นักบริหารมืออาชีพ คือ นักบริหารที่บริหารงานแบบไม่ธรรมดา มีกลยุทธ์และพลิกแพลงไปได้ตามแต่สถานการณ์ มีความเป็นผู้นำทางวิชาการสูง มีวิสัยทัศน์ในการจัดการศึกษาให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงสู่โลกยุคศตวรรษที่ 21 สามารถอำนวยการส่งเสริมให้บุคลากรใช้ศักยภาพด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์สูงสุด สามารถนำเอาความเก่งของคนในหน่วยงานออกมาใช้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ บริหารงานให้คนสำราญ และงานสำเร็จ มีภาวะผู้นำทางวิชาการสูง สามารถ ขับเคลื่อนการยกระดับคุณภาพการศึกษาให้เป็นไปตามเป้าหมายที่ กำหนดไว้

ดร.ถวิล อรัญเวศ : คุณลักษณะของนักบริหารมืออาชีพยุคไทยแลนด์ 4.0

 

คุณลักษณะของนักบริหารมืออาชีพยุคไทยแลนด์ 4.0

                                                                 ดร.ถวิล  อรัญเวศ

นักบริหารมืออาชีพ

          การที่จะเป็นนักบริหาร ไม่ใช่ว่า ใครๆ ก็เป็นได้ เพราะนักบริหาร คือคนที่ทำงานให้สำเร็จโดยอาศัยผู้อื่นช่วยทำ

         นักบริหาร ไม่จำเป็นต้องลงมือปฏิบัติเองทุกเรื่อง ไม่เช่นนั้นเขาจะเรียกว่า“ผู้บริหารสันดานเสมียน”

        หลายคนให้แนวคิดไว้ว่า “นกไม่มีขน คนไม่มีเพื่อนหรือบริวาร จะก้าวสู่ตำแหน่งสูงได้ยาก”

         การที่จะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสูงได้นั้น ไม่ใช่ว่าท่านจะต้องเก่งความรู้ เก่งงานเพียงอย่างเดียว

เพราะคนจะก้าวสู่ตำแหน่งสูงได้นั้น จะต้อง “มีผู้ใหญ่ดึง ผู้น้อยดัน และคนเสมอกันคอยประคับ

ประคอง”

        การเป็นนักบริหารนั้น เขาแต่งตั้งให้เรา “มาคิด ตัดสินใจ แก้ปัญหา และรับผิดชอบ”

        การที่จะเป็นนายคนได้ดีนั้น คนเป็นนายจะต้องมองเพื่อนร่วมงานเหมือนเพื่อนร่วมอาชีพ

เป็นทั้งลูกและน้อง ยึดพรหมวิหาร 4 คือเมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา

        นักบริหารมืออาชีพ  คือ นักบริหารที่บริหารงานแบบไม่ธรรมดา มีกลยุทธ์และพลิกแพลงไปได้ตามแต่สถานการณ์  มีความเป็นผู้นำทางวิชาการสูง  มีวิสัยทัศน์ในการจัดการศึกษาให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงสู่โลกยุคศตวรรษที่ 21 สามารถอำนวยการส่งเสริมให้บุคลากรใช้ศักยภาพด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์สูงสุด สามารถนำเอาความเก่งของคนในหน่วยงานออกมาใช้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ บริหารงานให้คนสำราญ และงานสำเร็จ มีภาวะผู้นำทางวิชาการสูง สามารถ ขับเคลื่อนการยกระดับคุณภาพการศึกษาให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้

 ไทยแลนด์ 4.0 

          ประเทศไทย 4.0” เป็นความมุ่งมั่นของนายกรัฐมนตรี ที่ต้องการปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจ ไปสู่ “Value–Based Economy” หรือ “เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม” โดยมีฐานคิดหลัก คือ เปลี่ยนจาก การผลิตสินค้า “โภคภัณฑ์” ไปสู่สินค้าเชิง “นวัตกรรม” เปลี่ยนจากการขับเคลื่อนประเทศด้วยภาคอุตสาหกรรม ไปสู่การขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี .

