ผมกลายเป็นคนเชยในวงสนทนาทุกครั้งเลยที่พูดถึงเทศกาลนับถอยหลังวันปีใหม่ หรือสมัยนี้เรียกว่า countdown  เท่าที่จดจำได้ผมเคยไปนับถอยหลังปีให่ครั้งที่คนเยอะที่สุดก็ที่ ลานเวิร์ดเทรด ตอนนั้นไปเพราะอยากถ่ายพลุสวย ๆ ส่งงานอาจารย์ แต่ก็ฉุกละฮุกมาก ๆ ทำให้เวลาเที่ยงคืนผมก็ยังอยู่ในกลางลาน และทำให้ผมออกไปไหนไม่ได้ ก็ต้องจำใจถ่ายพลุด้วยความทุลักทุเล ตอนนั้นบรรยากาศที่ทุก  ๆ คนกำลังนับถอยหลัง และในที่สุดก็ก้าวเข้าสู่ปีใหม่รอบ ๆ ตัวผมมีแต่คนถือแก้วเบียร์ไม่ก็เหล้า ยกชูขึ้น ดื่มกัน ผมเป็นคนไม่ดื่มอยู่แล้ว แต่ให้ผมไปพูด นี้ ๆ ไม่ดีนะอย่าดื่ม ผมคงตายคาปีใหม่ 

แต่ความสุขชั่วครู่ในการถ่ายรูปของผมหมดไปทันที เมื่อนึกขึ้นได้ว่าจะกลับบ้านยังไงดี แล้วจะไปทางไหน เลยถามเพื่อนและรุ่นน้องที่มาด้วย แต่พวกเขาดื่มกันต่อ ก็เลยหาทางกลับเอง แต่ก็เจอทางกลับที่คิดว่าไวที่สุด รถไฟฟ้า
ผมก็เดินไปที่สถานีชิดรม ด้วยทางเดินที่ยาว และแคบ ที่แคบเพราะว่าคนเยอะมาก ๆ ผมรู้สึกว่าผมอยู่ในหนังเรื่องซิลเลอร์ริส เป็นยิวที่ถูกนาซีต้อน ไปรมควัน กว่าจะถึงที่แลกเงินได้ ก็หลายนาที และแทบจะเป็นลมตาย พอถึงตู้หยอดเหรียญ ด้วยความขาดสติกดสถานีผิด เงินไม่พอ เอาละหว่าซวยแล้ว คนต่อคิวกัน คนเบียดกันมากมาย รอบ ๆ มองมาที่ผมประดุจว่าฆ่าคนตาย แต่ผมผิดจริงก็ยอมรับครับ แต่ก็มี hero ของผมเขามองมาที่ผม แล้วก็ให้เงินผม 5 บาทมันเป็นเงินสวรรค์จริง ๆ ผมไม่รู้ว่าคนนั้นคือใคร เขามาให้ผม ถึงแม้หน้าตาผมไม่ค่อยจะสบอารมณ์จากผมแต่ก็ขอขอบคุณมากครับ แล้วผมก็ได้ลงที่สถานีอนุเสาวรีย์และก็หารถต่อไป แต่ไม่มีรถครับ ผมเดินไปเกือบถึงดินแดง ครับกว่าจะได้รถ taxi และระหว่างนัะ่งผมก็มอบ สคส ให้กับโชเฟอร์ กลับถึงห้องก็ ตีสาม

ไปนับถอยหลังปีใหม่ที่ไหน รักษาเนื้อรักษาตัวด้วยนะครับ ปีนี้ผมคงนั่งดูพลุบนห้องผมดีกว่า 

ถ้าอยากมาเชยแบบผม ใช้คำพูดนำถอยหลังกันดีกว่า อย่าให้มันเป็นแบบ ฮัลโหลสวัสดีครับ หรือ ฮัลโหลต้องการพูดสายกับ .......