อากาศที่ อ๊านซี เป็นใจต้อนรับพวกเรามาก คือเป็นอากาศฤดูร้อนทั้งๆ ที่ยังอยู่ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ โรงแรมที่พักและใช้เป็นที่ประชุมด้วยก็สดวกสบาย อาหารอร่อย (จนผมน้ำหนักขึ้น) แถมที่เดินออกกำลังตอนเช้าก็เหมาะสมทุกประการ ช่วยให้สมองปลอดโปร่ง มีเวลาเตรียมประชุม และใคร่ครวญสะท้อนคิดได้อย่างมีคุณภาพ
PMA Conference ที่เน้นประเด็น Health Policy / Global Health ครั้งแรกจัดปี ๒๕๕๐ PMAC 2023 จึงเป็นครั้งที่ ๑๗
PMAC เป็นหนึ่งในสามกิจการของมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล คือ (๑) การพระราชทานรางวัล (๒) PMAC และ (๓) ทุนเยาวชน โดยเป้าหมายของมูลนิธิคือ (๑) เพื่อเฉลิมพระเกียรติของสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล (๒) ทำประโยชน์แก่โลกด้านการพัฒนาระบบสุขภาพและการแพทย์ ผู้แทนของ co-host ของ PMAC ต่างก็ชื่นชมประเทศไทยที่ใจกว้างเช่นนี้ ทำให้ PMAC เป็นที่ประชุมเชิงนโยบายระดับโลกที่มีลักษณะจำเพาะ คือไม่มีกลิ่นของการเมืองระหว่างประเทศ อย่างในการประชุมที่จัดโดยองค์การระหว่างประเทศ
PMAC ประสบความสำเร็จในการประชุม และผลการประชุม รวมทั้งมีผลงานตีพิมพ์ใน BMJ และ WHO Bulletin แต่มีข้อสงสัยในด้าน “ผลกระทบ” (impact) ทั้งต่อระบบสุขภาพโลก และต่อระบบสุขภาพไทย
เราจัด TOC – Thai Organizing Committee ให้เข้มแข็งขึ้น ผมหาทางยุให้มีการทำกิจกรรมเพื่อลองมาตรการที่คุยกันใน IOC (International Organizing Committee) เอามาทดลองในบริบทไทย เป็นข้อมูลป้อนสู่การประชุม และอาจดำเนินการต่อเนื่องหลายปี เอาผลมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันใน Side Meeting
PMAC 2023 : Climate Change and Health เป็นเรื่องสำคัญระดับความอยู่รอดของมนุษยชาติ และของโลก ท้าทายว่า PMAC จะมีบทบาทเสริมกิจกรรมและการประชุมอื่นๆ อีกมากมายได้อย่างไร โดยที่รู้กันดีว่า ความท้าทายไม่ได้อยู่ที่ความรู้ แต่ต้องอยู่ที่การปฏิบัติ
ผมจึงเสนอกลไกกระตุ้น หรือบังคับ การปฏิบัติ คือ CIBD – Composite Index for Balanced Development สำหรับใช้วัดและเปรียบเทียบพัฒนาการ แทน GDP ที่มุ่งความเติบโตทางเศรษฐกิจเพียงด้านเดียว
ตราบใดที่ยังไม่เปลี่ยนเกณฑ์วัดความก้าวหน้าของการพัฒนา ตราบนั้นไม่มีทางเอาชนะ Climate Change ได้
เช้าวันที่ ๓๐ พฤษภาคม ผมก็ลงนามแต่งตั้งคณะทำงานฝ่ายไทย เพื่อสร้าง impact ของ PMAC 2023 มี ดร. วลัยพร พัชรนฤมล เป็นประธาน
วิจารณ์ พานิช
๒๓ พ.ค. ๖๕ เพิ่มเติม ๓๐ พ.ค. ๖๕