          “ไทยแลนด์ 4.0”  เป็นวิสัยทัศน์เชิงนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทย หรือ โมเดลพัฒนาเศรษฐกิจของรัฐบาล ภายใต้การนำของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่เข้ามาบริหารประเทศบนวิสัยทัศน์ที่ว่า “มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน” ที่มีภารกิจสำคัญใน

การขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศด้านต่าง ๆ เพื่อปรับแก้ จัดระบบ ปรับทิศทาง และสร้างหนทางพัฒนาประเทศให้เจริญ สามารถรับมือกับโอกาสและภัยคุกคามแบบใหม่ ๆ ที่เปลี่ยนแปลงอย่างเร็ว รุนแรงในศตวรรษที่ 21 ได้

           เพื่อให้เข้าใจ “ประเทศไทย 4.0”  ก่อนจะมาถึงประเทศไทย 4.0 ประเทศไทยก็ผ่านการพัฒนามาเป็นลำดับขั้นอย่างต่อเนื่อง เริ่มตั้งแต่ 

         “ประเทศไทย 1.0”

          การดำรงอยู่และพัฒนาประเทศเน้นการเกษตร เป็นหลัก เช่น ผลิตและขายพืชไร่              พืชสวน หมู หมา กา ไก่ เป็นต้น  

         “ประเทศไทย 2.0”

          นอกจากด้านเกษตรกรรมแล้วก็เน้นไปทางอุตสาหกรรม แต่เป็นอุตสาหกรรมเบา เช่น               การผลิตและขายรองเท้า เครื่องหนัง เครื่องดื่ม เครื่องประดับ เครื่องเขียน กระเป๋า เครื่องนุ่งห่ม เป็นต้น

         “ประเทศไทย 3.0”

          เน้นหนักไปทางอุตสาหกรรมหนักและการส่งออก เช่น การผลิตและขาย ส่งออกเหล็กกล้า รถยนต์ กลั่นน้ำมัน แยกก๊าซธรรมชาติ ปูนซีเมนต์ เป็นต้น

         ประเทศไทยในยุค 1.0  2.0 และ 3.0 รายได้ประเทศยังอยู่ในระดับปานกลาง ซึ่งประเทศจะอยู่อย่างนี้ไม่ได้ ต้องรีบพัฒนาเศรษฐกิจสร้างประเทศ เพราะ Thailand 3.0 ที่เราเป็นกันมาตลอดจนถึงทุกวันนี้ มันทำให้รายได้ประเทศอยู่ในระดับปานกลางเท่านั้น เราไม่สามารถขยับหนีไปจากจุดนี้ได้สักที

            เมื่อ 50 ปีก่อน ช่วง พ.ศ.2500 - 2536 เศรษฐกิจของไทยเรามีการเติบโตอย่างมากถึงระดับ 7 - 8% ต่อปี แต่หลังจาก พ.ศ.2537 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน เศรษฐกิจไทยเติบโตขึ้นเพียง 3 - 4% ต่อปีเท่านั้น นอกจากนั้นยังมีเรื่องของ ‘ความเหลื่อมล้ำด้านความร่ำรวย’ อีกต่างหาก และสุดท้ายก็เรื่องของ ‘ความไม่สมดุลในการพัฒนา’ ซึ่งเรื่องพวกนี้นี่แหละที่ทำให้รัฐบาลต้องหันมาใส่ใจ เร่งพัฒนาปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจกันยกใหญ่ เพื่อให้เราก้าวข้ามจาก Thailand 3.0 ไปสู่ Thailand 4.0 จึงเป็นเหตุให้นำไปสู่ยุคที่สี่ เรียกว่า “ประเทศไทย 4.0”

