โจทย์ข้อ 1 จงยกตัวอย่าง Conditional Reasoning ในเคสสามพี่น้องของวันนี้ เช่น Condition ที่ 1 OT มีบทบาทประเมินและออกแบบการฟื้นคืนสุขภาวะได้อย่างไร ตอบมาเพียง 3 ตัวอย่าง
: 1) ปัญหาด้านการมีปฏิสัมพันธ์กับคนในครอบครัว
2) ปัญหาด้านการแก้ไขปัญหา
3) ปัญหาด้านการจัดการอารมณ์ ความเครียด ความกดดัน การตั้งเป้าหมาย
OTจะประเมินผ่านการสัมภาษณ์พี่น้องทั้งสามคนด้วยการapproachเพื่อสร้างสัมพันธภาพ ใช้กิจกรรมที่ช่วยผ่อนคลายสลับกับถามคำถาม และเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้ผู้รับบริการผ่อนคลายและกล้าที่จะเปิดเผยความรู้สึกมากขึ้น โดยบอกถึงความรู้สึก ความต้องการที่ตรงกันของพี่ชายและพี่สาว คือ อยากให้น้องชายไปทำงาน แต่เมื่อสัมภาษณ์ไปเรื่อย ๆ จะพบปัญหาว่ามีปัญหาด้านการสร้างปฏิสัมพันธ์ในครอบครัว ด้วยเหตุที่สามพี่น้องนั้นมีช่วงเวลาในวัยเด็กที่ไม่ได้อยู่ร่วมกันมากนัก มีวัยเด็กที่ไม่ค่อยอยากจดจำ แต่จะมีคุณพ่อคุณแม่เป็นผู้เชื่อมครอบครัวให้อยู่ด้วยกันไว้ แต่เมื่อโตขึ้นทุกคนมีภาระหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ และจากการดูแลด้วยความห่วงใย กลายเป็นดูแลเพราะหน้าที่ที่พ่อแม่ฝากฝังไว้ และไม่ได้มีการพูดคุยเพื่อแก้ปัญหาภายในครอบครัว
พี่ชาย: ทำหน้าที่ส่งเงิน ทำงานหนักเพื่อเป้าหมายที่ตั้งไว้คืออยากรวย แต่ไม่ได้ต้องการที่จะพูดคุยเมื่อเกิดปัญหาในครอบครัว ไม่ชอบมีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น พึงพอใจในความสามารถของตนเอง ไม่ชอบที่จะเสียเวลาไปทำอย่างอื่นนอกจากทำงาน
พี่สาว : อุปนิสัย perfectionist ชอบวางแผน ต้องเป็นผู้ดูแล มีความเครียด ความกดดัน จากการทำงานและการที่ต้องดูแลน้องชายเพียงคนเดียว รู้สึกว่าตนเองดูแลน้องได้ไม่ดี เพราะคุยกับน้องไม่รู้เรื่อง บางครั้งก็โมโห อยากมีคนรับฟัง เครียดจนกลายเป็นปัญหาสุขภาพทางกาย Chronic syndrome ปวดขา ปัญหาการนอน ขาดการพักผ่อนเพราะต้องทำงานตลอด
น้องชาย : อุปนิสัย เบื่อง่าย เดิมเรียนตามพี่ชาย สามารถทำงานในแลปได้ แต่ไม่ชอบการถูกกดดันจากที่ทำงาน เมื่อเล่นเกมจะต้องการเอาชนะจนใช้เวลา7-9ชม.ไปกับการเล่นเกมและต้องการที่จะเล่นเกมเป็นอาชีพ มีความสัมพันธ์ที่ไม่ค่อยดีกับพี่ ๆ เพราะรู้สึกว่าโดนจู้จี้ ปัจจุบันอยู่บ้าน ขับรถพาพี่สาวพบนักกายภาพบ้าง แต่โดยปกติก็ไม่ได้เจอพี่สาวเพราะพี่สาวกลับดึก
OTฟื้นฟูสุขภาวะ โดยเริ่มต้นจากสัมพันธภาพในครอบครัว โดยวางแผนจัดกิจกรรม
1.กิจกรรมการทานข้าวร่วมกัน เพื่อสังเกตและประเมินสัมพันธภาพเริ่มต้นของครอบครัว
2. การทำอาหารที่คุณพ่อคุณแม่ที่เสียไปชอบทาน สามพี่น้องเชื่อมสัมพันธ์ในวัยเด็กได้เพราะพ่อแม่ จึงให้ทำกิจกรรมที่ทุกคนในครอบครัวให้ความสำคัญคือพ่อแม่
3.กิจกรรมการกอดบำบัด เพิ่มความรักความอบอุ่นด้วยการกอด
4.กิจกรรมผ่อนคลายด้วยการหายใจ ลดความตึงเครียด
จากนั้นสามพี่น้องจะผ่อนคลาย เปิดใจ มีการยอมรับความแตกต่างของแต่ละคนมากขึ้น กล้าที่จะพูดคุยหรือมีปฏิสัมพันธ์เพื่อทำกิจกรรมร่วมกัน
