๑๔๒. ฝนเทลงมา.....


น้ำฝน..ที่ไหลมาเทมา พร้อมต้นหญ้าที่ปกคลุมไปทั่วบริเวณ ผสมกลมกลืนเป็นเพื่อนสนิทใกล้ชิดกับกอบัว ที่เริ่มจะขยายพันธุ์ไปตามลำคลอง ในฤดูที่น้ำนองเช่นนี้ เป็นที่ชื่นชอบของบัวเสียนี่กระไร….

     ย่างเข้าสู่ฤดูฝน อย่างไม่เป็นทางการ แต่ก็ถือว่าเริ่มต้นได้ดีกว่าปีก่อน ฝนมาเร็วและแรง ได้น้ำได้เนื้อ คลองไส้ไก่ที่เริ่มจะแห้งเหือด วันนี้..พลิกฟื้นกระชุ่มกระชวย ไต่ระดับขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด

     ส่วนน้ำในสระใหญ่ แทบจะไม่ได้นำมาใช้เลย ก็เหมือนว่าจะประหยัดน้ำ ในยามที่แห้งแล้ง ต้องคอยสังเกตว่าน้ำในสระนี้ จะเหลือมากน้อยเพียงใด และควรจะใช้อย่างไร ถ้าฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล นี่คือการบริหารจัดการน้ำแบบหนึ่ง

        เมื่อฝนเทลงมาตลอดทั้งวัน ลำรางสาธารณะก็ได้ทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์แบบ รับน้ำที่ล้นทะลักมา หรือบางแห่งก็เจตนาปล่อยน้ำออก เพื่อไม่ให้ท่วมไร่มันสำปะหลัง น้ำฝนจึงไหลมาเทมา ลงสู่โคกหนองนา รอวันเพียงพอและท่วมท้น จึงไหลลอดไปตามท่อ ไหลต่อไปยังสระใหญ่น้อยของชาวบ้านในชุมชน ซึ่งจะอยู่ในราวเดือนกรกฎาคมของทุกปี

          ต้นมะพร้าวดูจะเริงร่า เมื่อยามถูกฝนชะล้างก้านใบ อีกไม่นานเท่าไรก็คงจะสูงใหญ่ เจริญเติบโตไปตามธรรมชาติ พร้อมๆกับเจ้าของ…ในรูปแบบที่ตรงกันข้ามกัน นอกจากจะไม่เจริญเติบโตแล้ว ยังจะร่วงโรยแก่ชราไปตามวัย ที่ไม่มีใครหนีพ้น    

        สระบัวที่รอน้ำอยู่นานนับเดือน เริ่มฟื้นตัว เจ้าของบัวปล่อยวางไปชั่วขณะ ไม่อยากรีบเร่งอะไรทั้งนั้น ไม่มีความกดดันในตัวเอง จึงไม่ต้องคาดหวังอะไร บัว..งอกงามขึ้นมาก็ดี หรือถ้าไม่มีบัว ก็ปรับเปลี่ยนให้เป็นผืนนาก็ได้  ที่ดินไม่สูญหายไปไหน และยังพอมีเวลาให้บริหารจัดการอีกมากมาย

         ฝนตกต่อเนื่องยาวนานและหนักหน่วง จึงไม่ต้องเป็นห่วง “ต้นไผ่” ที่ปลูกใหม่อีกสิบกว่าต้น ชื่อไผ่ “ซางหม่น”ที่มีลำต้นสวยงาม เคยได้ยินแต่ชื่อเสียง..วันนี่้..ไผ่ได้มาอยู่ร่วมชายคา เป็นสมาชิกใหม่ในครอบครัวเดียวกันกับต้นไม้อีกหลากหลายชนิด

    สภาพแวดล้อมที่พร้อมจะเป็นป่า ในอีก ๒ ปีข้างหน้า เพียงแต่ว่าต้องผ่านร้อนผ่านหนาวไปอีกสักระยะหนึ่งเท่านั้น ก็จะเห็นผล ต้นไม้จะยืนยงมั่นคงได้ ในพื้นที่ ๔ ไร่ใกล้เกษียณ ให้ร่มเงาแก่เจ้าของได้เย็นกายเย็นใจ  ร่มเย็นเป็นสุข   

            ต้นไม้รุ่นแรกจะประมาณนี้ มีขี้เหล็กกับก้ามปูที่ดูจะสูงพอกัน ไม่นับสะเดากับประดู่ ที่กำลังสูงใหญ่ตามมาติดๆ บรรยากาศมุมนี้ น่าจะมีศาลาริมน้ำ ให้นั่งเล่นเย็นใจชมนกชมไม้ไปตามเรื่องราว ที่ไม่ต้องรีบร้อนอะไรอีกแล้ว

          น้ำฝน..ที่ไหลมาเทมา พร้อมต้นหญ้าที่ปกคลุมไปทั่วบริเวณ ผสมกลมกลืนเป็นเพื่อนสนิทใกล้ชิดกับกอบัว ที่เริ่มจะขยายพันธุ์ไปตามลำคลอง ในฤดูที่น้ำนองเช่นนี้ เป็นที่ชื่นชอบของบัวเสียนี่กระไร….

          สะพานเชื่อมใจให้เข้มแข็งอดทน ยังคงสภาพจากลมร้อนสู่ลมฝน มันไม่เคยหนาวเหน็บเจ็บตรงไหนเลย เป็นเพื่อนที่ช่วยผ่อนคลายให้หายเหงา มันไม่ใช่สะพานคนเศร้า แต่เป็นสัญลักษณ์ของการเดินทางเชื่อมต่อกับสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบตัว….

        ตกเย็น….ฝนกำลังจะเทลงมาอีกครั้ง ต้องเดินทางกลับบ้าน จากโคกหนองนา มาสู่ทุ่งดินดำ…ที่ไม่แตกต่างกันเลย เป็นบ้านเล็กในป่าใหญ่ อยู่กับต้นไม้นานาพรรณได้ยินแต่เสียงนกเสียงกา กับท้องฟ้าที่คำรามลั่นทุ่ง ก่อนที่ฝนจะกระหน่ำลงมาให้หนาวเย็นจับขั้วหัวใจ

        ผมนั่งมองสายฝนที่โปรยปราย เก็บเกี่ยวความสุขจากสายฝน ที่ช่วยแบ่งเบาและผ่อนคลายจากความร้อนอบอ้าว ชะล้างไปถึงข้างในของจิตใจมิให้ขุ่นมัว หมดเวลาไปอีกหนึ่งวัน แห่งความสุขสันต์กับฝนฟ้าที่มาเยือนอย่างเยียบเย็น

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๘  พฤษภาคม  ๒๕๖๕

หมายเลขบันทึก: 702594เขียนเมื่อ 8 พฤษภาคม 2022 22:07 น. ()แก้ไขเมื่อ 9 พฤษภาคม 2022 07:41 น. ()สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ


ความเห็น (4)

ถ้าอยที่สวนเลยคงมีความสุขนะคะ

สวัสดีครับ/หน้าฝนทีไรชุ่มฉ่ำ ๆ ผมชอบมากๆครับ ผอ.

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี