งบแสดงฐานะการเงินของสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย เป็นแบบ surplus & deficit 
ในปี 2564 สันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทยมีรายได้ มากกว่า ค่าใช้จ่าย (surplus) 6,247,775.55 บาท

งบแสดงฐานะทางการเงิน ของสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย เป็นงบที่แสดงให้เห็นว่า เป็นองค์การไม่แสวงหากำไร (non profit organization)

จากการอ่านประวัติศาสตร์ของการสหกรณ์ไทย 

ตอนใช้กฎหมายเกี่ยวกับสมาคม กับสมาคมสหกรณ์ ตั้งแต่ พ.ศ.  2459 ถึง  พ.ศ. 2470

สหกรณ์มีความเป็นอิสระและพึ่งพาตนเองมากที่สุด บัญชีของสหกรณ์ เป็นแบบรายได้มากกว่าค่าใช้จ่าย (surplus) หรือค่าใช้จ่ายมากกว่ารายได้ (deficit) ไม่เป็นกำไร ขาดทุน (profit loss) แบบทุกวันนี้  เป็นงบแสดงฐานะการเงินแบบที่สันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทยใช้อยู่ในปัจจุบัน เหมือนกับงบของสมาคมในปัจจุบัน 

ต่อมาพระราชบัญญัติสหกรณ์ฉบับแรก พ.ศ.  2471 
สหกรณ์ก็ยังเป็นอิสระอยู่อย่างมาก แต่บัญชีกลายเป็นแบบ กำไร ขาดทุน ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
สหกรณ์ยังเป็นอิสระอยู่มาก พระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2471 มีเพียง 34 มาตรา 

ลิ้งค์พระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2471  
http://e-service.cpd.go.th/elib/pdf_file/1004_2471.pdf

มาพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ.  2511 
ความเป็นอิสระของสหกรณ์ลดน้อยถอยลงอย่าง มาก สันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย จํากัดสินใช้ ที่ตั้งขึ้น ซึ่งเป็นสหกรณ์อันเป็นองค์การสูงสุดของขบวนการสหกรณ์ในประเทศไทย เป็นสหกรณ์ขั้นตติยะ หรือข้้นสูงสุด (Thirdly cooperative)  ถูกเปลี่ยนเป็นสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทยบังคับทุกสหกรณ์เข้าเป็นสมาชิก 

ถึงแม้ไม่สมัครใจก็ตามต้องเป็นสมาชิกตามกฎหมาย งบแสดงฐานะการเงินใช้กำไร ขาดทุน (profit loss) เพิ่มเป็น 118 มาตรา และ อีก 1 มาตราเป็น บทเฉพาะกาล คือมาตราที่ 119 และในวรรค 7 กำหนดให้ สันนิบาตสหกรณแห่งประเทศไทย  จำกัดสินเป็นสันนิบาตสหกรณแห่งประเทศไทย 

ลิ้งค์พระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2511
http://e-service.cpd.go.th/elib/pdf_file/1001_2511.pdf

มาถึง พุทธศักราช 2542 พระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 บีบรัดสหกรณ์มาก ความเป็นอิสระน้อยลงอย่างมากทำให้ห่างไกลจาก หลักการสหกรณ์สากลที่ 4  Autonomy and Independence มากยิ่งขึ้น อาทิ  กรรมการยังดำรงตำแหน่งได้เพียง 2 วาระ แล้วต้องเว้นวรรค 1 วาระ ตามมาตรา 50 วรรค 3  

ทั้งๆที่ตามหลักการสหกรณ์สากลข้อที่ 2 Democratic Member Control สิทธิการเลือกตั้งคณะกรรมการอยู่ที่สมาชิกซึ่งเป็นเจ้าของสหกรณ์นั้น ๆ ในพระราชบัญญัติสหกรณ์พ.ศ. 2542 กำหนดมิให้เป็นกรรมการเกินสองวาระติดต่อกัน ซึ่งขัดกับหลักการสหกรณ์สากลที่ 2  อย่างเห็นได้ชัด การกำหนดดังกล่าวนั้นควรเป็นการตัดสินใจของสมาชิกสหกรณ์

พระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 มีมากถึง 133 มาตรา รวมบทเฉพาะกาลอีก 5 มาตรา คือ มาตรา 134 135 136 137 138

ลิ้งค์พระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542
https://sccl.stou.ac.th/wp-content/uploads/2020/02/CooperativeACT2542amended..pdf

ต่อมาอีก เป็นพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2562
มีอีก 40 มาตรา ซึ่งเชื่อมโยงกับพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 โดยพยายามลดสิ่งที่ แก้ไขได้ยากในพระราชบัญญัติสหกรณ์ 2542 ให้มาแก้ไขได้ในกฏกระทรวง และระเบียบนายทะเบียนสหกรณ์ 

เจตนา เพื่อการพัฒนาและการสร้างเสถียรภาพให้แก่ระบบสหกรณ์ และการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของสหกรณ์ และสมาชิก ให้เป็นไปโดยมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น 

และยังคงนิยามของสหกรณ์ตามสากล คือ เป็นองค์การอิสระของบุคคลซึ่งรวมกันด้วยความสมัครใจเพื่อสนองความต้องการ  อันจำเป็น และความมุ่งหมายร่วมกัน ทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม โดยการดำเนินวิสาหกิจที่เป็นเจ้าของร่วมกัน และควบคุม ตามแนวทางประชาธิปไตย

โดยสหกรณ์จะยังคงเป็นองค์การอิสระ ที่ให้บริการสมาชิก ตามปรัชญาของการสหกรณ์  ช่วยตน ช่วยกัน (self help mutual help) ให้สมาชิกสหกรณ์สามารถช่วยตนเองได้ และมาช่วยกัน เพื่อเกิดคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติทั้งที่เป็นตัวเงิน tangible และที่ไม่เป็นตัวเงิน intangible ตามค่านิยมสหกรณ์ (cooperative values)  คือ การพึ่งพาและรับผิดชอบตนเอง ประชาธิปไตย ความเสมอภาค ความเที่ยงธรรม และความสามัคคี  สมาชิกสหกรณ์ตั้งมั่นอยู่ใน ความซื่อสัตย์ เปิดเผย รับผิดชอบต่อสังคมและเอื้ออาทรต่อผู้อื่น อันเป็นพื้นฐานของความดีงามก่อให้เกิดความสุขแก่สังคมและประเทศชาติ

ลิ้งค์ พระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2562
http://e-service.cpd.go.th/elib/pdf_file/พระราชบัญญัติสหกรณ์%20(ฉบับที่%20๓)%20พ.ศ.%20๒๕๖๒.PDF



 
 


เขียนเรื่อง งบแสดงฐานะทางการเงินของสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย 
ทำไมกลายเป็นเรื่อง ประวัติศาสตร์ของกฏหมายสหกรณ์สหกรณ์ไทยไปด้วยก็ไม่ทราบ ครับ 

🌹🌷🌲🍁🌻🌺🌳☀️🌸🌼⛅🌤️🙏🌴🏵️

ลิ้งค์นี้ เรื่อง สันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย จำกัดสินใช้ ครับ
https://www.gotoknow.org/posts/582257


พีระพงศ์ วาระเสน บ๊อบบี้
นัก “การสหกรณ์” ด้วยหัวใจ 💚
2 มกราคม 2565