ในช่วงชีวิตที่ผ่านมาพบว่าเราเจอแบบทดสอบชีวิตอยู่เป็นประจำ วันนี้มานั่งทบทวนและสังเกตพฤติกรรมที่ผ่านมาของผู้คนที่ผ่านเข้ามาในชีวิต และหยุดความคิดไว้ที่ใครคนหนึ่งซึ่งอยู่ในช่วงวัยผู้ใหญ่เป็นวัยแห่งการทำงาน เนื่องจากเป็นกรณีตัวอย่างที่น่าสนใจ ซึ่งจากการสังเกตดูความเป็นไปในแต่ละวันคล้าย ๆ กับว่าเขากำลังโดนทดสอบด้วยบทเรียนของชีวิตเกี่ยวกับการแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวอยู่ จึงเกิดประเด็นที่สนใจว่า "แท้ที่จริงพฤติกรรมก้าวร้าวนั้นฝังติดตัวมนุษย์เรามาในทุกระยะของพัฒนาการแห่งวัยหรือไม่" การแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวจะรุนแรงมากน้อยเพียงใดนั้นย่อมขึ้นอยู่กับลักษณะของความแตกต่างระหว่างบุคคล การศึกษา อายุ วุฒิภาวะ ประสบการณ์ ความฉลาดทางอารมณ์ สถานที่ บรรยากาศ สถานการณ์ยั่วยุที่เกิดขึ้น และความรุนแรงของเรื่องราว

          จากการเฝ้าดูการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ดิฉันจึงขอแบ่งการทดสอบครั้งนี้เป็น 3 ระยะ ในระยะแรก เมื่อผู้ถูกทดสอบถูกยั่วยุทางอารมณ์จะแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวชนิดรุนแรง มีอาการณ์เกรี้ยวโกรธ กระวีกระวาดจนไม่สามารถควบคุมสติอารมณ์ของตนเองได้เลย และแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรงเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ พฤติกรรมที่แสดงออกมาเป็นลักษณะของการไม่รู้ตัวควบคุมอารมณ์ไม่ได้ฟุ้งซ่าน จนเกิดอาการเครียดทำอะไรไม่ถูกแต่จะแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวทางวาจา อารมณ์ไม่มั่นคงมีลักษณะพุ่งไปข้างหน้า ในระยะที่สอง ผู้ถูกทดสอบจะมีพฤติกรรมก้าวร้าวอยู่ในระดับที่ลดลงจากเดิมเล็กน้อย และนิ่งเป็นบางครั้งเพื่อทบทวนแต่อารมณ์ยังไม่สงบอย่างแท้จริง ยังคงครุ่นคิดวนเวียนซ้ำแล้วซ้ำเล่ากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และพยายามตั้งคำถามกับตัวเองและผู้อื่นอยู่ตลอดเวลา หากแต่เมื่อเขาได้ระบายความรู้สึกซึ่งเป็นการถ่ายเทสิ่งสกปรกออกไปบ้างก็จะค่อย ๆ นิ่งลงเรื่อย ๆ หากมีคนคอยเตือนสติอารมณ์ที่เคยฟุ้งซ่านเกรี้ยวโกรธกล่าวโทษโยนบาปให้คนอื่นก็จะลดน้อยลงแต่แค่ขณะนั้นตอนนั้นเท่านั้น แต่พฤติกรรมที่เกิดขึ้นใหม่และเป็นสิ่งที่ไม่น่าพึงปรารถนาคือ ต้องการแก้แค้นเอาคืน และจะเริ่มวางแผนการเพื่อชำระหนี้แค้น ส่วนระยะที่สาม เมื่อผู้ถูกทดสอบได้มีโอกาสระบายความแค้นด้วยการกระทำพฤติกรรมก้าวร้าวประเภทต่าง ๆ ตามที่ได้วางแผนไว้ และเมื่อทำสำเร็จอาการเกรี้ยวกราดก็จะลดลง แต่ในทางตรงข้ามหากทำไม่สำเร็จจะยิ่งทวีความแค้นขึ้นเรื่อย ๆ และพฤติกรรมก้าวร้าวจะวนเวียนอยู่เช่นนั้น จะเห็นว่าความโกรธที่ก่อตัวจากอารมณ์เคียดแค้นนั้นยากที่จะหาความสุขได้ จากเหตุการณ์ดังกล่าวดิฉัน พบว่า พฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรงไม่ได้หยุดอยู่ที่พัฒนาการใดพัฒนาการหนึ่งของช่วงวัย แต่จะฝังตัวอยู่ในตัวมนุษย์ทุกคนทุกวัย และพร้อมจะสำแดงอาการได้ทุกเมื่อเมื่อมีเหตุปัจจัยเอื้ออำนวย

          พฤติกรรมก้าวร้าวในช่วงวัยต่าง ๆ บางครั้งบางทีการศึกษา อายุ วุฒิภาวะ หน้าที่ตำแหน่งงาน ประสบการณ์ สิ่งเหล่านี้แทบจะไม่ได้ช่วยอะไรได้มากมายนักกับการเกิดพฤติกรรมก้าวร้าว เพราะบ่อยครั้งที่มองเห็นและเฝ้าเพียรสังเกตดูผู้คนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตล้วนแล้วแต่ตกหลุมแห่งอารมณ์แทบทั้งสิ้น มากบ้างน้อยบ้างแล้วแต่พื้นฐานการเลี้ยงดูของครอบครัว สถาบันครอบครัวเป็นสถาบันที่สำคัญและยิ่งใหญ่ที่สุดในการผลิตเด็กและเยาวชนให้เป็นผู้ใหญ่ที่ดีในวันหน้า พฤติกรรมก้าวร้าวที่แสดงออกมาโดยส่วนใหญ่มาจากการขาดความรักความอบอุ่น ขาดการอบรมสั่งสอนที่ดี ขาดตัวแบบที่ดีที่จะมาคอยชี้แนะให้เด็กและเยาวชนของชาติเดินไปในแนวทางที่ถูกที่ควร ดังนั้นการปูพื้นฐานที่ดีทางด้านจิตใจ สร้างอารมณ์ที่แจ่มใสให้เด็กตั้งแต่ยังเยาว์วัย และต่อเนื่องทุกระยะตามพัฒนาการแห่งวัยเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากต่อการลดพฤติกรรมก้าวร้าว