           กำหนดแนวทางพัฒนาประเทศให้เป็นประเทศเศรษฐกิจใหม่ (New Engines of Growth) ประเทศและประชากรมีรายได้สูง โดยวางเป้าหมายให้เกิดผลการพัฒนาคล้าย ๆ กับการวางภาพอนาคตทางเศรษฐกิจที่ชัดเจนของประเทศที่พัฒนา เช่น สหรัฐอเมริกา “A Nation of Makers”  อังกฤษ “Design of Innovation”  อินเดีย “Made in India” หรือประเทศเกาหลีใต้ที่วางโมเดลเศรษฐกิจในชื่อ “ Creative Economy”

          

ไทยแลนด์ 4.0 ด้านการศึกษา

          การศึกษา  1.0

          (พ.ศ.  2503)  หรือเรียกว่า  หลักสูตร  2503  ซึ่งเป็นยุคที่เน้นให้นักเรียนเกิดทักษะ  4 ด้าน คือ พุทธศึกษา  จริยศึกษา  หัตถศึกษา  และพลศึกษา  การวัดผลการศึกษาจะเป็นการวัดผลเป็นองค์รวม โดยประเมินผลเป็นร้อยละ  หากผู้เรียนสามารถทำคะแนนให้ได้ถึงร้อยละ  50  ถือว่า  ผ่าน  หากต่ำกว่าร้อยละ ดังกล่าวถือว่า  สอบตก  ต้องเรียนซ้ำชั้น

        สำหรับรูปแบบการสอนของผู้สอน  จะเน้นการบรรยาย  เป็นลักษณะ บอกเล่า  จดในกระดานหรือตามคำบอก  ผู้สอนว่าอย่างไรผู้เรียนก็จะเชื่อทั้งหมด  ผู้เรียนไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ได้  มีเพียงการฟังจากผู้สอนเพียงอย่างเดียว  หนังสือเรียนจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

สื่อการสอน คือ ชอล์ก บัตรคำ  รูปภาพ  โครงสร้างเวลา  4:3:3:2  ประถมต้นเรียน  4  ปี  ประถมปลายเรียน  3  ปี  มัธยมต้นเรียน  3  ปี มัธยมปลาย สายสามัญเรียน  2  ปี  สายอาชีพเรียน  3  ปี  หลักการ/แนวคิด  สนองความต้องการของสังคม  และ เป็นหลักสูตรที่เน้นวิชา

 

         การศึกษา  2.0

         (พ.ศ.  2521)  หลังจากสังคมมีการเปลี่ยนแปลง  และมีจำนวนประชากรเพิ่มมากขึ้น การศึกษาไทยจึงต้องมีการเปลี่ยนแปลงหลักสูตรซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงใหม่ทั้งระบบ  โดยให้มีระดับ ประถมศึกษา  6  ปี  ยกเลิกชั้นประถมศึกษาปีที่  7  ระดับมัธยมศึกษา  6  ปี  ซึ่งระดับมัธยมศึกษาจะใช้อักษรย่อว่า ม. ทั้งมัธยมศึกษาตอนต้นและมัธยมศึกษาตอนปลาย การจัดการเรียนการสอนจะเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง  มี วิชาเลือกมากมาย  ผู้เรียนสามารถเลือกเรียนได้ตามความถนัดและความสนใจ  โดยมีสื่อการสอนที่แปลกใหม่ เช่น  มีภาพสไลด์  มีวิดีโอ  มีภาพยนตร์  เป็นต้น  ซึ่งเป็นสื่อที่นำมาใช้ในการจัดการเรียนการสอน  การวัด ประเมินผลเป็นการประเมินแยกส่วน หมายถึง การประเมินเป็นรายวิชา หากผู้เรียนสอบไม่ผ่านในรายวิชานั้น ๆ  จะไม่มีการเรียนซ้ำชั้น  ซึ่งข้อจำกัดของหลักสูตรการศึกษาในยุคนี้  ได้แก่  การกำหนดหลักสูตรไม่สามารถสะท้อนสภาพความต้องการของท้องถิ่น  การจัดการเรียนการสอนทางด้านคณิตศาสตร์  วิทยาศาสตร์  และ เทคโนโลยียังไม่สามารถผลักดันให้ประเทศไทยเป็นผู้นำด้านคณิตศาสตร์  วิทยาศาสตร์  และเทคโนโลยี  การนำหลักสูตรไปใช้ไม่สามารถสร้างพื้นฐานทางการคิดวิเคราะห์ให้กับผู้เรียน  รวมทั้งการจัดการเรียนการสอนวิชาภาษาต่างประเทศยังไม่สามารถสื่อสารและค้นคว้าหาความรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

