ระหว่างที่กำลังพิมพ์ซองจดหมายเชิญ (ชวนสมัคร) KM Research  ความคิดหนึ่งที่รับมาจากข่าวตอนเช้าก้อเข้ามาแทรกแทนที่ไปขณะหนึ่ง

 เมื่อวานนี้ฟังข่าวเรื่องการสัมภาษณ์นักวิชาการท่านหนึ่งในวงการเศรษฐศาสตร์    ที่ให้สัมภาษณ์เรื่องภาวะเงินบาทแข็งตัว    และพูดอธิบายหลักการให้ฟังว่า   เมื่อเงินบาทแข็งตัว  ก็จะมีมาตราการควบคุม   เพราะว่าเกิดผลกระทบในด้านการส่งออก    (ถ้าเงินบาทแข็งขึ้น   สินค้าส่งออกของเราก็จะขายได้น้อยลง)  

โดยส่วนตัว   ผมรู้สึกไม่ค่อยเห็นด้วยกับเรื่องดังกล่าวซักเท่าไร    ถามว่าทำไม   ผมก็คงตอบฉะฉานไม่ได้ทีเดียวว่าทำไม    แต่สิ่งที่ทำให้เกิดความเห็นต่างคงไม่ใช่ตัวคำตอบเหตุผลที่จะมาหักล้างกันชัดๆอะไรแบบนั้น   

ตั้งแต่เรียนมา  พอเริ่มรู้จักวิชาเศรษฐศาสตร์  โดยเฉพาะระดับมหภาค   จนมาถึงวันนี้   รู้สึกว่า  ไอ้ตัว  "การส่งออก" (Export)  นี่มันกระตุ้นทำให้เราทะเยอทะยาน  อยากได้อยากมี     มานั่งคิดดูว่าทำไม  โลกเดี๋ยวนี้  ชีวิตมันมีแต่ ซื้อ  กับขาย  เท่านั้นหรือ?

แล้วไอ้การ  "ทำเอง  ใช้เอง"  ทำไมมีคนพูดถึงน้อยจัง   

แต่ในสัปดาห์นี้เหมือนกัน   ADB  หรือธนาคารแห่งเอเชีย  ก็ออกมาพยากรณ์เหตุการณ์เศรษฐกิจเอเชียเหมือนกัน    เขาว่าเอเชียปีหน้าจะซบเซาหน่อยหนึ่ง   เพราะว่าผลกระทบจากภาวะตกต่ำของเศรษฐกิจอเมริกา    เหตุการณ์ความรุนแรงจากก่อการร้าย     จึงได้ทิ้งข้อแนะนำที่ผมจับได้ว่า  เน้นการผลิต  เพื่อบริโภคภายในกันเองให้มากขึ้น

เลยคิดเตลิดต่อไปอีกว่า

ยิ่งซื้อเขามากเท่าไร     เท่ากับเราต้องพึ่งคนอื่นอีกมากเท่านั้น

ยิ่งขายเขามากเท่าไร   เท่ากับความสัมพันธ์แบบฉันมิตรจะหดหายลงมากเท่านั้น

แล้วตรงกลางจะวางไว้ตรงไหนดี?