กิจกรรมเพื่อฟื้นฟูสุขภาวะรายบุคคล
พี่ชาย : กิจกรรมที่กระตุ้นการมีปฏิสัมพันธ์กับคนในครอบครัว การลดการเคลื่อนไหวที่มาจากความกังวล(นั่งโยกไปมา)
การตั้งเป้าหมายอื่นที่นอกเหนือจากการทำงานเพื่อให้มีรายได้เยอะ ให้เล็งเห็นความสำคัญของความรู้สึกคนในครอบครัว ประโยชน์ของการได้ผ่อนคลาย ละจากหน้าที่การทำงานมาเป็นหน้าที่ของหัวหน้าครอบครัว พี่ของน้อง ๆ
พี่สาว : กิจกรรมที่ส่งเสริมCoping skills การจัดการความเครียด การรับมือจากความกดดัน การผ่อนคลาย จัดการเวลาให้มีเวลาพักผ่อน กิจกรรมที่ช่วยให้นอนหลับง่ายขึ้น เช่น การยืดเหยียดร่างกายที่สามารถลดอาการปวดขา(ฝึกกับครอบครัวได้ เพื่อให้พี่ชาย น้องชายได้เป็นผู้ดูแล) ฝึกการทรงตัว ใช้อุปกรณ์เสริมไม่ให้ล้ม เพิ่มทักษะการทำงานรวมทั้งงานบ้านเมื่อยังมีอาการปวดตามร่างกาย การฝึกทักษะการทำงานที่บ้านเพื่อหารายได้ที่บ้าน ทักษะการวางแผนโดยไม่ตึงเครียดจนเกินไป การยืดหยุ่นทางความคิด
น้องชาย : การปรับความเข้าใจกับครอบครัว ที่จะพัฒนาไปสู่การมีแรงจูงใจในกิจกรรมที่ตรงตามความต้องการ และสามารถส่งเสริมทักษะการสร้างสัมพันธภาพ การจัดการเวลา สามารถคงความสนใจต่อกิจกรรม บอกความต้องการของตนเองได้ การรับมือในสถานการณ์ที่กดดัน เคารพกฎของสังคม เช่น ที่ทำงาน, ส่งเสริมการสร้างทักษะที่จำเป็นในการดูแลตนเอง เช่น การทำอาหาร งานบ้าน ความรับผิดชอบในส่วนของตนเอง และภาระหน้าที่ตามวัย
โจทย์ข้อ 2 จงตั้งคำถามที่คมชัดด้วย Why จำนวน 5 คำถาม ที่เกี่ยวข้องกับเคสสามพี่น้อง แล้วตอบเป็น Procedural Reasoning ในแต่ละคำถาม
: 1.พี่น้องทั้งสามคน มีbody functions ใดบ้างที่อยู่ในระดับต่ำกว่าปกติ
ตอบ OTประเมินจากการทำกิจกรรมเดี่ยว โดยเลือกกิจกรรมที่มีความสอดคล้องกับกิจกรรมในชีวิตประจำวัน วิเคราะห์การใช้ร่างกายที่ใช้ในการทำกิจกรรม เช่น Specific mental functions , Global mental functions , Movement functions, Muscle functions เป็นต้น โดยพี่สาวจะมีปัญหาด้านการเคลื่อนไหวจากอาการปวดขา จะไม่สามารถยืนทรงท่าทำกิจกรรมได้นาน เพื่อนำไปสู่การเลือกspecific occupational- based intervention activities ที่จะสามารถให้สามพี่น้องทำกิจกรรมได้มากที่สุดในขั้นตอนการรักษาต่อไป
2. พี่น้องทั้งสามคน มีbody structures ใดบ้างที่บกพร่อง
ตอบ OTประเมินจากการทำกิจกรรมเดี่ยว โดยเลือกกิจกรรมที่มีความสอดคล้องกับกิจกรรมในชีวิตประจำวัน วิเคราะห์โครงสร้างของร่างกายที่ทำงานประสานกันเพื่อใช้ในการทำกิจกรรมเช่น Nervous system การวางแผน , การออกเสียง , การทำงานของอวัยวะต่าง ๆ เพื่อสังเกตความผิดปกติของโครงสร้าง และสามารถช่วยเหลือได้ตามความสามารถของทั้งสามคน
3. เคสสามพี่น้อง แต่ละคนขาดองค์ประกอบใดในProcess Skillsบ้าง