          การศึกษา  3.0

          (พ.ศ.  2551)  จากข้อจำกัดของหลักสูตรการศึกษา  พ.ศ.  2521  และหลักสูตร การศึกษาขั้นพื้นฐาน  พ.ศ.  2544  พบว่า  มีความสับสนของผู้ปฏิบัติการในสถานศึกษา  ซึ่งหลักสูตรในยุคดังกล่าวเป็นหลักสูตรที่มีเนื้อหาแน่นเกินไป  มีปัญหาในการเทียบโอน  และปัญหาคุณภาพผู้เรียนในด้านความรู้ ทักษะ  และคุณลักษณะอันพึงประสงค์  ดังนั้นในยุคนี้ได้มีการเปลี่ยนมาใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.  2551  โดยเพิ่มสมรรถสำคัญของผู้เรียนและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน  มีการกำหนดตัวชี้วัดมาให้  เป็นการจัดหลักสูตรที่ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพสังคม  เศรษฐกิจ  วัฒนธรรม และการเมืองความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาการด้านต่าง ๆ  ของโลกยุคปัจจุบัน  มีศักยภาพพร้อมที่จะแข่งขัน และร่วมมืออย่างสร้างสรรค์ในเวทีโลก โดยจุดหมายของหลักสูตรก็คือ การพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดี  มีปัญญา มีความสุข  มีศักยภาพในการศึกษาต่อ  และประกอบอาชีพ  ซึ่งได้มีการกำหนดจุดหมายเพื่อให้เกิดกับผู้เรียนในการสำเร็จการศึกษาขั้นพื้นฐาน  ได้แก่  มีคุณธรรม  จริยธรรม  และค่านิยมที่พึงประสงค์  เห็นคุณค่าของตนเอง มีวินัยในการปฏิบัติตนตามหลักธรรมของพระพุทธศาสนา  หรือศาสนาที่ตนนับถือ  ยึดมั่นปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง  มีความรู้  ความสามารถในการสื่อสาร  การคิด  การแก้ปัญหา  การใช้เทคโนโลยีและมีทักษะชีวิต  มี สุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี  มีสุขนิสัย  และรักการออกกำลังกาย  มีความรักชาติ  มีจิตสำนึกในความเป็นพลเมืองไทยและพลโลก  ยึดมั่นในวิถีชีวิตและการปกครองตามระบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข  มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย  การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม  มีจิตสาธารณะที่ มุ่งบำเพ็ญประโยชน์และสร้างสิ่งที่ดีงามในสังคมอย่างมีความสุข

            การศึกษา  4.0

            จากปัญหาต่างๆ  ของประเทศไทย  เช่น  ปัญหาทางด้านเศรษฐกิจที่ล้มเหลว  ปัญหา ทางด้านการเมืองที่ล้มเหลว  ปัญหาทางด้านสังคมที่ล้มเหลว  หรือทุกๆ  ปัญหาที่ล้มเหลวต่างก็โทษการศึกษาล้มเหลว  ดังนั้น  ไทยแลนด์  4.0  จึงมีเป้าหมายที่ต้องการให้ประเทศไทยมีนวัตกรรมเป็นของตนเอง  ซึ่ง การศึกษา  4.0  จะเป็นส่วนหนึ่งของไทยแลนด์  4.0  ที่จะนำพาไปสู่ความสำเร็จ

