GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

ตามไปดู KM บุรีรัมย์ที่ฐานการเรียนรู้ บ้านตะแบง

ให้มองชุมชน(หมู่บ้าน) เป็นกลุ่มคนที่มาทำงานทำมาหากินในภูมิทำเลใกล้เคียงกัน ร่วมกิจกรรม เกื้อหนุนซึ่งกันและกัน ด้วยการจัดการที่เป็นการนำความรู้มาใช้พัฒนาพื้นที่ของตนเองให้ดีขึ้น เพื่อให้ตนเองอยู่ได้

     ตอน : “ออม ความยิ่งใหญ่ที่เปลี่ยนหัวใจคุณอำนวยเป็นนักจัดการ           
         
             
ได้ออกไปเยี่ยมแปลงเกษตรของพ่อสำเริง เย็นรัมย์ ที่ บ้านตะแบง ตำบลหัวฝาย กิ่งอำเภอแคนดง จังหวัดบุรีรัมย์
พ่อสำเริง เย็นรัมย์ เป็นคุณอำนวย ของฐานการเรียนรู้ ในโครงการจัดการความรู้ระดับชุมชนจังหวัดบุรีรัมย์  

             
จากการที่ได้พูดคุยถึงแนวคิดที่ทำให้มีหัวใจแกร่ง ลงแรงปรับเปลี่ยนแปลงนาข้าวที่มีรายได้เป็นรายปี กลายมาสร้างเป็นแปลงเกษตรที่มีรายได้เป็นรายวัน จนใช้หนี้สินใกล้หมดได้อย่างน่าอัศจรรย์
ด้วยหลักคิดที่ว่า ให้มองชุมชน(หมู่บ้าน) เป็นกลุ่มคนที่มาทำงานทำมาหากินในภูมิทำเลใกล้เคียงกัน ร่วมกิจกรรม เกื้อหนุนซึ่งกันและกัน  ด้วยการจัดการที่เป็นการนำความรู้มาใช้พัฒนาพื้นที่ของตนเองให้ดีขึ้น เพื่อให้ตนเองอยู่ได้ และเป็นการต่อยอดความรู้ในการทำเรื่องอื่น ๆได้ เพื่อให้เกิดความพอ พอเพียง พออยู่พอกิน พอใช้ ไม่ต้องซื้อ หรือจ่ายเงินน้อยที่สุด สร้างความสมดุลย์ นั่นคือการทำให้มีความพอเพียง อยู่ได้ในสังคม แล้วสุดท้ายจะกลายมาเป็นตัวอย่างในการปฏิบัติให้ชุมชนเห็น แล้วได้เลียนแบบวิธีการเพื่อไปต่อยอดความคิดของแต่ละคนได้  ด้วยหลักคิดต้น ๆ ที่พ่อสำเริงได้ปฏิบัตินั่นคือ การออม
          
              ออม  สั้น ๆ แต่ทำได้ยากหากไม่จัดการและวางแผน ออมแรกที่พ่อสำเริงออม คือ การออมน้ำ
                น้ำ้เป็นปัจจัยหลักที่้ต้องใช้ในการเกษตร ต้องจัดการให้มีที่กักเก็บน้ำ ซึ่งพ่อสำเริงเลือกใช้วิธีการขุดบ่อ  เลี้ยงปลาไว้เป็นอาหาร 
ออมที่สอง คือ
การออมดิน
                เมื่อมีน้ำแล้วก็จะง่ายต่อการปรับปรุงดินให้มีความอุดมสมบูรณ์ การใช้ปุํยหมัก การปลูกพืชทำปุ๋ยสด ไม่ทำลายหน้าดิน ถือเป็นการออมดิน 
ออมที่สาม คือ 
การออมต้นไม้ 
               
เป็นการปลูก พืช ผัก ไม้ผล ไม้ยืนต้นต่าง ๆ ด้วยหลัการที่ว่าปลูกทุกอย่างที่อยากปลูกหากไม่ต้องการแล้วตัดทิ้งตอนโต แต่พ่อสำเริงบอกว่าไม่มีโอกาสได้ทิ้ง เพราะทุกสิ่งอย่างที่ปลูกลงดินไปแล้วกลับกลายเป็นเพิ่มมูลค่าได้ทั้งหมด ทั้งยังช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีด้วย  ทุกอย่างที่ปลูกจะเกื้อกูลกัน 
ออมที่สี่  คือ 
การออมทรัพย์ 
                
