หลายครั้งที่วันหยุดเพียงช่วงระยะเวลาสั้นๆ กลับมีค่ายิ่งต่อใครบางคนที่ซึ่งเหนื่อยล้ากับภาระหน้าที่การงานมาเป็นระยะเวลายาวนาน ไม่ว่าจะเป็นความเหน็ดเหนื่อยที่เห็นได้ชัดจากความอิดโรยของร่างกาย ความห่อเหี่ยวของจิตใจ หรือความเฉื่อยชาของสมอง และความเหนื่อยล้าเหล่านั้นย่อมนำพาความเครียดสั่งสมให้เพิ่มทวีคูณตามมาเสมอ 

การเดินทางท่องเที่ยวไปในสถานที่แปลกใหม่และไม่คุ้นเคยนับเป็นทางออกอย่างหนึ่งสำหรับวิถีชีวิตคนเมือง หากด้วยเงื่อนไขอันจำกัดทางด้านเวลา  ก็ดูเหมือนจะเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้การเดินทางชาร์ตแบตไม่สามารถเกิดขึ้นได้ในชีวิตของใครหลายๆ คน  ....แต่ป่ากุยบุรีอาจเป็นข้อยกเว้น ด้วยเวลาเพียงแค่ 2-3 วัน กับการขับรถไม่กี่ชั่วโมง คุณก็อาจพบว่า ผืนป่าใกล้ๆ เมืองแห่งนี้ จะทำให้คุณหลงใหล หากเราไม่รู้ว่าจะเดินทางไปชาร์ตแบตที่ไหนดี หากหาโอกาสเหมาะๆ ได้ลองหนีไปเที่ยวป่าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรีสักครั้ง โดยใช้วันหยุดเพียง 2-3 วันรับรองว่าคุณจะติดใจ เต็มอิ่ม และตื่นตาตื่นใจไปกับความมหัศจรรย์ของธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์รอบๆ ตัวอย่างแน่นอนอย่างคาดไม่ถึง ออกเดินทางในช่วงเช้าตรู่มุ่งสู่บนเส้นทางบนถนนเพชรเกษม มุ่งหน้าสู่อำเภอในท้องที่อำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ แล้วเลี้ยวเข้าเส้นทางหมายเลข 3217 ซึ่งเป็นเส้นทางเข้าสู่หมู่บ้านยางชุม จนมาถึงประมาณหลักกิโลเมตรที่ 295 ตามทางหลวงหมายเลข 3217 ซึ่งเป็นเส้นทางเข้าสู่หมู่บ้านยางชุม ผ่านโครงการอ่างเก็บน้ำบ้านยางชุม และเลี้ยวซ้ายมุ่งเข้าสู่บ้านย่านซื่อ  ลัดเลาะชมวิวระหว่างทางไปตามถนน ซึ่งถูกแต่งแต้มด้วยเส้นสีเขียวเหลืองของไร่สับปะรดที่บ้างเพิ่งออกผลและบ้างก็ใกล้สุกเต็มที่ และวิถีของชุมชนสองข้างทางที่เต็มไปด้วยไร่อันสงบเงียบหากไม่รีบร้อนจนเกินไปแล้วก็แวะชิมรสชาติอันกลมกล่อม หวานฉ่ำของสับปะรด ซึ่งแน่นอนล่ะว่าจะช่วยเยียวยาผ่อนคลายความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าที่พกติดตัวมาผสมผสานกับการเดินทางเกือบ 300  กิโลเมตรได้อย่างฉับพลัน 

จากนั้นเพียงเดินทางต่ออีกประมาณ 2 กิโลเมตร ก็จะเข้ามุ่งสู่ที่ทำการอุทยานแห่งชาติกุยบุรี  ซึ่งเส้นทางช่วงนี้ปกคลุมไปด้วยต้นสับปะรดนับพันๆ ต้น  ช่างเหมาะอย่างยิ่งกับการขี่จักรยานชมวิวอันสวยงามสองข้างถนนตลอดเส้นทางจนถึงที่ทำการฯ 