            การศึกษาในยุคไทยแลนด์  4.0 นี้ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย  โดยเฉพาะผู้สอนที่จะต้องทำการปรับเปลี่ยนการเรียนการสอน  โดยนำแนวทางสะเต็มศึกษา  (STEM)  และ  Active  Learning  มาใช้ในการเรียนการสอนอย่างจริงจัง นอกจากนี้ผู้บริหารสถานศึกษาจะต้องเป็นผู้นำทางวิชาการปฏิรูปการศึกษา  โดยจะต้องเน้นที่ห้องเรียน  การติดตามพฤติกรรมการสอนของผู้สอน  การสร้างตัวชี้วัดผลการปฏิบัติงาน  ซึ่งสถานศึกษาทุกแห่งจะต้องมีมาตรฐานเดียวกันภายในอีก  10-20  ปีข้างหน้า  จึงจะทำให้ประเทศไทยมีนวัตกรรมทางการศึกษาเป็นของตนเองได้อย่างแน่นอน 

  

คุณลักษณะของนักบริหารมืออาชีพยุคไทยแลนด์ 4.0

         1. มีวิสัยทัศน์

              นักบริหารมืออาชีพยุคไทยแลนด์ 4.0 เป็นผู้มีวิสัยทัศน์อันกว้างไกล สามารถมองเห็นภาพในอนาคตและแนวทางที่จะแก้ไขปัญหาได้เป็นอย่างดี รู้ตลอดลอดแนวในการที่จะดำเนินการ และแกก้ไขปัญหา ในการตัดสินใจ มีข้อมูลถูกต้อง เป็นปัจจุบันและเพียงพอในการตัดสินใจ เป็นคนสุขุมรอบคอบ มีเหตุมีผล โดยยึดหลักที่ว่า

“ก่อนจะเชื่อสิ่งใด ให้พิสูจน์

ก่อนจะพูด ให้ยั้งคิด วินิจฉัย

ก่อนจะทำกิจการงานใด ๆ ให้ดี

คิดให้ถ้วนถี่ จึงจะเกิดผลดีตามมา”

 

       2. กล้าตัดสินใจ

           นักบริหารมืออาชีพยุคไทยแลนด์ 4.0 เป็นผู้ที่มีข้อมูลที่เพียงพอในการตัดสินใจหรือวินิจฉัยสั่งการใด ๆ  เป็นคนที่สุขุมรอบคอบ มีเหตุมีผลในการตัดสินใจ ไม่หุนหันพลันแล่น หรือด่วนทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งลงไปโดยไม่ยั้งคิดด้วยความโกรธ ความโลภ เป็นต้น.


       3. ไวต่อข้อมูล

         นักบริหารมืออาชีพยุคไทยแลนด์ 4.0 เป็นคนที่ทันสมัย ไวต่อข้อมูลหรือการเปลี่ยนแปลงใหม่ ๆ อยู่เสมอ เป็นผู้ที่ติดตามข่าวสารต่างๆ อยู่ตลอดเวลาจากสื่อสารมวลชน หรือจากสื่อสังคมออนไลน์ เป็นผู้ทันเหตุการณ์ สืบค้นข้อมูลจากสื่อสังคมออนไลน์และจากสื่อข่าวสารต่าง ๆ ทั้งวิทยุ โทรทัศน์ และข้อมูลจากเว็บไซต์ Facebook  เป็นต้น

        4. เทิดทูนความซื่อสัตย์

        นักบริหารมืออาชีพ ยุคไทยแลนด์ 4.0 ต้องยึดมั่นในความซื่อสัตย์สุจริต ต้องเป็นคนใจซื่อมือสะอาด บริหารงานด้วยความโปร่งตามหลักธรรมาภิบาล และสามารถตรวจสอบได้

