนรู้วิธีปอกเปลือกสละจากสามีของแจ๋ว วิธีที่ง่ายคือปอกจากก้น (ส่วนที่แหลมๆ) แล้วหมุนเปลือกเป็นเกลียว หาถุงพลาสติกมาสวมมือเสียหน่อยเพื่อป้องกันหนามสละตำนิ้ว คุยกันไปกินสละกันไปจนดึก ก่อนจะแยกย้ายกันเข้านอน แจ๋วนัดว่าให้ตื่นแต่เช้า ๖ น.จะไปซื้อของสดๆ ที่ตลาดกัน อากาศคืนนี้เย็นสบายและในสวนเงียบมาก

วัลลา ตันตโยทัย วันที่ ๓ มกราคม ๒๕๕๐