ตอนที่ ๑   ตอนที่ ๒   ตอนที่ ๓

วันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ ช่วงเช้า มีการสัมมนาโครงการเยาวชนรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ครั้งที่ 11  The 11th Prince Mahidol Award Youth Program Networking & Reunion Meeting ทาง ออนไลน์    ที่ท่านผู้สนใจเข้าไปฟังและชมสาระได้ที่ (๑)         

สาระในการประชุม ช่วยให้ผมมองเห็นว่า โครงการของ PMA Youth Fellow หลายคน  จะมีส่วนขับเคลื่อนระบบการศึกษาแพทย์ไทย สู่ระบบวิชาการวิทยาศาสตร์สุขภาพ    ตามที่ผมได้เสนอไว้ในบันทึกชุด จากโรงเรียนแพทย์ สู่ระบบวิชาการวิทยาศาสตร์สุขภาพ ๓ ตอนแรกไปแล้ว    ซึ่งหมายความว่า วิชาการด้านการแพทย์จะต้องเป็น convergence science ตามที่เสนอไว้ใน ตอนที่ ๓  ต้องไม่หลงมองเรื่องสุขภาพแบบแยกส่วน   

ตัวอย่างเช่น นพ. ฉัตรพล สมุทรพงศ์ธร (PMAYP 12631) จะไปทำวิจัยเกี่ยวกับ จุลชีพในลำไส้ว่าเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงในการเป็นโรคหลอดเลือดสมองอย่างไร  ที่ผมฟังทั้งการนำเสนอโครงการ และข้อเสนอแนะของอาจารย์แล้ว    ก็นึกถึงคำว่า Health Systems Sciences ขึ้นมาทันที  ว่าโรคต่างๆ ในมนุษย์มีเหตุปัจจัยที่ซับซ้อน    พยาธิสภาพที่สมอง มีเหตุปัจจัยจากทางเดินอาหารเกี่ยวข้องด้วย   ท่านคณบดี ศ. นพ. ประสิทธิ์ วัฒนาภา เตือนว่า You are what you eat.   ศ. นพ. สุรเดช หงส์อิง บอกว่า เรื่อง gut microbiota เป็นงานวิจัยที่ทำได้ตลอดชีวิต    เพราะจะไปเกี่ยวข้องกับ metabolites ต่างในร่างกาย   เชื่อมไปยังผนังหลอดเลือด ที่อาจเกิดการแข็งตัวของเลือดมาเกาะ หรือผนังหลอดเลือดอ่อนแอ เป็นต้น        

อีกตัวอย่างหนึ่งคือ นพ.พีรดนย์ วงษ์เสรี (PMAYP 12633)   จะไปทำวิจัยเรื่อง การสร้างแบบจำลองพลวัตระบบ (systems dynamics) เพื่อใช้พัฒนาการบริบาลผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ในประเทศไทย    ที่เป็นการวิจัยเชิงระบบโดยตรงเลยทีเดียว    และเมื่อกลับมาก็จะเป็นอาจารย์ที่ภาควิชาศัลยศาสตร์ออร์โทปิดิกส์  เพื่อทำงานด้านนโยบายสุขภาพ (Health Policy) ไปพร้อมๆ กันกับทำหน้าที่อาจารย์ด้านคลินิก   ถือเป็นความก้าวหน้าด้านกระบวนทัศน์ของภาควิชาทางคลินิก ที่ให้ความสำคัญแก่งานวิชาการด้านระบบสุขภาพ    และที่ก้าวหน้ามากอีกอย่างหนึ่งคือ นพ.พีรดนย์ อยู่ที่ศิริราช   แต่อาจารย์ mentor ไทยหมายเลขหนึ่งอยู่ที่รามาธิบดี คือ ผศ. ดร. นพ. บวรศม ลีระพันธ์   เพราะท่านเป็นนักวิชาการเชิงระบบสุขภาพที่เก่งมาก    ได้ทำงานวิจัยแบบจำลองเกี่ยวกับโควิด ๑๙ มีชื่อเสียงมาก   

   นายภรัณยู โอสถธนากร (PMAYP 13643)  มีแผนจะไปวิจัยด้าน Value-Based Health Care ในบริการปฐมภูมิ จับที่ผู้ป่วยเบาหวาน  นี่ก็เป็นงานวิชาการด้านระบบสุขภาพโดยตรงเลย   โดยเมื่อกลับมาจะเป็นอาจารย์ที่คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี   

ยิ่งชื่นใจ ที่การอภิปรายนำสู่ข้อเสนอให้มีการร่วมมือข้ามโรงเรียนแพทย์    เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงของโรงเรียนแพทย์ ให้เข้าไปร่วมกันทำงานสร้างสรรค์วิชาการเรื่องสำคัญๆ ให้แก่ประเทศ    ในอุดมการณ์หรือกระบวนทัศน์ร่วมมือ มากกว่าแข่งขัน   

ผมตีความว่า บรรยากาศการได้ฟังโครงการดีๆ มีคุณค่าระยะยาว   และมีการมองคุณค่าเชื่อมโยง   ภายใต้อุดมการณ์ “ทำเพื่อประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์” ตามรอยพระยุคลบาทสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลฯ   ช่วยให้อาจารย์ผู้ใหญ่เกิดอารมณ์ร่วม   นำสู่การร่วมกันริเริ่มสร้างสรรค์ระบบความร่วมมือกันทำงานเพื่อประโยชน์ของบ้านเมืองส่วนรวม    ซึ่งจะต้องรอดูผลต่อไป     

เกิด convergence ไม่เฉพาะระหว่างศาสตร์   แต่น่าจะเกิด convergence ระหว่างสถาบันด้วย                     

วิจารณ์ พานิช

๑๕ ก.พ. ๖๕