        5. คัดสรรเทคนิควิธีการทำงาน

           นักบริหารมืออาชีพยุคไทยแลนด์ 4.0 จะต้องเป็นบุคคลที่มีความคิดสร้างสรรค์วิธีการทำงานเพื่อพัฒนางานและคุณภาพผู้เรียนให้ดีขึ้น โดยใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สร้างสรรค์ผลงานให้ปรากฏต่อสายตาเพื่อนร่วมงานและผู้เกี่ยวข้องอยู่เสมอ มีวิธีปฏิบัติงานที่ดีหรือเป็นเลิศ (Best Practice) คิดสร้างสรรค์วิธีการทำงานใหม่ ๆ เช่น

           5.1 ต้องรู้ว่า “จะต้องทำอะไร” และมี “เป้าหมายอย่างไร” ต้องกำหนดเป้าหมายให้ชัดเจนว่าจะทำอะไร

           5.2 ต้องรู้ว่า “จะทำอย่างไร” โดยเลือกวิธีการหลาย ๆ วิธีแล้วตัดสินใจนำวิธีการดังกล่าวมาเป็นแนวทางในการดำเนินงาน

           5.3 ต้องตั้งใจทำ มุ่งมั่นและมีความจริงใจในการทำงานั้น ๆ ให้บรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้

           5.4 เต็มใจทำงาน ทำงานให้สนุก มีความสุขกับงานที่ทำและรักงานประดุจชีวิต

           5.5 มีความสุขุมรอบคอบในการทำงาน และสามารถครองใจเพื่อนร่วมงานได้

           5.6 มีใจเด็ดเดี่ยวแน่วแน่ในการทำงานไม่ลังเลที่จะดำเนินงานตามที่ได้วางแนวทางไว้ไปสู่ความสำเร็จ

           5.7 ประเมินผลการปฏิบัติงานของบุคลากรด้วยใจเป็นกลาง ยุติธรรม และเปิดเผย  ไม่ลุอำนาจของ อคติ 4 คือ ลำเอียงเพราะรักชอบพอกัน ลำเอียงเพราะโกรธไม่ชอบพอกัน ลำเอียงเพราะกลัวในอำนาจมืด และ ลำเอียงเพราะลุ่มหลงขาดการใช้สติปัญญาไตร่ตรอง


       6. ประสานสิบทิศ

          นักบริหารมืออาชีพยุคไทยแลนด์ 4.0 จำต้องเป็นบุคคลที่สามารถประสานงานกับหน่วยงาน หรือบุคคลต่างๆ ได้เป็นอย่างดี สามารถไกล่เกลี่ยข้อขัดแย้งกรณีพิพาทได้ และสามารถ ขจัดปัดเป่าปัญหา ต่าง ๆ ในหน่วยงานได้อย่างสันติ

         7. อุทิศเวลาร่วมกับเพื่อนร่วมงาน

            นักบริหารมืออาชีพยุคไทยแลนด์ 4.0 ต้องมีความสามารถในการโน้มน้าว หรือจูงใจเพื่อนร่วมงานให้เกิดความร่วมมือ เกิดความกระตือรือร้นและอุทิศเวลาในการทำงานและมีความรับผิดชอบต่องานที่ทำ เช่น รักโรงเรียนเสมือนบ้าน รักงานเหมือนชีวิต รักลูกศิษย์เหมือนลูกหลาน รักเพื่อนร่วมงานเหมือนญาติพี่น้อง ทำดี ทำชอบ ทำเก่ง เคร่งวินัย และเอาใจใส่ต่อหน้าที่การงานและผู้เรียน

