มหาวิทยาลัยกับงานวิจัย การปรับเปลี่ยนเพื่อภารกิจสร้างสรรค์ปัญญา ตอน 3 (2)

  ติดต่อ

  ความสัมพันธ์รูปแบบใหม่ มหาวิทยาลัยก็ยังต้อง “อุปถัมภ์” อาจารย์เหมือนกัน หรืออาจจะต้องยิ่งกว่าเดิม แต่อาจารย์จะต้องไม่แค่ทำ “งาน” เท่านั้น ต้องทำ “เงิน” ให้แก่สถาบันด้วย  

         < เมนูหลัก >

         ตอน 3 (2)

          “ปฏิวัติวัฒนธรรม” เพื่อภารกิจสร้างสรรค์ปัญญา

          ความสัมพันธ์แบบใหม่

         ความสัมพันธ์ระหว่างอาจารย์กับมหาวิทยาลัยในปัจจุบันมีลักษณะเป็นเชิงอุปถัมภ์ คือ อาจารย์คาดหวังให้มหาวิทยาลัยจ่ายเงินเดือนให้ มีสวัสดิการต่าง ๆ ให้ และจัดเครื่องอำนวยความสะดวกในการทำงานให้โดยอาจารย์มีหน้าที่ทำ “งาน” สร้างผลงานให้แก่สาธารณชนและแก่ตัวเอง

         ความสัมพันธ์รูปแบบใหม่ มหาวิทยาลัยก็ยังต้อง “อุปถัมภ์” อาจารย์เหมือนกัน หรืออาจจะต้องยิ่งกว่าเดิม แต่อาจารย์จะต้องไม่แค่ทำ “งาน” เท่านั้น ต้องทำ “เงิน” ให้แก่สถาบันด้วย การหารายได้ให้แก่สถาบัน อาจทำโดยการสอน ได้ค่าบำรุงการศึกษาเข้าสู่มหาวิทยาลัย อาจโดยการหาทุนวิจัย ได้ค่าธรรมเนียม (Overhead) การวิจัยเข้ามหาวิทยาลัยหรือทำงานบริการสังคมมีรายได้เข้าสู่มหาวิทยาลัย อาจารย์ที่มีความสามารถสูง ประสบการณ์มาก เคยมีผลงานที่มีคุณภาพดี ก็จะรับงานได้มากราคาแพง หาเงินเข้าสถาบันได้มาก ถือเป็นความดีความชอบ และเป็นกำลังต่อรองกับผู้บริหารมหาวิทยาลัยที่จะต้องจัดอำนวยความสะดวก และให้ค่าตอบแทนมากขึ้น

         ในทางตรงกันข้าม อาจารย์ที่มีความสามารถต่ำ หาเงินเข้าสถาบันได้น้อยก็จะต้องเร่งปรับปรุงตัวเอง เพิ่มขีดความสามารถเพื่อให้สามารถดำรงตำแหน่งอยู่ได้

         ความสัมพันธ์แบบใหม่ในลักษณะพึ่งพาและเกื้อกูลซึ่งกันและกันระหว่างสถาบันกับอาจารย์ จะเป็นวัฒนธรรมที่ชักนำไปสู่คุณภาพและการสร้างสรรค์

         บทความพิเศษ ตอน 3 (2) นี้ได้ จากหนังสือพิมพ์ กรุงเทพธุรกิจ ปีที่ 9 ฉบับที่ 2795 (105) 16 พ.ค.39 พิเศษ 6 (บทความไอที)

         เขียนโดย ศ.นพ.วิจารณ์   พานิช


         วิบูลย์  วัฒนาธร

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน นเรศวรวิจัย-QA-KM

หมายเลขบันทึก: 6965, เขียน: , แก้ไข, 2012-03-23 23:03:21+07:00 +07 Asia/Bangkok, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, อ่าน: คลิก

คำสำคัญ (Tags) #งานวิจัย#มหาวิทยาลัยไทย#rbu

บันทึกล่าสุด 

ความเห็น (0)