ทรัพย์ที่ได้จากการปลูกการเลี้ยง สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ เป็นเงินออมของเกษตรกร เป็นการทำบัญชีจากการเหลือกิน ก็แจก แลก และขายหากยังเหลือเพื่อนำมาเก็บ 
  
       
              
การออมแต่ละส่วนจะเป็นพลังในการต่อยอด และไปส่งเสริม เพิ่มค่า ให้กับอีกเรื่องหนึ่งเสมอ ความละเอียดอ่อนในการจัดการเพื่อให้งานประสบผลสำเร็จแต่ละเรื่อง ต้องใช้เวลาในการลองผิดลองถูกนาน แตัถ้ามีการจัดการความรู้ที่ดีก็จะทำให้ลดเวลาในการลองผิดลองถูก แต่สามารถที่จะต่อยอดความรู้ในเรื่องนั้น ๆ เพิ่มขึ้นไปอีกระดับหนึ่งได้

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 69352
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 6
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (6)

แต่มีสิ่งหนึ่งที่พ่อสำเริงท่านไม่ออม คือ ความรู้ ใช่ไหมค่ะพี่น้อย  เพราะที่ผ่านมามีความรู้เท่าไหร่ พ่อสำเริงบอกหมดใจและหมดเปลือก
 นั่นเป็นข้อเด่นของคนที่มีหัวใจKM เลยนะครูดา เห็นทีต้องเลียนแบบแล้วหล่ะ

ถ้าเอา  วุฒิการศึกษา  เป็นนิยามของการมีความรู้ 

พ่อสำเริง   แห่งบ้านตะแบง  ของเรา จะไม่มี

ยังจำคำที่ท่านพูดกับผมว่า  ไม่รู้หนังสือ ต้องให้ลูกหลานอ่านใหฟัง  ป้ายที่เขียนไว้หน้าสวน ถ้าไม่มีคนอ่านให้ฟังก็ไม่รู้ว่าเขาเขียนอะไร 

         ถ้าเอา  ชุดความรู้ในตัวคน  เป็นนิยามของการมีความรู้   พ่อสำเริง  คือห้องสมุดที่ยิ่งใหญ่ ของทุกคน

    ผอ.ศักดิ์พงษ์คะ  พ่อสำเริงใช้ชุดความรู้ในตัวคน ความรู้จากต้นแบบ (ครูบาสุทธินันท์ และกลุ่มเครือข่าย) จากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ จากการศึกษาดูงาน และที่สุดของที่สุดคือจากพลังหัวใจที่นำปรัชญาส่วนตัวของพ่อสำเริง มาใช้ นั่นคือ ททท (ทำทันที) เพื่อความอยู่รอด และพอเพียง
             จึงสมควรทีจะเรียกได้ว่าเป็นห้องสมุดที่ยิ่งใหญ่ของทุกคนจริง ๆ ค่ะ
              อีกไม่นานทีมบูรณาการศาสตร์อาจจะลุยถึงเม็กดำนะคะ ฝากระลึกถึงทีม พ่อใหญ่ดา  พ่อใหญ่เรือง และอีกหลาย ๆ พ่อ ด้วยค่ะ

ผมว่าครูน้อยน่าจะเข้าไปดูในแปลงพ่อสำเริงหน่อยนะครับ

  • วิ่งวนอยู่รอบแปลง ก็เห็นเท่านี้แหละ แล้วจะเอาข้อมูลวิ่งวนรอบแปลงไปทำอะไรได้ครับ
  • ทุกคนอยากรู้ว่าในแปลงพ่อสำเริงมีอะไร
  • และที่สำคัญที่ ๒ ในความคิดของพ่อสำเริงมีอะไร
  • และสำคํญสุดยอด ในจิตวิญญาณของพ่อสำเริงมีอะไร

นี่คือ แกนวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกที่ผมนึกออก

นอกนั้น ผมไม่เข้าใจครับ

      อาจารย์แสวงคะ ตอนนี้น้อยลงแปลงแล้วนะคะ แต่กำลังลำดับเรื่องกำลังพยายามเดินค่ะ และเก็บ ทุกอย่าง บางทีอาจจะขลุกขลักอยู่บ้าง ขอบคุณค่ะที่ส่งเทียนส่องทางให้น้อยได้มองเห็นบ้าง