         8. ลมานสามัคคีปรองดองสมานฉันท์

            นักบริหารมืออาชีพยุคไทยแลนด์ 4.0 ต้องสร้างความสมานสามัคคีปรองดองสมานฉันท์ทำงานโดยอาศัยความร่วมแรงร่วมใจ ร่วมไม้ร่วมมือ สามารถขจัด ปัดเป่าปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ นานา โดยสันติวิธี ยึดหลักและมุ่มมั่นในการทำงานเพื่อความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนในการพัฒนาคุณ-ภาพการศึกษาและผู้เรียนเป็นสำคัญ

        9. ผลักดันจูงใจเพื่อร่วมงาน

           นักบริหารมืออาชีพ ยุคไทยแลนด์ 4.0 จำเป็นต้องมีบุคคิกภาพ ภาวะผู้นำ ที่สามารถโน้มน้าวหรือจูงใจเพื่อนร่วมงาน ให้เกิดความกระตือรือร้นในการทำงาน และมีความรับผิดชอบต่องานสูง สร้างขวัญกำลังใจให้เกิดแก่เพื่อนร่วมงาน ประเมินผลการปฏิบัติงานด้วยความโปร่งใส ยุติธรรม รู้จักให้การยกย่องชมเชย ให้รางวัล เกียรติหรือบำเหน็จ ความชอบตามแต่กรณี

        10. ทนทานต่อปัญหาและอุปสรรค

            นักบริหารมืออาชีพ ยุคไทยแลนด์ 4.0 จะต้องมีความอดทนอดกลั้นต่อปัญหาอุปสรรคที่กำลังเผชิญ และพร้อมที่จะต่อสู้เพื่อการแก้ไขปัญหาให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยอย่างสันติสุขไม่หนีปัญหาและไม่พอกพูนปัญหาไว้

        11. รู้จักยืดหยุ่นตามเหตุการณ์

           นักบริหารมืออาชีพ ยุคไทยแลนด์ 4.0 จะต้องรู้จักยืดหยุ่น และอ่อนตัวตามเหตุการณ์นั้นๆ ไม่ตึงเกินไปหรือไม่หย่อนเกินไป บางครั้งก็ต้องดำเนินการในสายกลาง แต่ในบางครั้งต้องมี ความเด็ดขาด

        12. บริหารงานแบบมีส่วนร่วม

             นักบริหารมืออาชีพ ยุคไทยแลนด์ 4.0 จะต้องบริหารงานแบบให้ทีมงานมีส่วนร่วมคิด ร่วมวางแผน ร่วมตัดสินใจ ร่วมดำเนินงาน และร่วมประเมินผล และร่วมรับผิดชอบ

 

สรุป

            นักบริหารมืออาชีพ ยุคไทยแลนด์ 4.0 คือผู้ที่ขับเคลื่อนการทำงานโดยใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อพัฒนางาน และคุณภาพการศึกษาของผู้เรียนเป็นสำคัญ โดยเป็นผู้มีวิสัยทัศน์ กล้าตัดสินใจ ไวต่อข้อมูล เทิดทูนความซื่อสัตย์ คัดสรรเทคนิควิธีการทำงาน ประสานสิบทิศ อุทิศเวลาร่วมกับเพื่อนร่วมงาน ลมานสามัคคีปรองดองสมานฉันท์  ผลักดันจูงใจเพื่อร่วมงาน ทนทานต่อปัญหาและอุปสรรค รู้จักยืดหยุ่นตามเหตุการณ์ และบริหารงานแบบมีส่วนร่วม

 

 

 

แหล่งข้อมูล

https://www.facebook.com/thawin03/posts/2912333855466370

https://www.excise.go.th/cs/groups/public/documents/document/dwnt/mjgy/~edisp/uatucm282681.pdf

https://www.gotoknow.org/posts/544630

https://www.facebook.com/thawin03/posts/2912333855466370

https://www.excise.go.th/cs/groups/public/documents/document/dwnt/mjgy/~edisp/uatucm282681.pdf