ตอบ OTต้องประเมินผ่านการทำกิจกรรมของสามพี่น้อง เพื่อแสดงให้เห็นoccupational performance ผ่านoccupational based intervention โดยประเมินProcess skills ผ่านกิจกรรมที่ทำในชีวิตประจำวันที่สอดคล้องกับบทบาทหน้าที่ของผู้รับบริการ ในเรื่องของการวางแผน จัดการ เรียงลำดับ การคงความสามารถและความสนใจในการทำกิจกรรม การรู้คิด ความเข้าใจ เลือกใช้ เริ่มต้นและสิ้นสุดกิจกรรมด้วยตนเองได้หรือไม่ การตอบสนอง เป็นต้น โดยผู้บำบัดสังเกตและกระตุ้น แต่ไม่ขัดขวาง นำไปสู่ขั้นตอนการวางแผนพัฒนาทักษะ เช่น การคงความสนใจต่อกิจกรรมของน้องชาย ความไม่มั่นใจของพี่สาว
4. ถ้าต้องการทำกิจกรรมกลุ่มของสามพี่น้อง มีกิจกรรมอะไรบ้างที่ต้องหลีกเลี่ยงเพื่อไม่ให้ยากเกินความสามารถโดยรวมของทั้งสามคน
ตอบ หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่มีความกดดัน ให้เป็นการสร้างปฏิสัมพันธ์แทน โดยOTต้องทราบความสนใจ ความเชื่อ สิ่งที่สามพี่น้องนั้นให้ความสำคัญเหมือนกัน และต้องเหมาะสมกับความสามารถของพี่น้องที่มีความบกพร่องต่างกันไป สามารถทำไปพร้อมกันได้ ลดความตึงเครียด เพิ่มการมีส่วนร่วม ถ่ายทอดความรู้สึกของตนเองได้ หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่จะก่อให้เกิดความรู้สึกผิดหวัง เสียใจได้ง่าย ไม่ต้องการความละเอียดมากจนเกินไป
5. กิจกรรมใดบ้างที่จะส่งเสริมสัมพันธภาพในครอบครัวของสามพี่น้อง
ตอบ เริ่มแรกOTต้องรู้ความสามารถfunctionsต่าง ๆ ทั้งด้านร่างกายและจิตใจที่จะสามารถทำกิจกรรมของพี่น้องแต่ละคนได้และต้องทราบถึงสิ่งที่พี่น้องให้ความสำคัญ ความต้องการ ความเชื่อ ไปในทิศทางเดียวกัน และนำมาปรับเป็นกิจกรรมที่มีคุณค่าต่อพี่น้องทั้งสามคนและสามารถมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมได้ทุกคน ไม่มีใครคนใดคนหนึ่งที่ไม่ได้ทำ เพื่อเสริมสัมพันธภาพ และทักษะต่าง ๆ ในการทำกิจกรรมในครอบครัว โดยมีบรรยากาศที่ผ่อนคลาย มีการพูดคุย ช่วยกันคิดเพื่อทำกิจกรรม เมื่อจบกิจกรรมแล้วสร้างความอบอุ่นในครอบครัวให้มากยิ่งขึ้น กล้าที่จะบอกความรู้สึก ความต้องการของแต่ละคนได้
โจทย์ข้อ 3 จงทบทวนว่าตัวเรามี Learn How to Learn เพื่อจะเรียนและทำงาน OT อย่างมีความสุขได้อย่างไร
: รู้สึกว่าตนเองเรียนรู้ที่จะสามารถจัดการกับความรู้สึกและตั้งเป้าหมายใหม่ได้ดีขึ้น “ จากเดิมที่กดดันตนเองว่าจะต้องทำให้ได้ดีที่สุด เมื่อได้เรียนรู้แล้ว กลายเป็นเลือกที่จะทำให้เต็มที่ตามความสามารถที่มีอยู่ของเรา ” เราเรียนเพื่อไม่ได้เป็นคนที่ทำได้ดีที่สุด เราผิดพลาดได้ เราเรียนเพื่อนำไปพัฒนาตนเอง เราเกิดมาเรียนเพื่อให้รู้ว่าเราต้องการหรือขาดสิ่งใดในการเป็นOT ไม่ใช่เรียนเพื่อผลลัพธ์ที่เป็นเพียงแค่รูปธรรมเพียงอย่างเดียว เราอาจไม่ได้ทำได้ดีที่สุด แต่สิ่งที่ได้คือเราเรียนรู้ที่จะยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นและจะผ่านไปเป็นอดีต นำสิ่งที่ได้มาปรับใช้กับการจะทำงานเป็นOTในอนาคต และบทบาทต่าง ๆ ในชีวิต เลือกที่จะมีความสุข รู้จักพอใจกับความสามารถของตนเองในขณะนี้ดีกว่ากดดันตนเองจนกลายเป็นรู้สึกว่าตนเองผิดพลาดแล้วจะไร้คุณค่า ไม่ว่าอย่างไรเป้าหมายตอนนี้จะทำให้ตัวเองมีความสุขให้มากที่สุดเพื่อให้ได้ใช้ชีวิตต่อไป