ช่วงบ่ายเตรียมกักตุนเสบียงและสัมภาระ พร้อมเดินลุย ชวนกันออกเดินป่าตามหาความสวยงามของสายน้ำตกสายน้ำหล่นสดชื่นที่ผืนป่าแห่งนี้ช่วยกันแอบซ่อนไว้ ที่ซุกซ่อนอยู่กลางผืนป่า และซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่ทำการฯ มากนัก ด้วยการเดินเท้าประมาณ 11 กิโลเมตร คุณก็จะได้พบกับ "น้ำตกห้วยดงมะไฟ" ที่หล่นสายน้ำไหลลดหลั่นกันลงมาถึง 15 ชั้นจากต้นน้ำกุยบุรี แอ่งน้อยใหญ่ของลำธารน้ำใส  และความบริสุทธิ์ช่างเย้ายวนให้อยากลงไปแหวกว่ายให้ฉ่ำใจ จากนั้นเดินต่อตัวเปียกท่ามกลางสายฝนโปรยปรายช่วงหน้าฝนป่าเขียวครึ้มไปอีกสักหน่อยเพียงห่างไป แค่ 4 กิโลเมตรเศษ ความลงตัวของ "น้ำตกผาหมาหอน"  ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของสำหรับคนที่ชอบเที่ยวป่าชมสายน้ำเป็นชีวิตจิตใจ ความสูงของน้ำตกที่ลดหลั่นกันลงมา 3 ชั้น ชักนำนำพามีสายน้ำใสให้ไหลแรงมาสู่ที่แห่งนี้ตลอดเวลา ซึ่งบริเวณตอนกลางมีแอ่งน้ำขนาดใหญ่และบริเวณพื้นล่างอันเต็มไปด้วยพันธุ์ไม้หลากหลายชนิดที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ และหากคุณยังอยากจะสัมผัสกับความบรรยากาศสดชื่นของป่ารกครึ้มในยามค่ำตลอดคืนกลางป่ากุยบุรี  น้ำตกผาหมาหอนก็นับเป็นบริเวณอันเหมาะสมสำหรับการตั้งเต้นท์พักแรมเช่นกันเส้นทางศึกษาธรรมชาติซึ่งทางอุทยานฯ จัดเตรียมไว้ให้เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของคนอยากรู้อยากเห็น และอยากเติมอาหารสมองนักนิยมไพร โดยมีจุดเริ่มต้นของเส้นทางอยู่ใกล้ๆ สุด ซึ่งอยู่ติดกับแนวเขตของอุทยานฯ คุณจะได้ตามรอยเพื่อนร่วมทางนานาชนิด สุนทรียภาพแห่งดนตรีในโลกธรรมชาติ และสายน้ำคลอเคลีย สามารถพบได้จากที่นี่ ซึ่งอันมาจากหลากหลายกลุ่มศิลปินที่ช่วยกันขับกล่อม สร้างสีสรรให้ผืนป่า และผู้มาเยือนดินแดนแห่งนี้ได้รู้สึกผ่อนคลาย ไม่ว่าจะเป็นนกกระแตแต้แว้ด นกเป็ดผีเล็ก นกจาบคาสีส้ม นกกาฮัง นกแก๊ก นกขุนทอง นกกระรางหัวขวาน นกเขียวคราม แมลงปอ ผีเสื้อ และดอกไม้นานาชนิด อีกทั้งยังได้เยี่ยมเยียนถิ่นกำเนิดของช้างป่า เสื่อโคร่ง วัวแดง กระทิง เลียงผา อีเก้ง อีเห็น หมีควาย เม่น เป็นต้น ตลอดเส้นทางเดินที่คุณจะสามารถค้นพบร่องรอยได้จากรอยตีน รอยปีน ขนและขี้ ซึ่งช่วยให้เราสัมผัสได้ถึงบรรยากาศของบ้านหลังใหญ่แห่งพืชพรรณ และสัตว์ป่าที่มีให้เห็นตลอดทางเดินกลับเข้าผืนป่าอันเป็นบ้านหลังใหญ่ของพวกมัน บ่งบอกความรู้สึกระหว่างทางของทุกย่างก้าวถึงความตั้งใจของธรรมชาติที่ปั้นแต่งให้ทุกชีวิตบนโลกกลมๆ ใบนี้ผูกพันต่อกัน ยามค่ำคืนของการพักค้างแรม ไม่ว่าจะกางเต้นท์หรือใช้บริการบ้านพักบริเวณรอบนอกเขตของอุทยานฯ ก็นับเป็นเสน่ห์อีกแบบที่อันน่าลิ้มลอง บรรยากาศที่คงความเย็นสบายแกล้มกับการล้อมวงคุยความคิดประสาคนรักป่า  จะที่ทำให้คุณได้พบกับหลายรสชาติประสบการณ์ของคนปกป้องป่าอยู่ป่า 

ซึ่งนับเป็นโชคดีของเราที่ได้ คุณชลธร ชำนาญคิด หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี  ร่วมวง และบอกเล่าให้ฟังถึงความตั้งใจในการสร้างจิตสำนึกด้วยกติกาง่ายๆ ให้กับคนที่มาเที่ยวที่นี่ว่า "ทางอุทยานจะมีบริการกระติกน้ำ หับข้าวหรือกล่องข้าวใส่กับข้าวเป็นเสบียงเข้าไปในป่า การเตรียมเครื่องครัวให้ยืมเพื่อทดแทนการใช้กล่องโฟม การใช้ไฟฉายที่ไม่ใช้ถ่าน การนำถุงผ้าหรือถุงขยะมาเองและผูกถุงเพื่อนำเอาขยะกลับบ้านด้วย ซึ่งถ้าทำเช่นนั้นได้หากนักท่องเที่ยวเอาขยะกลับ ก็จะช่วยลดภาระการจัดการกับขยะที่ตกค้าง เจ้าหน้าที่ก็จะมีเวลาในการลาดตระเวน และพูดคุยให้ความรู้ความเข้าใจกับคนที่เข้ามาเที่ยวอุทยานฯ ได้มากขึ้น" 

คุณสามารถเติมความสุขของการเดินทางครั้งนี้ให้น่าค้นหามากขึ้นด้วยการพกพาหนังสือคู่มือดูนกสักเล่ม หรือสมุดบันทึกเพื่อช่วยจดจำเรื่องราวดีๆ จากคนนำทางเข้าสู่ผืนป่าแห่งนี้  อีกทั้งเมื่อมีโอกาสไปเที่ยวยังสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ก็อย่าลืมนำพาเอาความคิดดีๆ จากผืนป่ากุยบุรีแห่งนี้ไปปรับใช้ เพื่อช่วยกันอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอันงดงามดีๆ ที่ธรรมชาติได้ลำเอียงมอบให้เพียงผืนแผ่นดินไทย และโดยไม่ลืมเลือนที่จะสร้างคนไทยมามาคู่กันเคียงคู่เพื่อดูแลซึ่งกันและกัน....